ตำรวจปะทะผู้ชุมนุมที่สนามบินฮ่องกง – นักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ

วานนี้ (13 ส.ค.) เกิดเหตุตำรวจปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงที่สนามบินนานาชาติ ฮ่องกง หลังผู้ชุมนุมหลายพันคนเข้าไปรวมตัวกันบริเวณอาคารผู้โดยสาร พร้อมกับตะโกน ร้องเพลง และชูป้ายต่าง ๆ ก่อนตำรวจจลาจลบุกเข้าไปผลักดันผู้ประท้วงให้ออกจากสนามบิน ด้วยการใช้สเปรย์พริกไทย โดยในบางจังหวะ ตำรวจต้องชักปืนออกมาข่มขู่ผู้ประท้วง ขณะที่ผู้ประท้วง พากันนำรถเข็น รั้วเหล็กและวัตถุอื่น ๆ มาขวางกั้นทางเดินภายในสนามบิน การปะทะกันเกิดขึ้นหลายระลอก โดยชายคนหนึ่งถูกนำตัวออกไปจากอาคารผู้โดยสารหลัก หลังถูกกลุ่มผู้ประท้วงกักตัวไว้ ผู้ประท้วงบางคนบอกว่า ชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจีนแผ่นดินใหญ่แฝงตัวมา แต่มีการยืนยันภายหลังว่าเขาเป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Global Times ของจีน ส่วนในกรุงวอชิงตันดีซี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกว่า รัฐบาลจีน กำลังสั่งการให้ทหารไปประจำการบริเวณชายแดนฮ่องกงแล้ว ส่วนบรรดานักท่องเที่ยวในฮ่องกง บอกเมื่อช่วงคำวานนี้ว่า ยังคงกังวลเรื่องการประท้วงที่เกิดขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด เนื่องจากสายการบินยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีคนหนึ่งบอกว่า เพื่อน ๆ ของเธอยังกลับบ้านไม่ได้เมื่อวานนี้ เนื่องจากสนามบินปิด และเธอกังวลว่าตัวเองก็อาจยังกลับไม่ได้เช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์สองคน บอกว่า ยังกลับบ้านไม่ได้ และอาจต้องติดอยู่ในฮ่องกงอีกสามวัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไกด์แนะควรมีป้ายเตือนหลายภาษา ป้องกันต่างชาติเหยียบ “กู่เจ้าหลวง”

เชียงใหม่ – ไกด์นำเที่ยวเผย กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถ่ายรูปไม่ให้เกียรติสถานที่เพราะมาเที่ยวกันเอง ไม่ได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมจากไกด์นำเที่ยว ซึ่งทางวัดเองก็ควรทำป้ายให้คำแนะนำที่มีหลายภาษา กรณีมีการแชร์ภาพในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ จ.เชียงใหม่ กำลังเดินอยู่บนรั้วกำแพงของ “กู่เจ้าหลวง” ภายในวัดสวนดอก อ.เมืองเชียงใหม่ เบื้องต้น มีคนไปเห็นภาพดังกล่าวจึงมีการนำมาแชร์ต่อ โดยบอกว่าไม่เหมาะสม ต้องการให้มีการลบภาพนี้ออกไป ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนดอก บริเวณ “กู่เจ้าหลวง” ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมกันไม่ขาดสาย โดยทางวัดได้มีป้ายข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติในขณะเยี่ยมชม “กู่เจ้าหลวง” อยู่บริเวณทางเข้า เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม เพราะกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่เป็นกู่ที่บรรจุอัฐิของเจ้าหลวงเชียงใหม่ (ผู้ครองนคร) และพระญาติวงศ์ แต่เดิมอยู่บริเวณข่วงเมรุหรือตลาดวโรรสในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อปี 2452 มีการย้ายมารวมไว้ที่วัดสวนดอก ปัจจุบัน กู่เจ้านายฝ่ายเหนือแห่งนี้ ได้ถูกจดทะเบียนให้เป็นโบราณสถานสำคัญ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 8 มี.ค. 2478 นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้พบไกด์นำเที่ยว นายเชี่ยวชาญ หัสดิเสวี ซึ่งพานักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และมีการย้ำเตือนนักท่องเที่ยวทุกครั้งในการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับสถานที่ ส่วนภาพที่มีกำลังเป็นประเด็นนั้น เป็นภาพของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากันเองโดยไม่มีไกด์ ทำให้ยากต่อการดูแลและแนะนำ ซึ่งในมุมมองของไกด์นั้นถือว่าแย่มาก หากมีไกด์นำเที่ยวจะไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน และทางวัดเองก็ควรทำป้ายหลายภาษาเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจมากขึ้นด้วย

นทท.ถูกใจสิ่งนี้! จีนเปิดตัว “ผ้าปูเตียงฝังชิพ” เช็คได้ซักรีดครั้งสุดท้ายเมื่อไร

ล้ำไปอีกขั้น! จีนเปิดตัวระบบไฮเทคเช็ครายละเอียดว่าผ้าปูเตียงถูกซักครั้งสุดท้ายเมื่อไร บริการนักท่องเที่ยวให้ได้พักอย่างอุ่นใจ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ร้านบริการซักรีดในเมืองอู๋ฮั่นในภาคกลางของจีน ใช้วิธีการติดไมโครชิพลงในผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และผ้าห่ม ซึ่งลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถืออ่านดูวันที่ผ้าเหล่านั้นถูกซักเป็นครั้งสุดท้ายได้ โดยชิพดังกล่าวจะถูกติดไว้ที่มุมหนึ่งของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ส่งไปซักที่ร้านซักรีด Wuhan Kunteng Laundry ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซักรีดแก่โรงแรมและหอพักหลายๆ แห่งของเมือง ซึ่งชิพแต่ละตัวมีรหัส QR ที่สามารถสแกนได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถกันน้ำได้และทนต่ออุณหภูมิสูง ดังนั้นชิพเหล่านี้จะยังใช้การนานได้แม้ว่าจะผ่านการซักรีดหลายครั้งหลายหนก็ตาม

สังคมไร้เงินสดที่แท้ทรู! ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินเซินเจิ้นจ่ายค่าตั๋วผ่าน “คิวอาร์โค้ด”

เซินเจิ้น ประเทศจีน พัฒนาไปอีกขั้น! ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดแบบเต็มตัว ผู้โดยสารรถไฟใต้จ่ายค่าตั๋วผ่านระบบ “คิวอาร์โค้ด” พบยอดการใช้งานทะลุเกิน 20 ล้านคนแล้ว สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ก.ค.) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง เทนเซ็นต์ (Tencent)  เปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจของผู้โดยสารรถไฟใต้ดินจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้นของมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง)  ใช้ระบบสแกนคิวอาร์โค้ด (QR code) บนโทรศัพท์มือถือเพื่อชำระเงินและผ่านเข้าสู่สถานีรถไฟใต้ดิน โดยยอดการใช้งานทะลุเกิน 20 ล้านคนแล้ว นอกจากนี้ เทนเซ็นต์ยังเผยข้อมูลสถิติ พบว่าร้อยละ 54 ของผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคนนั้นมีอายุต่ำกว่า 30 ปี และการสแกนคิวอาร์โค้ดกลายเป็นวิธีชำระเงินยอดความนิยมของนักท่องเที่ยวในเซินเจิ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 45 ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ทั้งนี้ ระบบสแกนคิวอาร์โค้ดของสถานีรถไฟใต้ดินเป็นโปรแกรมแบบ “รับและจ่าย” ขนาดเล็กบนแพลตฟอร์มวีแชต (WeChat) ที่พัฒนาโดยเทนเซ็นต์ นับจนถึงขณะนี้มีการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวใน 7 เมืองของภูมิภาคกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือเกรทเทอร์ เบย์ (Greater Bay Area) โดยเฉพาะโครงข่ายรถไฟใต้ดินของเซินเจิ้นและกว่างโจวที่มีระบบฯ ครอบคลุมทุกสถานี

มีป้ายเตือนก็เท่านั้น!! นักท่องเที่ยวมือบอนขูดต้นไผ่ สลักชื่อตัวเองทั้งกอ

แม้จะมีคำกล่าวถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ว่า “อย่าทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า อย่าเก็บอะไรไปนอกจากความทรงจำ” แต่ดูเหมือนจะยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจความหมายนี้ แค่อย่างเช่นเหตุการณ์ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ได้โพสต์ลงใน กลุ่มอนุรักษ์ช่วยเหลือสัตว์ป่า ที่เผยให้เห็นกอไผ่จำนวนมากที่เต็มไปด้วยชื่อสลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังน้ำตกไทรโยคน้อย นอกจากนี้ ยังมีผู้แสดงความเห็นว่า มีเหตุการณ์เหมือนกันนี้เกิดขึ้นที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเช่นกัน และแม้ในบริเวณดังกล่าวจะมีป้ายเตือนระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “กรุณาอย่าขีดเขียนต้นไม้และกอไผ่” แต่ก็พบว่ากอไผ่เบื้องหลังยังเต็มไปด้วยรอยสลักชื่อของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้

โนสนโนแคร์!! หนุ่มจีนปลดทุกข์กลางเยาวราช ท่ามกลางสายตาของคนนั่งกินข้าว

หลังจากกลายเป็นเหตุการณ์ให้ผู้คนในโลกออนไลน์ตื่นเต้นมาครั้งหนึ่ง เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้มีภาพนักท่องเที่ยวสาวถกกระโปรงฉี่ แล้วนั่งกลางขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ธนากร บุตรน้ำเพชร ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊ก Raweewan S.Boou ที่ได้โพสต์ภาพนักท่องเที่ยวหนุ่มชาวจีนรายหนึ่งที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ถนนเยาวราช และได้ก่อวีรกรรมสุดพีคไม่แพ้กัน เพราะอยู่ๆ เจ้าตัวก็ถอดกางเกงลงเพื่อนั่งปลดทุกข์ลงท่อระบาย ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่นั่งกินอาหารอยู่ในร้านริมทาง ทั้งนี้ผู้โพสต์ยังระบุข้อความอีกว่า…เหตุเกิดวันที่ 26 มีนาคม เวลาประมานสองทุ่มครึ่ง เรากำลังจะเดินไปร้าน sweettime ซึ่งต้องผ่านซอยนั้นพอดี จังหวะที่เดินก็เจอพี่จีนเสื้อเหลืองปลดทุกข์แบบไม่แคร์ใดๆ เข้าใจว่าแถวนั้นอาจจะหาห้องน้ำยาก ใจกล้าสุด!! #มีแม่ค้าเข็นรถเดินผ่านก็ตะโกนด่า แต่อาจจะฟังไม่เข้าใจ เราก็เลยถ่ายเอาไว้ดูขำๆ ปล.เพื่อนคนจีนเค้าอยู่ตรงข้ามค่ะ มองอย่างห่างๆ เราก็คิดในใจว่า เอ้ย ไม่พกทิชชู่มาด้วย เช็ดก้นยังไงอะ?

ประทับใจไม่รู้ลืม “ภูชี้ฟ้าหน้าฝน” คนน้อย-บรรยากาศ 100%

อยู่ใต้ฟ้าอย่าไปกลัวฝน ที่สำคัญหน้าฝนแบบนี้ เหมาะแก่การเดินทางขึ้นเหนือเหลือเกิน ไม่ว่าจะไปดอยไหนก็สวย เต็มไปด้วยความเขียวชะอุ่ม และวันนี้ Amarintv.com ขอปักหมุดไปที่ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของ จ.เชียงราย อย่าง “ภูชี้ฟ้า” สำหรับ “ภูชี้ฟ้า” เป็นแลนด์มาร์คที่เนื้อหอมมากๆ ในช่วงปลายปี เพราะนักท่องเที่ยวจะแห่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอย แน่นอนว่าคนเยอะ บรรยากาศอาจจะดูวุ่นวายไปนิดสำหรับคนที่อยากจะขึ้นไปสัมผัสความเป็นธรรมชาติแบบชิลๆ ยิ่งในเรื่องของการถ่ายภาพแล้ว เลี่ยงไม่ได้ว่าจะต้องมีติดคนอื่นๆ เข้าไปในเฟรมอย่างแน่นอน วันนี้เราจะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศ ลองไปขึ้นภูชี้ฟ้าในหน้าฝนกันบ้าง บอกเลยว่า ถึงแม้จะไม่หนาวจับใจ แต่เมฆหมอกหน้าฝนนี่ล่ะที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม ขึ้นเขาหน้าฝน สิ่งหนึ่งอาจจะต้องระวังกันซักนิดคือ เส้นทางเดินที่ลื่นสุดๆ อาจจะต้องระวังจังหวะในการลงเท้าซักนิด จิกเท้าหน่อยๆ ค่อยๆ ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ ซึมซับความสดชื่นของต้นไม้อันเขียวชะอุ่มริมสองข้างทาง ซึ่งจุดที่สวยที่สุดและเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลยก็น่าจะตรงนี้แหละ เพราะเป็นจุดที่เห็นยอดเขาของภูชี้ฟ้า ถ้ามาในช่วงไฮซีซั่น บอกได้เลยว่าจะเก็บชอตโล่งๆ เห็นแค่ยอดเขาแบบนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน บรรยากาศบนภูชี้ฟ้าดีมากๆ ใส่เสื้อแขนสั้นเดินสบายๆ ซึ่งถ้าจะให้เล่าทั้งหมดบนภูชี้ฟ้าออกมาคงจะบรรยายได้ไม่เท่าตาเห็น และอยากจะให้มาดูด้วยสายตาของตัวเองมากกว่า อย่างที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้” นะจ๊ะ  

ททท. เชิญสื่อมวลชนร่วมงาน TTM+ 2019 ท่องเที่ยวเมืองรองอย่างยั่งยืน

5 มิถุนายน 2562 ณ Ocean Marina Yacht Ctub เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนไทยและสื่อมวลชนจาก 26 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน Thailand Travel Mart Plus 2019 (TTM+ 2019) พร้อมผลักดันนโยบายดึงต่างชาติเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน        งาน TTM+ 2019 ททท. จัดขึ้นในวันที่ 5-7 มิถุนายน 2562 ณ Ocean Marina Yacht Club เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด “New Shades of Emerging Destinations” ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ททท. ที่มุ่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม หรือ […]

เรือนักท่องเที่ยวเกาหลี ล่มในฮังการี ดับ 7 ศพ-สูญหาย 19 ราย

วานนี้(29 พ.ค.) เวลา22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มกลางแม่น้ำดานูบ ในกรุงบูดาเปสของฮังการี โดยเรือนักท่องเที่ยวลำที่เกิดเหตุมีชื่อว่า “ฮับเลนี” เป็นเรือ 2 ชั้น สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 45 คน ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้บนเรือ 33 คน นายลี ซังมู ผู้อำนวยการบริษัทนำเที่ยว “เวรี่ กู้ด ทัวร์” ของเกาหลีใต้เปิดแถลงข่าวแสดงความรับผิดชอบ และขอโทษต่อครอบครัวนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจากเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มครั้งนี้ โดยทางบริษัทนำทัวร์ดังกล่าวระบุว่าเรือนำเที่ยวของบริษัทได้ชนกับเรือนำเที่ยวอีกลำ จนพลิกคว่ำ และในช่วงที่เกิดเหตุระดับแม่น้ำดานูบได้เพิ่มสูง มีคลื่นสูง และมีฝนตกหนัก เหตุเรือล่มดังกล่าว ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขึ้นมาได้ 14 คนแต่เสียชีวิต 7 คน และยังคงเร่งค้นหานักท่องเที่ยวอีก 19 คนที่สูญหายจากเหตุเรือล่มดังกล่าว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตในเวลานี้มีอยู่น้อยเต็มที เนื่องจากเวลาผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ด้านประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้เปิดเผยว่าทางเกาหลีใต้พร้อมทำงานสอบสวนร่วมกับทางการฮังการีเพื่อหาสาเหตุของเรือล่ม ขณะที่นางคัง ยองฮวา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้เตรียมเดินทางไปยังฮังการีเพื่อติดตามปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้จากเหตุเรือล่ม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เกาหลีใต้ จ่อใช้ระบบ ETA คัดกรองนักท่องเที่ยว สกัด “ผีน้อยไทย” ลักลอบเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ มีการเผยแพร่ข่าวการประชุมหารือด้านการกงสุลไทย – สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 4 โดย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ในระดับประชาชนอยู่ในระดับที่ดี โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยประมาณ 1.8 ล้านคนต่อปี และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ประมาณ 5 แสนคนต่อปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีที่ใกล้ชิดและดำเนินมาครบ 60 ปีแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองบุคคลตั้งแต่ต้นทางเพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวโดยสุจริต เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนคนไทยที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีเป็นจำนวนมากประมาณ 14๐,๐๐๐ คน โดยภายหลังสิ้นสุดการดำเนินมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีที่ให้แรงงานต่างชาติที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศโดยไม่ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้กระทำผิด ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562 ยังมีคนไทยที่อยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีถึงร้อยละ 39 ของจำนวนคนต่างชาติทั้งหมดที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลี โดยสาธารณรัฐเกาหลีก็จะบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการลักลอบเข้ามาทำงานและนำคนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายให้มากขึ้น ทั้งสองฝ่ายยินดีกับความคืบหน้าของการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงยุติธรรมสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการอำนวยความสะดวกการโยกย้ายถิ่นฐานแบบปกติและการป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ ร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันของหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ ในโอกาสนี้ฝ่ายไทยได้หารือกับฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแสวงหาช่องทางการรับแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มเติมจากระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System – […]

เจ้าของร้านอาหารริมน้ำเก็บรองเท้า นทท.ที่ไหลมากับน้ำ ประกาศหาเจ้าของ

ที่เชียงใหม่ เจ้าของร้านอาหารริมน้ำเก็บรองเท้านักท่องเที่ยวที่ไหลมากับน้ำ พร้อมติดป้ายประกาศหาเจ้าของ-ประชาสัมพันธ์ระวังรองเท้าตกน้ำ เจ้าของร้านอาหารริมน้ำแม่แจ่ม อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เก็บรองเท้าแตะของนักท่องเที่ยวที่ไหลมาตามน้ำแขวนไว้กับราวไม้ไผ่ ประกาศหาเจ้าของให้มารับคืน โดยรองเท้าเป็นของนักท่องเที่ยวมารับประทานอาหาร เล่นน้ำ เผลอทำรองเท้าตกน้ำ และไหลมาตามน้ำมาเกยตื้นใกล้กับร้าน โดยนางขวัญ ศรีวงค์ เจ้าของร้านแพไอซ์ซี่ ได้นำรองเท้าแตะที่ไหลมากับน้ำประมาณ 16 ข้าง มีทั้งรองเท้าเด็ก รองเท้าผู้ใหญ่ และรองเท้าผ้าใบ มาแขวนไว้กับราวไม้ไผ่ริมตลิ่งลงแม่น้ำแจ่ม เพื่อประกาศหาเจ้าของรองเท้า พร้อมขึ้นป้ายเขียนข้อความว่าไร้คู่อีกแว้ว และอีกข้อความระบุว่า รองเท้าไร้คู่เหมือพธูที่ไร้ร๊าก เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวให้อย่าเผลอทำรองเท้าตกน้ำ โดยก่อนหน้านี้เจ้าของร้านได้เก็บรองเท้าแตะที่ไหลมาตามน้ำและมาเกยตื้นใกล้กับร้าน ตั้งแต่เปิดร้านต้นเดือนมีนาคม รวมทั้งหมดประมาณ 20 ข้าง และมีนักท่องเที่ยวบางรายมาดูรองเท้าและขอคืนไป

โซเชียลจวกคนดำน้ำหยิบดอกไม้ทะเลพร้อมปลานีโม่ ขึ้นเหนือน้ำให้ “นักท่องเที่ยวจีน” ชม

เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก จิตอาสา Go Eco Phuket ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 2 นาที ซึ่งมีชายไทยคนหนึ่งดำน้ำลงไปหยิบเอาหินปะการังที่มีดอกไม้ทะเลซึ่งเป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูน หรือปลานีโม่ ขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้ชมที่บนผิวน้ำ โดยมีปลาการ์ตูนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในดอกไม้ทะเลติดขึ้นมาด้วย พร้อมกับระบุข้อความว่า #คำว่าเลวแรงไปไหมครับสำหรับนายคนนี้ คนรักทะเลทำงานด่วนครับ ช่วยสืบให้หน่อยเหตุเกิดขึ้นที่ไหน? และนายคนนี้คือใคร? เป็นมัคคุเทศก์รึป่าว อยากถามว่า..ตอนที่เขาทำแบบนี้ อยากทราบว่าใช้อะไรคิด หัวสมองหรือหัวแม่โป้งทีนครับ!! ทำไปเพื่ออะไร เพื่อแลกกับความสะใจ หรือเศษสตางค์จากแขกที่มาเที่ยว พวกมันทำแบบนี้ได้อย่างไร!? ไม่มีหัวจิตหัวใจสำนึกรักทะเลกันบ้างรึไง?? #ทำลายทรัพยากรธรรมชาติเท่ากับทำลายชาติ https://www.facebook.com/goecophuket1/videos/429631534504048/

รวบหนุ่มมะกันขโมยเรือสปีดโบ๊ทซิ่งเล่นจนพัง ก่อนเตรียมหนีออกนอกประเทศ

จับกุมตัวได้แล้ว! นักท่องเที่ยวหนุ่มอเมริกันขโมยเรือสปีดโบ๊ทที่จอดไว้หน้าชายหาดเกาะพีพีไปขับเล่น จนเรือเสียหายกว่า 3 แสนบาท ถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ จากกรณีที่เมื่อวันที่ 19 เม.ย.62 นางสาวอภิสมัย แสงจันทร์ ผู้เสียหาย ได้จอดเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ว.นรินทร์เทพ ราคาประมาณ 1 ล้านบาทไว้ที่ชายหาดโล๊ะดาลัม หมู่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ โดยได้เสียบกุญแจคาไว้ ต่อมาเวลาประมาณ 22.30 น. ได้มีนักท่องเที่ยวชายต่างชาติซึ่งมีอาการมึนเมา เกิดความคึกคะนอง ขึ้นไปขับเรือออกไปจากจุดที่จอดต่อหน้าต่อตาคนขับเรือหางยาว ซึ่งนอนเฝ้าเรืออยู่บริเวณนั้นและได้พยายามเข้าห้ามไว้แต่ไม่เป็นผล ต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันรุ่งขึ้น พบว่าเรือลำดังกล่าวจอดเกยชายหาดอยู่ที่แหลมตงบริเวณหน้าโรงแรมฮอลิเดย์อิน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 15 กิโลเมตร สภาพได้รับเสียหายที่เครื่องยนต์ และตัวเรือแตก มีรอยถลอก ค่าเสียหายประมาณ 350,000 บาท โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุได้สอบถามพนักงานโรงแรมว่าที่นี่ที่ไหน พร้อมกับโชว์หนังสือเดินทางให้ดูและได้เหมาเรือหางยาวกลับที่พักเกาะพีพี ผู้เสียหายจึงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 24 เม.ย.62  พ.ต.อ.กฤตภาส เดชอินทรศร ผกก.สภ.เกาะพีพี […]

จีนขยายหยุดยาววันแรงงาน คาดเกิดยอดการเดินทาง 160 ล้านเที่ยว

มีรายงานว่า ซีทริป (Ctrip) เอเจนซีออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของจีน เปิดเผยว่าการขยายเวลาวันหยุดเนื่องในวันแรงงานของจีนจะทำให้เกิด “มหกรรมการท่องเที่ยวสุดคึกคัก” ด้วยยอดการเดินทางคาดการณ์ทั้งหมด 160 ล้านเที่ยว รายงานข่าวอ้างอิงการคาดการณ์ของซีทริปที่ระบุว่าตัวเลขข้างต้นสูงกว่ายอดการเดินทางในช่วงหยุดยาวของเทศกาลกวาดหลุมศพหรือเชงเม้ง ซึ่งตรงกับวันที่ 5-7 เม.ย. ที่ผ่านมาถึงราวร้อยละ 50 ทั้งนี้ ช่วงหยุดยาวสามวันเนื่องในวันแรงงานของปีก่อน ชาวจีนเดินทางราว 147 ล้านเที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบปีต่อปี ข้อมูลจากซีทริประบุว่าผู้ใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทราวร้อยละ 49 เลือกวางแผนการเดินทางที่กินระยะเวลา 4-6 วัน เนื่องจากการขยายเวลาวันหยุดดังกล่าว โดยซีทริปจะให้บริการนักท่องเที่ยวเดินทางสู่ประเทศและภูมิภาคกว่า 90 แห่งทั่วโลก

สตรีทฟู้ดไทยสะเทือน! ปักกิ่งเตรียมสร้าง “ถนนของกิน” 10 สายทั่วเมือง

กรุงปักกิ่งของจีนได้ชื่อว่าเป็นทั้งศูนย์กลางความเจริญและเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินด้วย ล่าสุด ทางการจึงเตรียมสร้างถนนของกิน 10 สาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สำนักงานพาณิชย์กรุงปักกิ่งเปิดเผยถึงแผน กระตุ้นการท่องเที่ยวโดยใช้อาหารเป็นจุดขาย โดยวางแผนพัฒนา “ถนนของกิน” 10 สายรอบเมือง ซึ่งจะขยายเวลาเปิดไปจนถึงเที่ยงคืน เพื่อเอาใจคนชอบกินดึก พิกัดของถนนอาหารแต่ละเส้นจะตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ 10 สายของกรุงปักกิ่ง โดยในช่วงกลางวัน เน้นเจาะกลุ่มคนทำงาน ส่วนเวลากลางคืน เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ คาดว่าการก่อสร้างน่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2021 ข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการส่งอาหารรายใหญ่ของกรุงปักกิ่งระบุว่า ช่วงเวลากลางคืนมียอดผู้ใช้บริการส่งอาหารเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากสตรีทฟู้ดแล้ว ทางการยังเตรียมผลักดันให้ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อขยายเวลาเปิดบริการให้ดึกขึ้นด้วย

เต็มไปด้วยความเศร้าสลด ชาวเกาะสีชังร่วมไว้อาลัยนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน

นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง พร้อมชาวบ้านร่วมไว้อาลัยนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธงพระจุลจอมเกล้า จากกรณีที่ฆาตกรรมอำพรางศพ น.ส.มิเรียม เบเทอร์ (Ms.Miriam Beelte) อายุ 27 ปี สัญชาติเยอรมัน ขณะเดินทางไปเที่ยวที่เกาะสีชัง เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 62 นั้น (อ่าน: ฆาตกรทุบหัวแหม่มสุดใจเย็น ตบตาคนอ้างตัวเลอะเลือด ไม่รู้มาได้ไง ชาวเกาะสีชังแค้นทำเสื่อม) ล่าสุด นายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรี เกาะสีชัง พร้อมด้วยชาวบ้านเกาะสีชัง ได้ทำพิธีไว้อาลัย Miss Beelte Miriam (มิสซิส มิเรียม เบเทอร์) อายุ 27 ปี สัญชาติเยอรมัน ที่มาท่องเที่ยวเกาะสีชัง จ.ชลบุรี แล้วถูกนายรณกร ร่มรื่น อายุ 24 ปี ก่อเหตุข่มขืน ฆาตกรรมอำพรางคดีซ่อนศพไว้บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธงพระจุลจอมเกล้า หมู่ 6 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด

สุดตื่นตา!! ฝูงวาฬบรูด้าโผล่เกาะเต่า ต่อหน้ากลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สุดประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เมื่อผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ André Horn ที่เดินทางมาท่องเที่ยว เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา และได้พบกับฝูงวาฬบรูด้าจำนวน 3 ตัวกำลังแหวกว่ายอยู่ในระยะใกล้ และพวกเขาไม่พลาดที่จะถ่ายภาพกับคลิปวิดีโอเก็บไว้เป็นที่ระลึก

เตือนไม่ฟัง!! โซเชียลฉะ นทท. “เหยียบ-ยืนพิง” ต้นจามจุรียักษ์อายุ 100 ปี เพราะอยากถ่ายรูป

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ มะเหมี่ยว ปฐมบัวทอง โพสต์เรื่องราวผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก หลงเต็นท์ ที่เผยให้เห็นภาพของนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนพิง และเหยียบบริเวณโคนต้นของต้นจามจุรียักษ์อายุกว่า 100 ปี พร้อมระบุข้อความว่า…เศร้าใจ คนไทยแท้ๆไม่อ่านหรือดูชาวบ้านที่เขาปฏิบัติกันเลย.”ห้ามลง ห้ามถูต้นจามจุรียักษ์” กว่าเขาจะชุ่มฉ่ำเขียวขจี ได้ขนาดนี้ นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังบอกอีกด้วยว่า…มีการตะโกนบอกแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็ตะโกนบอกพวกเขาก็ยังเฉย ทางด้านผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นๆ ก็พากันวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ทั้งนี้ ต้นจามจุรียักษ์ต้นดังกล่าว ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญอีกหนึ่งแห่งของ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะสำโรง อ.เมืองกาญจนบุรี โดยในแต่ละปีจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาถ่ายภาพคู่กับต้นจามจุรียักษ์ ซึ่งเมื่อก่อนยังไม่ได้มีการปิดป้ายห้าม แต่ปัจจุบันเพื่อช่วยรักษาต้นจามจุรียักษ์ จึงมีการทำทางเดิน รวมถึงปิดป้ายห้ามลง ห้ามถู เพื่อป้องกันความเสียหายต่อต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้

keyboard_arrow_up