‘อนุทิน’ โวยทำงานข้ามหัว รมช.ภูมิใจไทย จ่อคืน ‘กรมวิชาการเกษตร’ ชี้คุมไม่ได้

จากกรณี คณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมเมื่อวานนี้(27 พ.ย.) เรื่องการแบน 3 สารอันตรายทางการเกษตร โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนการแบนสารอันตราย 2 ชนิด ได้แก่ พาราควอต และ คลอร์ไพริฟอต ออกไปอีก 6 เดือน ทำให้การแบนจะมีผลในวันที่ 1 มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป และให้ยกเลิกการแบนไกลโฟเซต แต่ให้จำกัดการใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรแทน ซึ่งถ้ามีการแบนสารพิษตามกำหนดเดิม คือ 1 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ทางกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องหาสารทดแทนมารองรับ และมีมาตรการในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และต้องนำเสนอภายในระยะเวลา 4 เดือนนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พูดถึงเรื่องการพลิกมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย เลื่อนแบน 3 สารเคมีอันตราย ว่า ต้องให้นายสุริยะ เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด เพราะปัญหาตอนนี้คือกรรมการวัตถุอัตรายที่มาจากกระทรวงสาธารณสุข รายงานกับตนว่า ประชุมเมื่อวาน(27 พ.ย.) เป็นเพียงการรับฟังเหตุผล […]

เริ่มแล้ว! รับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้าน ลดความแออัดในรพ.

วันนี้ (1 ต.ค.) ถือเป็นวันแรกในการดำเนิน โครงการลดความแออัดในโรงพยาบาลโดยร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถรับยาได้จากร้านขายยาใกล้บ้าน นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รมว.สธ. มีนโยบายลดความแออัดของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มความสะดวกบริการประชาชน โดยให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยารับยาที่ร้านยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) ที่ได้มาตรฐาน GPP ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยจะนำร่องในร้านยา 500 แห่งทั่วประเทศ ที่เป็นเครือข่ายของโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป 50 แห่ง และจะทยอยดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค. 62 ตามความพร้อมของโรงพยาบาล ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา และลดการครอบครองยาเกินความจำเป็น นายแพทย์ประพนธ์ กล่าวต่อว่า เงื่อนไขการรับบริการขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ป่วยเป็นหลัก ยาที่ผู้ป่วยได้รับจากร้านยาต้องเป็นตัวเดียวกันกับที่โรงพยาบาลจ่ายไว้เดิม เน้นผู้ป่วย 4 โรค คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคทางจิตเวช และหอบหืด โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่ม ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (อปสข.กทม.) เปิดเผยว่าในการประชุม อปสข.กทม.เมื่อวันที่ […]

เตือน “ผงชูรส” ไม่จำเป็นสำหรับร่างกาย ชี้กินมากอาจเกิดอาการแพ้

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือน กินผงชูรสปริมาณมาก อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการแพ้ได้ ย้ำ ผงชูรสไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เลี่ยงได้ก็จะดีต่อสุขภาพ นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึง กรณีที่มีผู้โพสต์ภาพแม่ค้าส้มตำร้านหนึ่งใส่ผงชูรสในครกที่กำลังตำเป็นจำนวนมาก และอาจจะส่งผลต่อสุขภาพผู้บริโภค ว่า ความนิยมในการใส่ผงชูรสในอาหาร โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยขึ้นนั้น ความจริงแล้วผงชูรสมีชื่อเรียกว่า โมโนโซเดียมกลูตาเมต ซึ่งมีส่วนประกอบของโซเดียมด้วยผงชูรสจะละลายไขมันให้ผสมกลมกลืนกับน้ำ ทำให้มีรสเหมือนน้ำต้มเนื้อและกระตุ้นปุ่มปลายประสาทของลิ้นกับคอทำให้อาหารมีรสหวานอร่อย แต่ถ้ากินมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการแพ้ผงชูรสทำให้รู้สึกชาที่ปาก ลิ้น ปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอหน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ ส่วนผู้ที่แพ้ผงชูรสมาก ๆ จะเกิดอาการชาบริเวณใบหน้า หู วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว จนอาจเป็นอัมพาตตามแขนขาชนิดชั่วคราวได้ แต่อาการเหล่านี้จะหายเองภายในเวลา 2 ชั่วโมง รวมถึงไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ อีก โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์ไม่ควรกินผงชูรสเด็ดขาดเพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ สำหรับทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนนั้น หากได้กินผงชูรสเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสมองในเด็กวัยนี้ ยังไม่รวมถึงภาวะที่ได้รับเกลือโซเดียมมากเกินไปทำให้ไตเกิดการทำงานมากขึ้นอีกด้วย “ทั้งนี้ แม่ค้าร้านอาหารที่มีฝีมือในการปรุงอาหารหรือมีเมนูชูสุขภาพประจำร้านและใช้น้ำเคี่ยวกระดูกสัตว์ อยู่แล้ว ผงชูรสก็ไม่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงประกอบอาหาร […]

“อนุทิน” เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนโยบายสำคัญด้านสาธารณสุข

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าทำงานขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะเกี่ยวกับสาธารณสุขและเร่งแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน พร้อมเชื่อมั่นเสถียรภาพรัฐบาลไร้ปัญหา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการทำงาน หลังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.62) ว่า จะเริ่มขับเคลื่อนในนโยบายที่สำคัญ เกี่ยวกับการสาธารณสุขทุกๆ ด้าน ไม่ใช่นโยบายกัญชาเสรี เท่านั้น เมื่อถามว่า จากนี้ 3 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ นายอนุทิน บอกทุกอย่างต้องดีขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าการทำงานของภาคการเมือง กับข้าราชการประจำจะไม่มีปัญหา ส่วนการการทำงานหลังจากนี้ จะทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ควบไปกับการเป็น ส.ส.หรือไม่ นายอนุทิน บอก “เป็นกรรมของหัวหน้าพรรคการเมือง และเลขาธิการพรรค ที่ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น เพราะงานสภาก็สำคัญ งานบริหารราชการแผ่นดินก็สำคัญ เอาเป็นว่า ไม่เบิกโอที” พร้อมตอบคำถามการทำงานของรัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ เพราะมีพรรคร่วมรัฐบาลถึง 19 พรรค นายอนุทิน บอกว่า ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง โดยยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย พร้อมยอมรับนโยบายพรรคอื่นๆ ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน หากเป็นนโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์กับประชาชน

ประชาชนเสียงแตก! หลัง สธ.ห้ามรถพยาบาลวิ่งเกิน 80 กม./ชม. (คลิป)

กระทรวงสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลทุกแห่ง ทำประกันภัยรถพยาบาลเพิ่มความคุ้มครองผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยที่ใช้รถพยาบาล พร้อมกำหนดให้วิ่งไม่เกิน 80 กม.ต่อชม. นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยถึงการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญและห่วงใยความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ขณะนำส่งผู้ป่วย ได้มีนโยบายให้โรงพยาบาลทุกแห่งต้องทำประกันภัยรถพยาบาล ชั้น 1 ภาคสมัครใจ และเพิ่มวงเงินประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสารหากเสียชีวิตหรือทุพลภาพถาวรเป็นคนละ 2,000,000 บาท สูงสุด 7 ที่นั่ง โดยรถพยาบาลที่หมดประกันภัยฉบับเดิมให้ต่อประกันภัยฉบับใหม่กับบริษัทประกันภัยที่มีข้อตกลงร่วมกัน จำนวน 4 บริษัท นอกจากนี้ ได้กำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาลอย่างเคร่งครัด โดยพนักงานขับรถพยาบาลต้องผ่านการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของกระทรวงสาธารณสุข และตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จำกัดความเร็วของรถพยาบาล ไม่เกิน 80 กม./ชม. หรือไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ในรถต้องมีผู้โดยสารรวมพนักงานขับทั้งหมดไม่เกิน 7 คน ทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย และห้ามทำหัตถการขณะรถเคลื่อนที่ รถพยาบาลทุกคันต้องติดตั้งอุปกรณ์ GPS และกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ห้ามขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงทุกกรณี และให้คำนึงถึงเวลาทำงานที่เหมาะสมของบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ […]

มีผลแล้ว!! ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศนิรโทษครอบครอง “กัญชา” ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรองจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 จำนวน 3 ฉบับ เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ฉบับแรก คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทำลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่งพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ฉบับที่ 2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ ฉบับที่ 3 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแจ้งการมีไว้ในครอบครองกัญชา สำหรับผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 และบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยตามมาตรา 22 […]

‘บิ๊กแจ๊ส’ ลั่นปิดทันทีหากทำผิด หลังสธ.ลุยตรวจคลินิก (คลิป)

ที่มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ในอ.สามโคก จ.ปทุมธานี นายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการพิเศษ กองกฎหมาย กระทรวงสาธารณะสุข พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบการรักษาแพทย์แผนไทย ภายในมูลนิธิฯ พบ ‘บิ๊กแจ๊ส’ พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ประธานมูลนิธิมงคล-จงกลธูปกระจ่าง และอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฃขณะที่กำลังประชุมทีมงาน เพื่อเตรียมแจกรถวิลแชร์ 100 คันให้กับผู้ป่วย และผู้พิการในจังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโทคำรณวิทย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณะสุข ได้เข้ามาตรวจภายในที่ทำการของมูนิธิฯ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งตนเองก็ยินดีและเป็นผู้พาชม โดยใช้เวลาการตรวจประมาณ 1 ชั่วโมง และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่เข้ามาตรวจ ด้วยกริยาที่สุภาพอ่อนน้อม โดยขอยืนยันว่าได้ทำตามกฎระเบียบความปลอดภัยและการอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และรักษาคนไข้โดยจิตที่เป็นกุศล ไม่เคยเก็บเงินค่ารักษา ทั้งที่การดำเนินการทุกวันมีค่าใช้จ่ายสูงมากเดือนละหลายแสนบาท ตนก็พร้อมแบกรับภาระเพื่อคนไข้จำนวนมากได้รับการรักษา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

สบส.ลงดาบ รพ.พระราม 2 พบผิดอื้อ ไม่คุมมาตรฐานส่งตัวคนไข้ – รักษา ไม่เหมาะสม

จากกรณี ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือร้องเรียนโรงพยาบาลพระราม 2 ว่าปฏิเสธการรักษาและมีบริการทางการแพทย์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทำให้หญิง อายุ 38 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิต (อ่าน : เวรเปล รพ.พระราม 2 ยัน สาวถูกราดน้ำกรดมีสติไม่ทรุด แท็กซี่ที่รับโต้ขายกไม่ขึ้นนั่งนิ่งก่อนตาย) วันที่ 20 พ.ย.61 ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารกรมสนับสนถนบริการสุขภาพ ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยผลตรวจ รพ.พระราม 2 หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่าปฏิเสธการรักษาผู้บาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรด กระทั่งผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต พบมีความผิด ทั้งผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากกรณีข้างต้น กรม สบส.ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่โรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลขณะเกิดเหตุ ทั้งจากเอกสารทางการแพทย์, ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำข้อมูลเสนอให้กับที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ […]

สธ.เร่งซ่อมแซม-สร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ รพ.ทั่วประเทศ หวังสร้างขวัญกำลังใจ

กระทรวงสาธารณสุขเร่งสร้าง และซ่อมแซม บ้านพักเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ให้เพียงพอเพื่อสร้างขวัญกำลังใจบุคลากรสาธารณสุข ผลสำรวจล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังไม่มีบ้านพักเกือบ 7 หมื่นราย นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า “สาธารณสุขจะเร่งสร้างและซ่อมแซมบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลทุกระดับให้เพียงพอและมีความปลอดภัย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากร ให้มีความสุขในการปฏิบัติงานเนื่องจากบ้านพักของโรงพยาบาลบางแห่งได้รับงบประมาณจัดสร้างพร้อมกับการสร้างโรงพยาบาล และบางแห่งสร้างมานานมีความทรุดโทรม แม้ว่าจะได้รับการปรับปรุงมาโดยตลอด จึงได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสำรวจบ้านพักในโรงพยาบาลทุกแห่ง และประเมินความต้องการการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ให้เพียงกับผู้ปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้น จากผลการสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ในสถานพยาบาลทุกระดับทั่วประเทศจำนวน 11,160 แห่ง  จาก 11,701 แห่ง และบุคลากรที่มีความจำเป็นต้องมีที่พักอาศัยในโรงพยาบาลจำนวน 170,292 คน จากจำนวน บุคลากรทั้งหมด 359,998 คน พบว่าบุคลากรที่ยังไม่มีไม่มีที่พัก 65,858 คน คิดเป็นร้อยละ 38.67 ของบุคลากรที่มีความจำเป็นต้องมีที่พักในโรงพยาบาล” นายแพทย์สุขุม กล่าวต่อว่า “ได้ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดความจำเป็นในการจัดสวัสดิการให้แก่บุคลากรนำเสนอในภาพรวม เพื่อกระทรวงสาธารณสุขจะหาแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเป็นระยะเร่งด่วนและระยะยาว พบว่าต้องจัดหาที่พักเพิ่ม 10,863 หลังแบ่งเป็น บ้านพัก 8,641 หลัง อาคารพักและแฟลต 2,222 หลังโดยในปีงบประมาณ […]

คุณพระช่วย! กระบะพุ่งตกจากลานจอดรถชั้น 6 กลาง สธ. คนขับเจ็บเล็กน้อย

เมื่อเวลา 12.30 น. (10 ต.ค. 61) เกิดเหตุรถกระบะถอยหลังตกลงมาจากอาคารจอดรถ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จากชั้น 6 ตกลงมากระแทกชั้น 3 ก่อนจะตกลงสู่พื้นจนพังยับ โดยรถดังกล่าวเป็น ปิกอัพไฮลักซ์ รีโว่ สีขาว เลขทะเบียน กทม. 1ฒร 8294 สภาพพังยับทั้งคัน ส่วนผู้ขับขี่ออกจากรถได้ทันทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่แล้ว เคราะห์ดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร   ที่มา: ข่าวคนนนท์

สธ.เตือน! เสพข่าว 13 ชีวิตติดถ้ำ 24 ชม. ส่งผลเครียด-แนะสร้างกำลังใจให้กัน

นายแพทย์ ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีข่าวของทีมฟุตบอลและโค้ช 13 ชีวิตที่ยังคงอยู่ติดในถ้ำหลวง สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้นอกจากทั้ง 13 คนแล้ว คือผู้ที่เฝ้ารอคอยการกลับมาอย่างมีความหวัง พ่อแม่ผู้ปกครองรวมถึงญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งผู้ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของทีมช่วยเหลือก็ตาม ที่อาจมีภาวะว้าวุ้นใจ กระวนกระวายใจ ร้องไห้คร่ำครวญ กลัวที่จะเกิดความสูญเสีย ซึ่งในบางคนถึงขั้นนอนไม่หลับ เบื้องต้นต้องยอมรับก่อนว่าขณะนี้เป็นวิกฤตฉุกเฉินที่เป็นเหตุให้เกิดอาการดังกล่าว ฉะนั้นขอเตือนประชาชนอย่าตื่นกลัว หัวใจสำคัญของการก้าวพ้นภาวะเหล่านี้ อยู่ที่บทบาทของชุมชนหรือบุคคลที่อยู่ในพื้นที่นั้นต้องช่วยกันให้กำลังใจ ร่วมกันหากิจกรรมอื่น ๆ ทำแทนที่จะนั่งรอคอยเพียงความหวัง ในภาษาทางสุขภาพจิตเรียกว่าเปลี่ยนจากเหยื่อให้เป็นผู้กอบกู้วิกฤต เช่น เป็นส่วนนึงของการช่วยเหลือทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ กิจกรรมทางศาสนาหรือจิตอาสาเหล่านี้สามารถทำให้สภาพจิตใจของพ่อแม่ผู้ปกครองรวมถึงญาติพี่น้องดีขึ้นได้ ขอเน้นย้ำให้ทุกคนผนึกกำลังอย่างหนักแน่นในระหว่างกลุ่มญาติ หรือชุมชนเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน รวมถึงการให้กำลังใจจากชุมชนออนไลน์ต่าง ๆ ปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ทำให้ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมากสำหรับผู้ติดตามสถานการณ์ ขอให้คำว่า “ลุ้น” จนกระทั่งขาดการพักผ่อนหรือตื่นเช้าขึ้นมาต้องตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเป็นอันดับแรก จนเสียงานหรือกิจวัตรประจำวัน มีอารมณ์ร่วมไปกับสถานกรณ์ดังกล่าว ต้องรีบหันกลับมาจัดการตัวเอง โดยการบริหารเวลาไม่ควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องมากกว่า 1 ชั่วโมง ให้ดำรงรักษากิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ หากเริ่มเสียงานเมื่อไหร่เริ่มเป็นสัญญานไม่ดีแน่นอน ในทางกลับกันเปลี่ยนจากผู้ติดตามข่าวสารเป็นผู้ช่วยเหลือ โดยร่วมทำกิจกรรมอาสาอื่น ๆ ในสถานการณ์ขณะนี้

อย.ลุยตรวจ ‘รง.ผลิตเครื่องสำอาง’ ทั่วไทยให้ถูกต้องตามประกาศฯ หากฝืนมีโทษทั้งจำ-ปรับ

กระทรวงสาธารณสุข เอาจริงตรวจค้นโรงงานผลิตเครื่องสำอางทั่วประเทศ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศฯฉบับใหม่หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามประกาศฯ อย.จะเพิกถอนใบรับจดแจ้งรวมทั้งมีโทษจำคุก 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะได้ลงพื้นที่ไปตรวจโรงงานผลิตเครื่องสำอาง บริษัท ปฐวิน จำกัด หมู่ 6 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี หลังการตรวจสอบสถานที่ผลิต กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญ กับงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค และขณะนี้ได้มอบหมายนโยบายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เข้มงวดลงพื้นที่ตรวจโรงงานเครื่องสำอางทั่วประเทศ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ส่วนผู้ผลิตเครื่องสำอางในประเทศรายใหม่จะต้องได้รับการตรวจสถานที่จาก อย.หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในเขตพื้นที่การอนุญาตจดแจ้งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับจากวันที่ยื่นคำขอ สำหรับในวันนี้ได้เข้าตรวจ บริษัท ปฐวิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิต และรับจ้างผลิตเครื่องสำอางหลายประเภท ผลการตรวจพบว่า ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐาน เบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไขในการผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ.2561 ดังนั้น จึงขอให้โรงงานผลิตเครื่องสำอางทั่วประเทศปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศฯฉบับใหม่ หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามประกาศฯ อย.จะเพิกถอนใบรับจดแจ้งรวมทั้งมีโทษจำคุก 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 […]

นพ.เหรียญทอง ท้าผู้เสียหายกรณี ‘ควายในร่างคน’ ร้อง สธ. เลิกใบอนุญาต รพ.มงกุฎวัฒนะ

สืบเนื่องจากกรณี นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ เหรียญทอง แน่นหนา โต้ตอบกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนบางกลุ่มที่ได้ออกมาโจมตีกรณีที่ตนออกตัวปกป้อง ‘พุทธอิสระ’ โดยระบุว่า…ผมขอฝากแชร์ด้วยครับว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ขอรักษาควายในร่างคนครับ! (อ่านเพิ่มเติมที่ : ไม่หวั่นกระแสต้าน! นพ.เหรียญทอง โพสต์กร้าว รพ.มงกุฎวัฒนะ ‘ไม่รักษาควายในร่างคน’) ล่าสุด นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง โดยมีเนื้อหาระบุว่า…เนื่องจากผมทราบว่ามีผู้เดือดร้อนเสียหายจากการประกาศว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่รักษา ‘ควายในร่างคน’ ดังนั้นผมจึงขอแนะนำให้ผู้เดือดร้อนเสียหายดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.ร้องทุกข์ที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล รพ.มงกุฎวัฒนะ เพราะปฏิเสธการรักษา ‘ควายในร่างคน’ 2.ร้องทุกข์ที่แพทยสภาเพื่อยกเลิกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เพราะเป็น ‘หมาในร่างหมอ’ ตามข้อกล่าวหา ส่วนการประกาศให้ผมเป็น ‘หมาในร่างหมอ’ นั้นทำให้ ผมและ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับความนิยมชมชอบ กิจการเจริญรุ่งเรืองขึ้น ผมและ รพ.มงกุฎวัฒนะจึงไม่ใช่ผู้เดือดร้อนเสียหายที่จะสามารถฟ้องร้องดำเนินการคดีใดๆได้ จึงเรียนมาด้วยความท้าทายเป็นอย่างสูงจาก ‘หมาในร่างหมอ’ พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา 30 พ.ค.61 […]

ฮีทสโตรกอันตรายถึงตาย! สธ.เตือน 6 กลุ่มเสี่ยงโรคลมแดดช่วงหน้าร้อน แนะดื่มน้ำให้เพียงพอ

วันที่ 26 มี.ค.61 นายแพทย์โอภาส การ์ยกวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ช่วงหน้าร้อนปีนี้ ประเทศไทยมีอากาศร้อนจัด อาจทำให้เกิดโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการออกกำลังกาย หรือทำงานในที่อากาศร้อนจัดเป็นเวลานานจนร่างกายไม่สามารถปรับตัวและควบคุมความร้อนในร่างกาย มีผลกับการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งระบบประสาท ส่งผลให้เสียชีวิตจากอวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลวได้ โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยงเกิดโรคนี้ได้ง่าย ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ออกกำลังกาย กรรมกร ก่อสร้าง เกษตรกร 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ 3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานการณ์ของโรคลมแดด ลมร้อน หรือฮีทสโตรก พบว่า ตั้งแต่ปี 2557–2559 มีรายงานผู้ป่วยประมาณ 2,500 – 3,000 รายต่อปี แนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีผู้ป่วยสูงสุดในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคมของทุกปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง […]

เอาใจไปเลยออเจ้า! ‘กรมควบคุมโรค’ ชื่นชม ‘บุพเพสันนิวาส’ สอนวิธีป้องกันไข้มาลาเรีย

กรมควบคุมโรค ชื่นชมผู้จัดละครบุพเพสันนิวาส ที่ให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุข พร้อมเผยสถานการณ์ไข้มาลาเรียปีนี้ ลดลงเกือบร้อยละ 52 วันที่ 22 มี.ค.61 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีละครดัง หยิบเรื่องการป้องกันโรคมาลาเรียมาไว้ในเนื้อหาของเรื่อง ช่วยปลุกกระแสสังคมในเรื่องการดูแลสุขภาพและการป้องกันควบคมโรคนั้นนับเป็นเรื่องที่ดี จึงขอชื่นชมทางผู้เขียนบทละครและทีมงานผู้จัดละคร เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ที่ให้ความสำคัญด้านงานสาธารณสุขและการป้องกัน ควบคุมโรค ซึ่งมีความสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชน รวมถึงสอดแทรกสาระความรู้ต่างๆ ที่ดีแก่ประชาชน โรคไข้มาลาเรีย พบว่ามีบันทึกในจดหมายเหตุลาลูแบร์ ซึ่งเป็นบันทึกของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ที่เดินทางมาประเทศไทยในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยในบันทึกตอนหนึ่งในจดหมายเหตุดังกล่าว บ่งชี้ว่าโรคไข้จับสั่นเป็นโรคประจำถิ่นที่เกิดขึ้นทั่วไปในสังคมในสมัยนั้น และชาวกรุงศรีอยุธยารู้จักคุ้นชินกันเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าโรคไข้มาลาเรียอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน ทั้งนี้จากการสืบค้นบันทึกเกี่ยวกับการจัดการกับปัญหาโรคติดต่อในอดีต พบว่าในกรณีโรคไข้มาลาเรีย มีหลักฐานว่าเริ่มมีการใช้เปลือกต้นซิงโคนา หรือ “ยาควินิน” มาใช้ในการรักษาโรคไข้มาลาเรียตามแบบที่แพร่หลายอยู่ในยุโรป มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ส่วนมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้มาลาเรีย นั้นยังไม่ปรากฏบันทึกหลักฐานที่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่า ด้วยเหตุที่กรุงศรีอยุธยาเป็นที่พบปะแลกเปลี่ยนกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ที่มาจากทั้งเอเชียและยุโรป จึงมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเริ่มมีการนำวัฒนธรรมการนอนในมุ้งเพื่อกันยุงแล้วตั้งแต่สมัยนั้น สำหรับสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย ปัจจุบันลดลงอย่างมาก โดยในปี 2561 […]

รัฐ ฝาก ปชช.หาทางออกแบ่งเบางบบัตรทอง โอดยอดหนุน สธ.พุ่ง แต่เก็บภาษีเท่าเดิม

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบกลางปี 2561 กว่า 5,000 ล้านบาท ไว้ใช้ในโครงการ สปสช. ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ วันที่ 6 มี.ค.61 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณกลางปี 2561 จำนวน 5,186.13 ล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ขอรับการสนับสนุน เพื่อนำไปใช้จ่ายในกองทุน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. โดยแบ่งเป็นงบประมาณสำหรับบริการผู้ป่วยใน 4,186.13 ล้านบาท และค่าตอบแทนบุคลากรหน่วยงานสาธารณสุข 1,000 ล้านบาท โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่ใช้ในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในแต่ละปีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้จากงบประมาณปี 2561 รวมที่ขอสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งสิ้น 178,000 ล้านบาท ปี 2560 จำนวน 167,000 ล้านบาท และคาดว่าปี 2562 จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 200,000 ล้านบาท […]

สปา-นวด เฮ! สธ.ปลดล็อกร้านนวดไม่อันตราย ยื่นขอใบส่วนกลางแก้ทำงานซ้ำซ้อน

ประกาศกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกกิจการสปา-นวดเพื่อสุขภาพไม่จัดเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้การเปิดร้านสปา-นวดเพื่อสุขภาพมายื่นขออนุญาตที่กรม สบส. หรือ สสจ. แห่งเดียวเท่านั้น ช่วยลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการไม่ต้องขออนุญาตหลายที่และไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน วันที่ 20 ก.พ.61 นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) เปิดเผยว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 โดยตัดกิจการสปาและกิจการนวดเพื่อสุขภาพที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพออกจากกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งมีผลให้ผู้ประกอบการไม่ต้องขออนุญาตกับท้องถิ่นอีกต่อไป โดยส่วนกลางให้มายื่นขออนุญาตที่กรม สบส. ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ส่วนภูมิภาคให้ยื่นขออนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ ทั้งยังลดภาระให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากไม่ต้องขอใบอนุญาตหลายใบและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ด้านนายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประกาศนี้มีผลบังคับใช้กับผู้ประกอบการร้านสปา ร้านนวดที่มายื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการฯกับทางกรม สบส.หรือสสจ.เท่านั้น นอกจากนี้สถานประกอบการสปา โดยเฉพาะสปาในโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตฯ จะได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตด้วย หากไม่มีใบอนุญาตฯก็ไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการยกเว้น และจัดเป็นสถานประกอบการฯเถื่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากแขวนป้ายชื่อร้านว่าสปา […]

เหล้าไม่ช่วยแก้ปัญหา! ‘บิ๊กตู่’ ปักธงคุมเข้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วอน ปชช.ลด-เลิก

นายกรัฐมนตรีปักธง เข้มพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 ปกป้องเยาวชน นักดื่มหน้าใหม่ ให้ห่างไกล ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วันที่ 13 ก.พ.61 ที่ บริเวณตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ร่วมปักธงแสดงสัญลักษณ์ความรัก ความห่วงใย และปรารถนาดี จากรัฐบาลสู่ เยาวชนและสังคม ผ่านกิจกรรม “1 ทศวรรษ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551” โดยมีพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำเยี่ยมชมบูทนิทรรศการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ มีผลกระทบทั้งด้านครอบครัวและสังคม ซึ่งรัฐบาลตระหนักถึงปัญหา จึงได้ให้ความสำคัญและมุ่งลดนักดื่มหน้าใหม่ให้ได้ พร้อมยกตัวอย่างว่า ในอดีตที่ตนเองเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร ได้เห็นผู้ใต้บังคับบัญชาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้เหตุว่ามีความเครียด แต่หลังจากดื่มแล้ว ปัญหาก็ยังมีอยู่ […]

keyboard_arrow_up