‘เชียงใหม่’ กลายเป็นเมืองร้าง ต่างชาติโบกมือลา เมื่อความคุ้มค่าเริ่มลดลง

ชาวต่างชาติรายหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ใน จ.เชียงใหม่ ได้เผยเรื่องราวการท่องเที่ยวในเชียงใหม่ที่เริ่มจะซบเซาลงทุกปี ลงในแชนเนลยูทูป Brett Dev เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา โดยตั้งชื่อคลิปนี้ว่า “Chiang Mai is a Ghost Town | Thai Visa Crackdown?” ซึ่งมีคำบรรยายใต้คลิปว่า “ในเดือนกันยายน เชียงใหม่กลายป็นเมืองที่เงียบเหงา บ้างก็ว่าเป็นเพราะฤดูฝน แต่ปีนี้เงียบกว่าทุกๆ ปี จนหลายคนสงสัยว่าเป็นเพราะปัญหาการขอวีซ่า บางคนก็บอกว่าเป็นเพราะเงินบาทแข็งค่า ทำให้เงินสกุลต่างชาติแลกเป็นเงินไทยได้น้อยลง ส่วนคนเกษียณก็ต้องหาลู่ทางใหม่ในการมาอยู่เมืองไทย เนื่องจากการขอวีซ่าของผู้เกษียณอายุจำเป็นต้องยื่นเอกสาร การทำประกันสุขภาพไว้ด้วย” หลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ ก็มีชาวต่างชาติหลายคนมาแสดงความคิดเห็น บ้างก็บอกว่า ไม่อยากเดินทางมา เพราะได้รับความคุ้มค่าน้อยลง เมื่อเทียบกับเงินที่ใช้จ่ายไป บางรายเลือกที่จะเปลี่ยนแผนไปประเทศเวียดนามแทน

จับนักท่องเที่ยวสาวจีน เก็บกระเป๋าในสนามบินแต่ไม่คืนเจ้าของ

เจ้าหน้าที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับ สาวจีน ที่เก็บกระเป๋าของนักท่องเที่ยวชาวอิหร่าน ที่ทำตกไว้ในสนามบิน เจ้าตัวอ้าง ว่า เจ้าของลืมไว้แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพ นายโมฮัมหมัด แอบบาส ฮัมเซ่ ชาวอิหร่าน ทำกระเป๋าทรัพย์สินหล่นไว้ ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยในกระเป๋า มี เงินสด 1,441 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ ราว 44,116 บาท รวมทั้ง หนังสือเดินทาง และ โทรศัพท์มือถือ จากนั้น นางหลี่ เหวิ่น จุ๊น ชาวจีน จะเดินมาหยิบหยิบกระเป๋าใบนี้ไป หลังจากนั้นไม่นาน นายโมฮัมหมัด ทราบว่า กระเป๋าหาย จึงไปแจ้งความกับ ตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้น นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1 สั่ง เจ้าหน้าที่ เร่งตรวจสอบ กระทั่งพบ นางหลี่ กับ ชายชาวจีนอีกคน […]

ศาลฎีกาพิพากษาประหาร 2 เมียนมา คดีฆาตกรรม นทท.ชาวอังกฤษที่เกาะเต่า

ศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตชาวเมียนมา 2 คน คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษ เหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อเดือนกันยายน ปี 2557 วันนี้ ( 29 ส.ค.62) ศาลจังหวัดนนทบุรี นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายซอลิน จำเลยที่ 1 และนายเวพิว จำเลยที่ 2 สองจำเลยชาวเมียนมาร์ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอร์ริจ อายุ 23 ปี 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี คดีนี้เกิดเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่ามีผู้พบศพนายเดวิด และน.ส.ฮานนาห์ ที่บริเวณหาดทรายรี เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมจำเลยได้ และมีการส่งฟ้องตามกระบวนการ จนในวันที่ 24 ธันวาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่ทีมทนายความจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2560 ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ทนายความจำเลยจึงยื่นฎีกานำมาซึ่งการฟังคำพิพากษาในวันนี้ ล่าสุด […]

ตำรวจปะทะผู้ชุมนุมที่สนามบินฮ่องกง – นักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ

วานนี้ (13 ส.ค.) เกิดเหตุตำรวจปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงที่สนามบินนานาชาติ ฮ่องกง หลังผู้ชุมนุมหลายพันคนเข้าไปรวมตัวกันบริเวณอาคารผู้โดยสาร พร้อมกับตะโกน ร้องเพลง และชูป้ายต่าง ๆ ก่อนตำรวจจลาจลบุกเข้าไปผลักดันผู้ประท้วงให้ออกจากสนามบิน ด้วยการใช้สเปรย์พริกไทย โดยในบางจังหวะ ตำรวจต้องชักปืนออกมาข่มขู่ผู้ประท้วง ขณะที่ผู้ประท้วง พากันนำรถเข็น รั้วเหล็กและวัตถุอื่น ๆ มาขวางกั้นทางเดินภายในสนามบิน การปะทะกันเกิดขึ้นหลายระลอก โดยชายคนหนึ่งถูกนำตัวออกไปจากอาคารผู้โดยสารหลัก หลังถูกกลุ่มผู้ประท้วงกักตัวไว้ ผู้ประท้วงบางคนบอกว่า ชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจีนแผ่นดินใหญ่แฝงตัวมา แต่มีการยืนยันภายหลังว่าเขาเป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Global Times ของจีน ส่วนในกรุงวอชิงตันดีซี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกว่า รัฐบาลจีน กำลังสั่งการให้ทหารไปประจำการบริเวณชายแดนฮ่องกงแล้ว ส่วนบรรดานักท่องเที่ยวในฮ่องกง บอกเมื่อช่วงคำวานนี้ว่า ยังคงกังวลเรื่องการประท้วงที่เกิดขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด เนื่องจากสายการบินยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีคนหนึ่งบอกว่า เพื่อน ๆ ของเธอยังกลับบ้านไม่ได้เมื่อวานนี้ เนื่องจากสนามบินปิด และเธอกังวลว่าตัวเองก็อาจยังกลับไม่ได้เช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์สองคน บอกว่า ยังกลับบ้านไม่ได้ และอาจต้องติดอยู่ในฮ่องกงอีกสามวัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไกด์แนะควรมีป้ายเตือนหลายภาษา ป้องกันต่างชาติเหยียบ “กู่เจ้าหลวง”

เชียงใหม่ – ไกด์นำเที่ยวเผย กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถ่ายรูปไม่ให้เกียรติสถานที่เพราะมาเที่ยวกันเอง ไม่ได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมจากไกด์นำเที่ยว ซึ่งทางวัดเองก็ควรทำป้ายให้คำแนะนำที่มีหลายภาษา กรณีมีการแชร์ภาพในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ จ.เชียงใหม่ กำลังเดินอยู่บนรั้วกำแพงของ “กู่เจ้าหลวง” ภายในวัดสวนดอก อ.เมืองเชียงใหม่ เบื้องต้น มีคนไปเห็นภาพดังกล่าวจึงมีการนำมาแชร์ต่อ โดยบอกว่าไม่เหมาะสม ต้องการให้มีการลบภาพนี้ออกไป ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนดอก บริเวณ “กู่เจ้าหลวง” ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมกันไม่ขาดสาย โดยทางวัดได้มีป้ายข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติในขณะเยี่ยมชม “กู่เจ้าหลวง” อยู่บริเวณทางเข้า เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม เพราะกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่เป็นกู่ที่บรรจุอัฐิของเจ้าหลวงเชียงใหม่ (ผู้ครองนคร) และพระญาติวงศ์ แต่เดิมอยู่บริเวณข่วงเมรุหรือตลาดวโรรสในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อปี 2452 มีการย้ายมารวมไว้ที่วัดสวนดอก ปัจจุบัน กู่เจ้านายฝ่ายเหนือแห่งนี้ ได้ถูกจดทะเบียนให้เป็นโบราณสถานสำคัญ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 8 มี.ค. 2478 นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้พบไกด์นำเที่ยว นายเชี่ยวชาญ หัสดิเสวี ซึ่งพานักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และมีการย้ำเตือนนักท่องเที่ยวทุกครั้งในการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับสถานที่ ส่วนภาพที่มีกำลังเป็นประเด็นนั้น เป็นภาพของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากันเองโดยไม่มีไกด์ ทำให้ยากต่อการดูแลและแนะนำ ซึ่งในมุมมองของไกด์นั้นถือว่าแย่มาก หากมีไกด์นำเที่ยวจะไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน และทางวัดเองก็ควรทำป้ายหลายภาษาเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจมากขึ้นด้วย

นทท.ถูกใจสิ่งนี้! จีนเปิดตัว “ผ้าปูเตียงฝังชิพ” เช็คได้ซักรีดครั้งสุดท้ายเมื่อไร

ล้ำไปอีกขั้น! จีนเปิดตัวระบบไฮเทคเช็ครายละเอียดว่าผ้าปูเตียงถูกซักครั้งสุดท้ายเมื่อไร บริการนักท่องเที่ยวให้ได้พักอย่างอุ่นใจ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ร้านบริการซักรีดในเมืองอู๋ฮั่นในภาคกลางของจีน ใช้วิธีการติดไมโครชิพลงในผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และผ้าห่ม ซึ่งลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถืออ่านดูวันที่ผ้าเหล่านั้นถูกซักเป็นครั้งสุดท้ายได้ โดยชิพดังกล่าวจะถูกติดไว้ที่มุมหนึ่งของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ส่งไปซักที่ร้านซักรีด Wuhan Kunteng Laundry ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซักรีดแก่โรงแรมและหอพักหลายๆ แห่งของเมือง ซึ่งชิพแต่ละตัวมีรหัส QR ที่สามารถสแกนได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถกันน้ำได้และทนต่ออุณหภูมิสูง ดังนั้นชิพเหล่านี้จะยังใช้การนานได้แม้ว่าจะผ่านการซักรีดหลายครั้งหลายหนก็ตาม

สังคมไร้เงินสดที่แท้ทรู! ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินเซินเจิ้นจ่ายค่าตั๋วผ่าน “คิวอาร์โค้ด”

เซินเจิ้น ประเทศจีน พัฒนาไปอีกขั้น! ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดแบบเต็มตัว ผู้โดยสารรถไฟใต้จ่ายค่าตั๋วผ่านระบบ “คิวอาร์โค้ด” พบยอดการใช้งานทะลุเกิน 20 ล้านคนแล้ว สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ก.ค.) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง เทนเซ็นต์ (Tencent)  เปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจของผู้โดยสารรถไฟใต้ดินจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้นของมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง)  ใช้ระบบสแกนคิวอาร์โค้ด (QR code) บนโทรศัพท์มือถือเพื่อชำระเงินและผ่านเข้าสู่สถานีรถไฟใต้ดิน โดยยอดการใช้งานทะลุเกิน 20 ล้านคนแล้ว นอกจากนี้ เทนเซ็นต์ยังเผยข้อมูลสถิติ พบว่าร้อยละ 54 ของผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคนนั้นมีอายุต่ำกว่า 30 ปี และการสแกนคิวอาร์โค้ดกลายเป็นวิธีชำระเงินยอดความนิยมของนักท่องเที่ยวในเซินเจิ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 45 ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ทั้งนี้ ระบบสแกนคิวอาร์โค้ดของสถานีรถไฟใต้ดินเป็นโปรแกรมแบบ “รับและจ่าย” ขนาดเล็กบนแพลตฟอร์มวีแชต (WeChat) ที่พัฒนาโดยเทนเซ็นต์ นับจนถึงขณะนี้มีการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวใน 7 เมืองของภูมิภาคกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือเกรทเทอร์ เบย์ (Greater Bay Area) โดยเฉพาะโครงข่ายรถไฟใต้ดินของเซินเจิ้นและกว่างโจวที่มีระบบฯ ครอบคลุมทุกสถานี

มีป้ายเตือนก็เท่านั้น!! นักท่องเที่ยวมือบอนขูดต้นไผ่ สลักชื่อตัวเองทั้งกอ

แม้จะมีคำกล่าวถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ว่า “อย่าทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า อย่าเก็บอะไรไปนอกจากความทรงจำ” แต่ดูเหมือนจะยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจความหมายนี้ แค่อย่างเช่นเหตุการณ์ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ได้โพสต์ลงใน กลุ่มอนุรักษ์ช่วยเหลือสัตว์ป่า ที่เผยให้เห็นกอไผ่จำนวนมากที่เต็มไปด้วยชื่อสลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังน้ำตกไทรโยคน้อย นอกจากนี้ ยังมีผู้แสดงความเห็นว่า มีเหตุการณ์เหมือนกันนี้เกิดขึ้นที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเช่นกัน และแม้ในบริเวณดังกล่าวจะมีป้ายเตือนระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “กรุณาอย่าขีดเขียนต้นไม้และกอไผ่” แต่ก็พบว่ากอไผ่เบื้องหลังยังเต็มไปด้วยรอยสลักชื่อของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้

โนสนโนแคร์!! หนุ่มจีนปลดทุกข์กลางเยาวราช ท่ามกลางสายตาของคนนั่งกินข้าว

หลังจากกลายเป็นเหตุการณ์ให้ผู้คนในโลกออนไลน์ตื่นเต้นมาครั้งหนึ่ง เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้มีภาพนักท่องเที่ยวสาวถกกระโปรงฉี่ แล้วนั่งกลางขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ธนากร บุตรน้ำเพชร ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊ก Raweewan S.Boou ที่ได้โพสต์ภาพนักท่องเที่ยวหนุ่มชาวจีนรายหนึ่งที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ถนนเยาวราช และได้ก่อวีรกรรมสุดพีคไม่แพ้กัน เพราะอยู่ๆ เจ้าตัวก็ถอดกางเกงลงเพื่อนั่งปลดทุกข์ลงท่อระบาย ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่นั่งกินอาหารอยู่ในร้านริมทาง ทั้งนี้ผู้โพสต์ยังระบุข้อความอีกว่า…เหตุเกิดวันที่ 26 มีนาคม เวลาประมานสองทุ่มครึ่ง เรากำลังจะเดินไปร้าน sweettime ซึ่งต้องผ่านซอยนั้นพอดี จังหวะที่เดินก็เจอพี่จีนเสื้อเหลืองปลดทุกข์แบบไม่แคร์ใดๆ เข้าใจว่าแถวนั้นอาจจะหาห้องน้ำยาก ใจกล้าสุด!! #มีแม่ค้าเข็นรถเดินผ่านก็ตะโกนด่า แต่อาจจะฟังไม่เข้าใจ เราก็เลยถ่ายเอาไว้ดูขำๆ ปล.เพื่อนคนจีนเค้าอยู่ตรงข้ามค่ะ มองอย่างห่างๆ เราก็คิดในใจว่า เอ้ย ไม่พกทิชชู่มาด้วย เช็ดก้นยังไงอะ?

ประทับใจไม่รู้ลืม “ภูชี้ฟ้าหน้าฝน” คนน้อย-บรรยากาศ 100%

อยู่ใต้ฟ้าอย่าไปกลัวฝน ที่สำคัญหน้าฝนแบบนี้ เหมาะแก่การเดินทางขึ้นเหนือเหลือเกิน ไม่ว่าจะไปดอยไหนก็สวย เต็มไปด้วยความเขียวชะอุ่ม และวันนี้ Amarintv.com ขอปักหมุดไปที่ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของ จ.เชียงราย อย่าง “ภูชี้ฟ้า” สำหรับ “ภูชี้ฟ้า” เป็นแลนด์มาร์คที่เนื้อหอมมากๆ ในช่วงปลายปี เพราะนักท่องเที่ยวจะแห่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอย แน่นอนว่าคนเยอะ บรรยากาศอาจจะดูวุ่นวายไปนิดสำหรับคนที่อยากจะขึ้นไปสัมผัสความเป็นธรรมชาติแบบชิลๆ ยิ่งในเรื่องของการถ่ายภาพแล้ว เลี่ยงไม่ได้ว่าจะต้องมีติดคนอื่นๆ เข้าไปในเฟรมอย่างแน่นอน วันนี้เราจะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศ ลองไปขึ้นภูชี้ฟ้าในหน้าฝนกันบ้าง บอกเลยว่า ถึงแม้จะไม่หนาวจับใจ แต่เมฆหมอกหน้าฝนนี่ล่ะที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม ขึ้นเขาหน้าฝน สิ่งหนึ่งอาจจะต้องระวังกันซักนิดคือ เส้นทางเดินที่ลื่นสุดๆ อาจจะต้องระวังจังหวะในการลงเท้าซักนิด จิกเท้าหน่อยๆ ค่อยๆ ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ ซึมซับความสดชื่นของต้นไม้อันเขียวชะอุ่มริมสองข้างทาง ซึ่งจุดที่สวยที่สุดและเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลยก็น่าจะตรงนี้แหละ เพราะเป็นจุดที่เห็นยอดเขาของภูชี้ฟ้า ถ้ามาในช่วงไฮซีซั่น บอกได้เลยว่าจะเก็บชอตโล่งๆ เห็นแค่ยอดเขาแบบนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน บรรยากาศบนภูชี้ฟ้าดีมากๆ ใส่เสื้อแขนสั้นเดินสบายๆ ซึ่งถ้าจะให้เล่าทั้งหมดบนภูชี้ฟ้าออกมาคงจะบรรยายได้ไม่เท่าตาเห็น และอยากจะให้มาดูด้วยสายตาของตัวเองมากกว่า อย่างที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้” นะจ๊ะ  

ททท. เชิญสื่อมวลชนร่วมงาน TTM+ 2019 ท่องเที่ยวเมืองรองอย่างยั่งยืน

5 มิถุนายน 2562 ณ Ocean Marina Yacht Ctub เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนไทยและสื่อมวลชนจาก 26 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน Thailand Travel Mart Plus 2019 (TTM+ 2019) พร้อมผลักดันนโยบายดึงต่างชาติเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน        งาน TTM+ 2019 ททท. จัดขึ้นในวันที่ 5-7 มิถุนายน 2562 ณ Ocean Marina Yacht Club เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด “New Shades of Emerging Destinations” ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ททท. ที่มุ่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม หรือ […]

เรือนักท่องเที่ยวเกาหลี ล่มในฮังการี ดับ 7 ศพ-สูญหาย 19 ราย

วานนี้(29 พ.ค.) เวลา22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มกลางแม่น้ำดานูบ ในกรุงบูดาเปสของฮังการี โดยเรือนักท่องเที่ยวลำที่เกิดเหตุมีชื่อว่า “ฮับเลนี” เป็นเรือ 2 ชั้น สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 45 คน ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้บนเรือ 33 คน นายลี ซังมู ผู้อำนวยการบริษัทนำเที่ยว “เวรี่ กู้ด ทัวร์” ของเกาหลีใต้เปิดแถลงข่าวแสดงความรับผิดชอบ และขอโทษต่อครอบครัวนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจากเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มครั้งนี้ โดยทางบริษัทนำทัวร์ดังกล่าวระบุว่าเรือนำเที่ยวของบริษัทได้ชนกับเรือนำเที่ยวอีกลำ จนพลิกคว่ำ และในช่วงที่เกิดเหตุระดับแม่น้ำดานูบได้เพิ่มสูง มีคลื่นสูง และมีฝนตกหนัก เหตุเรือล่มดังกล่าว ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขึ้นมาได้ 14 คนแต่เสียชีวิต 7 คน และยังคงเร่งค้นหานักท่องเที่ยวอีก 19 คนที่สูญหายจากเหตุเรือล่มดังกล่าว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตในเวลานี้มีอยู่น้อยเต็มที เนื่องจากเวลาผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ด้านประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้เปิดเผยว่าทางเกาหลีใต้พร้อมทำงานสอบสวนร่วมกับทางการฮังการีเพื่อหาสาเหตุของเรือล่ม ขณะที่นางคัง ยองฮวา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้เตรียมเดินทางไปยังฮังการีเพื่อติดตามปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้จากเหตุเรือล่ม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เกาหลีใต้ จ่อใช้ระบบ ETA คัดกรองนักท่องเที่ยว สกัด “ผีน้อยไทย” ลักลอบเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ มีการเผยแพร่ข่าวการประชุมหารือด้านการกงสุลไทย – สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 4 โดย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ในระดับประชาชนอยู่ในระดับที่ดี โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยประมาณ 1.8 ล้านคนต่อปี และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ประมาณ 5 แสนคนต่อปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีที่ใกล้ชิดและดำเนินมาครบ 60 ปีแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองบุคคลตั้งแต่ต้นทางเพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวโดยสุจริต เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนคนไทยที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีเป็นจำนวนมากประมาณ 14๐,๐๐๐ คน โดยภายหลังสิ้นสุดการดำเนินมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีที่ให้แรงงานต่างชาติที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศโดยไม่ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้กระทำผิด ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562 ยังมีคนไทยที่อยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีถึงร้อยละ 39 ของจำนวนคนต่างชาติทั้งหมดที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลี โดยสาธารณรัฐเกาหลีก็จะบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการลักลอบเข้ามาทำงานและนำคนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายให้มากขึ้น ทั้งสองฝ่ายยินดีกับความคืบหน้าของการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงยุติธรรมสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการอำนวยความสะดวกการโยกย้ายถิ่นฐานแบบปกติและการป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ ร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันของหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ ในโอกาสนี้ฝ่ายไทยได้หารือกับฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแสวงหาช่องทางการรับแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มเติมจากระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System – […]

เจ้าของร้านอาหารริมน้ำเก็บรองเท้า นทท.ที่ไหลมากับน้ำ ประกาศหาเจ้าของ

ที่เชียงใหม่ เจ้าของร้านอาหารริมน้ำเก็บรองเท้านักท่องเที่ยวที่ไหลมากับน้ำ พร้อมติดป้ายประกาศหาเจ้าของ-ประชาสัมพันธ์ระวังรองเท้าตกน้ำ เจ้าของร้านอาหารริมน้ำแม่แจ่ม อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เก็บรองเท้าแตะของนักท่องเที่ยวที่ไหลมาตามน้ำแขวนไว้กับราวไม้ไผ่ ประกาศหาเจ้าของให้มารับคืน โดยรองเท้าเป็นของนักท่องเที่ยวมารับประทานอาหาร เล่นน้ำ เผลอทำรองเท้าตกน้ำ และไหลมาตามน้ำมาเกยตื้นใกล้กับร้าน โดยนางขวัญ ศรีวงค์ เจ้าของร้านแพไอซ์ซี่ ได้นำรองเท้าแตะที่ไหลมากับน้ำประมาณ 16 ข้าง มีทั้งรองเท้าเด็ก รองเท้าผู้ใหญ่ และรองเท้าผ้าใบ มาแขวนไว้กับราวไม้ไผ่ริมตลิ่งลงแม่น้ำแจ่ม เพื่อประกาศหาเจ้าของรองเท้า พร้อมขึ้นป้ายเขียนข้อความว่าไร้คู่อีกแว้ว และอีกข้อความระบุว่า รองเท้าไร้คู่เหมือพธูที่ไร้ร๊าก เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวให้อย่าเผลอทำรองเท้าตกน้ำ โดยก่อนหน้านี้เจ้าของร้านได้เก็บรองเท้าแตะที่ไหลมาตามน้ำและมาเกยตื้นใกล้กับร้าน ตั้งแต่เปิดร้านต้นเดือนมีนาคม รวมทั้งหมดประมาณ 20 ข้าง และมีนักท่องเที่ยวบางรายมาดูรองเท้าและขอคืนไป

โซเชียลจวกคนดำน้ำหยิบดอกไม้ทะเลพร้อมปลานีโม่ ขึ้นเหนือน้ำให้ “นักท่องเที่ยวจีน” ชม

เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก จิตอาสา Go Eco Phuket ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 2 นาที ซึ่งมีชายไทยคนหนึ่งดำน้ำลงไปหยิบเอาหินปะการังที่มีดอกไม้ทะเลซึ่งเป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูน หรือปลานีโม่ ขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้ชมที่บนผิวน้ำ โดยมีปลาการ์ตูนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในดอกไม้ทะเลติดขึ้นมาด้วย พร้อมกับระบุข้อความว่า #คำว่าเลวแรงไปไหมครับสำหรับนายคนนี้ คนรักทะเลทำงานด่วนครับ ช่วยสืบให้หน่อยเหตุเกิดขึ้นที่ไหน? และนายคนนี้คือใคร? เป็นมัคคุเทศก์รึป่าว อยากถามว่า..ตอนที่เขาทำแบบนี้ อยากทราบว่าใช้อะไรคิด หัวสมองหรือหัวแม่โป้งทีนครับ!! ทำไปเพื่ออะไร เพื่อแลกกับความสะใจ หรือเศษสตางค์จากแขกที่มาเที่ยว พวกมันทำแบบนี้ได้อย่างไร!? ไม่มีหัวจิตหัวใจสำนึกรักทะเลกันบ้างรึไง?? #ทำลายทรัพยากรธรรมชาติเท่ากับทำลายชาติ https://www.facebook.com/goecophuket1/videos/429631534504048/

รวบหนุ่มมะกันขโมยเรือสปีดโบ๊ทซิ่งเล่นจนพัง ก่อนเตรียมหนีออกนอกประเทศ

จับกุมตัวได้แล้ว! นักท่องเที่ยวหนุ่มอเมริกันขโมยเรือสปีดโบ๊ทที่จอดไว้หน้าชายหาดเกาะพีพีไปขับเล่น จนเรือเสียหายกว่า 3 แสนบาท ถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ จากกรณีที่เมื่อวันที่ 19 เม.ย.62 นางสาวอภิสมัย แสงจันทร์ ผู้เสียหาย ได้จอดเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ว.นรินทร์เทพ ราคาประมาณ 1 ล้านบาทไว้ที่ชายหาดโล๊ะดาลัม หมู่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ โดยได้เสียบกุญแจคาไว้ ต่อมาเวลาประมาณ 22.30 น. ได้มีนักท่องเที่ยวชายต่างชาติซึ่งมีอาการมึนเมา เกิดความคึกคะนอง ขึ้นไปขับเรือออกไปจากจุดที่จอดต่อหน้าต่อตาคนขับเรือหางยาว ซึ่งนอนเฝ้าเรืออยู่บริเวณนั้นและได้พยายามเข้าห้ามไว้แต่ไม่เป็นผล ต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันรุ่งขึ้น พบว่าเรือลำดังกล่าวจอดเกยชายหาดอยู่ที่แหลมตงบริเวณหน้าโรงแรมฮอลิเดย์อิน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 15 กิโลเมตร สภาพได้รับเสียหายที่เครื่องยนต์ และตัวเรือแตก มีรอยถลอก ค่าเสียหายประมาณ 350,000 บาท โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุได้สอบถามพนักงานโรงแรมว่าที่นี่ที่ไหน พร้อมกับโชว์หนังสือเดินทางให้ดูและได้เหมาเรือหางยาวกลับที่พักเกาะพีพี ผู้เสียหายจึงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 24 เม.ย.62  พ.ต.อ.กฤตภาส เดชอินทรศร ผกก.สภ.เกาะพีพี […]

จีนขยายหยุดยาววันแรงงาน คาดเกิดยอดการเดินทาง 160 ล้านเที่ยว

มีรายงานว่า ซีทริป (Ctrip) เอเจนซีออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของจีน เปิดเผยว่าการขยายเวลาวันหยุดเนื่องในวันแรงงานของจีนจะทำให้เกิด “มหกรรมการท่องเที่ยวสุดคึกคัก” ด้วยยอดการเดินทางคาดการณ์ทั้งหมด 160 ล้านเที่ยว รายงานข่าวอ้างอิงการคาดการณ์ของซีทริปที่ระบุว่าตัวเลขข้างต้นสูงกว่ายอดการเดินทางในช่วงหยุดยาวของเทศกาลกวาดหลุมศพหรือเชงเม้ง ซึ่งตรงกับวันที่ 5-7 เม.ย. ที่ผ่านมาถึงราวร้อยละ 50 ทั้งนี้ ช่วงหยุดยาวสามวันเนื่องในวันแรงงานของปีก่อน ชาวจีนเดินทางราว 147 ล้านเที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบปีต่อปี ข้อมูลจากซีทริประบุว่าผู้ใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทราวร้อยละ 49 เลือกวางแผนการเดินทางที่กินระยะเวลา 4-6 วัน เนื่องจากการขยายเวลาวันหยุดดังกล่าว โดยซีทริปจะให้บริการนักท่องเที่ยวเดินทางสู่ประเทศและภูมิภาคกว่า 90 แห่งทั่วโลก

สตรีทฟู้ดไทยสะเทือน! ปักกิ่งเตรียมสร้าง “ถนนของกิน” 10 สายทั่วเมือง

กรุงปักกิ่งของจีนได้ชื่อว่าเป็นทั้งศูนย์กลางความเจริญและเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินด้วย ล่าสุด ทางการจึงเตรียมสร้างถนนของกิน 10 สาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สำนักงานพาณิชย์กรุงปักกิ่งเปิดเผยถึงแผน กระตุ้นการท่องเที่ยวโดยใช้อาหารเป็นจุดขาย โดยวางแผนพัฒนา “ถนนของกิน” 10 สายรอบเมือง ซึ่งจะขยายเวลาเปิดไปจนถึงเที่ยงคืน เพื่อเอาใจคนชอบกินดึก พิกัดของถนนอาหารแต่ละเส้นจะตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ 10 สายของกรุงปักกิ่ง โดยในช่วงกลางวัน เน้นเจาะกลุ่มคนทำงาน ส่วนเวลากลางคืน เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ คาดว่าการก่อสร้างน่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2021 ข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการส่งอาหารรายใหญ่ของกรุงปักกิ่งระบุว่า ช่วงเวลากลางคืนมียอดผู้ใช้บริการส่งอาหารเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากสตรีทฟู้ดแล้ว ทางการยังเตรียมผลักดันให้ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อขยายเวลาเปิดบริการให้ดึกขึ้นด้วย

keyboard_arrow_up