พบ “ลูกปลาการ์ตูน” โผล่อ่าวมาหยา หลังหายไปเพราะดอกไม้ทะเลถูกใบพัดเรือพัดปลิว

หลังจากกรมอุทยานฯ มีมติชัดเจนแล้ว ให้ปิดอ่าวมาหยาเพิ่มอีก 2 ปี เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติให้ระบบนิเวศเข้าที่เข้าทาง รวมถึงมีระบบจัดการดูแลท่องเที่ยว และมาตรการลดผลกระทบ โดยจำกัดนักท่องเที่ยวบนฝั่ง ไม่ให้เรือเข้าด้านหน้าอ่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ซึ่งเป็นรูปของลูกปลาการ์ตูนและดอกไม้ทะเล ที่เข้ามาอาศัยอยู่บริเวณอ่าวมาหยา โดยมีความตอนหนึ่งที่ ดร.ธรณ์ ได้ระบุว่า… เธอเพิ่งมาอ่าวมาหยา พูดให้ถูก เธอเพิ่งมี “โอกาส” มาอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้ พ่อแม่ปู่ย่าของเธออยู่ไม่ได้ เพราะดอกไม้ทะเลอันเป็นบ้านของเธอถูกใบพัดเรือพัดปลิวกระจาย แต่วันนี้ มีบ้านใหม่…และมีเจ้าของบ้านตัวใหม่ ย้ายเข้ามาอยู่ที่อ่าวมาหยา จิ๊กซอตัวหนึ่ง…ปรากฏ เพื่อเชื่อมต่อกับจิ๊กซออีกตัว…อีกตัว…และอีกตัว เพื่อสักวันหนึ่ง คำว่า “สวรรค์” จะถูกจารึกลงบนพื้นที่เคยระเกะระกะด้วยเศษซากปะการังตาย จงมองฉลาม แต่เผื่อสายตาให้ปลาการ์ตูน

ถึงเวลาพัก! ‘อ่าวมาหยา’ อ่วม นทท.แห่ดำน้ำกระทบแนวปะการัง กลางปีหน้าเตรียมปิดอ่าวฟื้นฟูใต้ทะเล

คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ มีมติที่ประชุมให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ประกาศการพักฟื้นอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จ.กระบี่ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนปีหน้า เพื่อให้ธรรมชาติทั้งบนฝั่ง และใต้ทะเลได้ฟื้นตัว เนื่องจากที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวที่อ่าวมาหยา ทำให้สภาพธรรมชาติทั้งบนฝั่งและใต้ทะเลถูกทำลาย จากการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น การทิ้งสมอเรือทำลายแนวปะการัง ฝุ่นตะกอนน้ำทับถมปะการังทำให้การเจริญเติบโตช้า นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่าว่าที่ผ่านมาได้มีการสำรวจแนวปะการัง เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพิสูจน์ พบว่าธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณอ่าวมาหยาได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจำนวนมาก ทำให้น้ำเป็นตะกอนปกคลุมแนวปะการัง ส่งผลให้ปะการังเจริญเติบโตช้าและเสียหาย จึงเตรียมเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศปิดช่วงหน้าโลว์ซีซั่นปีหน้า ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยจะแจ้งผู้ประกอบการนำเที่ยวให้รับทราบเพื่อไม่ให้กระทบกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนประกาศ

keyboard_arrow_up