หนุ่มหาคู่ผ่านแอพฯ ถูกแก๊งมิจฉาชีพอ้างเป็นตร. ยัดยา–ขู่รีดทรัพย์ (คลิป)

ผู้เสียหายรายหนึ่งถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวง และยัดยาเสพติด โดยผู้เสียหายชื่อว่าคุณฟิล์ม เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ 2 วันและใช้แอพลิเคชั่นหนึ่งซึ่งเป็นแอพฯ หาคู่ ติดต่อพูดคุยกับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เมื่อคุยถูกคอจึงได้นัดเจอกันที่แมนชั่น ย่านรัชดา 20 กรุงเทพฯ คุณฟิล์มเล่าว่า เมื่อถึงวันนัดพบกัน ตนก็ได้เดินทางไปที่สถานที่นัดหมายดังกล่าว โดยคนร้ายร่วมมือกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่วินจักรยานยนต์ที่มารับตั้งแต่ปากซอย เมื่อไปถึงแมนชั่น ก็มีชาย 3 คนพุ่งเข้ามารวบตัว บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สุทธิสาร จากนั้นจึงค้นร่างกายและกระเป๋า และบอกว่าพบยาไอซ์อยู่ในกระเป๋า ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยเสพ ก่อนที่ชายทั้ง 3 คนจะบอกให้จ่ายเงินจำนวน 12,000 บาทและจะไม่ดำเนินคดี ตนจึงยอมจ่ายไป  ต่อมาจึงได้รวบรวมหลักฐานและนำไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุดเมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (22 มิ.ย.61) เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สุทธิสาร สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 คน  ที่แมนชั่นที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายเข้ามายืนยันตัว โดยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง แต่ไม่บ่อยครั้ง เบื้องต้นตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเสพยาเสพติด กักขังหน่วงเหนี่ยว กรรโชกทรัพย์ และอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และจะมีการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือในขบวนการ

รวบหนุ่มต่างชาติฆ่าหั่นศพสาวญี่ปุ่น นำชิ้นส่วนไปทิ้งกระจายทั่วประเทศ

ที่ประเทศญี่ปุ่น เกิดคดีฆาตกรรมหญิงสาววัย 27 ปี หลังจากที่เธอบอกกับเพื่อนว่าจะไปพบกับชายชาวต่างชาติที่รู้จักผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ และสุดท้ายหายตัวไปอย่างปริศนา จนกระทั่งพบว่าเสียชีวิต ถูกหั่นศพและนำไปทิ้งในที่ต่างๆ โดยตำรวจกำลังสอบสวนนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันวัย 26 ปีที่เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าชายคนดังกล่าวเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมเหยื่อ หลังพบภาพจากกล้องวงจรปิดด้านหน้าอพาร์ทเมนต์ ว่าหญิงสาวผู้เสียชีวิตได้เดินเข้ามาแต่ไม่ได้กลับออกไป และเมื่อตำรวจตรวจค้นห้องพัก ก็พบศีรษะของหญิงคนดังกล่าวถูกซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางแต่ไม่พบร่างของเธอ หลังจากนั้น ตำรวจได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัย และสามารถจับกุมได้ที่เมืองนารา ซึ่งภายหลังมีการกระจายกำลังออกค้นหาหลักฐาน และพบชิ้นส่วนของหญิงคนดังกล่าวถูกนำไปทิ้งไว้ในที่ต่างๆ ทั้งในเกียวโต โอซาก้า และนารา สำหรับผู้ต้องสงสัยรายนี้เดินทางเข้ามาในญี่ปุ่นด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนมกราคม และคาดว่ารู้จักกับผู้ตายได้ซักระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะนัดหมายพบกัน

keyboard_arrow_up