
ยุโรปกำลังปั่นป่วน หลังก่อนหน้านี้ แฮกเกอร์ที่ยังไม่ทราบตัวตนได้โจมตีระบบควบคุมตู้แช่เย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายประเทศในยุโรป จนทำให้อุปกรณ์ขัดข้อง ล่าสุด มีคำขู่วางระเบิดเครื่องบินโดยสารหลายเที่ยวบินทั่วยุโรป สร้างความวุ่นวายให้กับระบบการบิน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจค้นเครื่องบินหลายลำ
อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมาพบว่า คำขู่ทั้งหมดเป็นเรื่องเท็จ และไม่พบวัตถุระเบิดบนเครื่องบินแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีเครื่องบินอย่างน้อย 7 เที่ยวบิน รวมถึงเรือสำราญที่มุ่งหน้าไปยังอิสราเอล ตกเป็นเป้าหมายของการขู่วางระเบิด โดยเครื่องบินทุกลำสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย ส่วนสายการบินที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ Ryanair, Wizz Air, Scandinavian Airlines และ LOT ของโปแลนด์ โดย Ryanair ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมีเที่ยวบินตกเป็นเป้าหมายคำขู่ถึง 4 เที่ยวบิน ซึ่งมีจุดหมายปลายทางต่างกันทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ และทางการยังไม่ได้ระบุว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
ในโปแลนด์ เที่ยวบิน 2 เที่ยวที่มุ่งหน้าสู่กรุงวอร์ซอตกเป็นเป้าของคำขู่ โดยเที่ยวบิน SK751 ของ Scandinavian Airlines จากกรุงโคเปนเฮเกน ลงจอดตามปกติที่สนามบินวอร์ซอ โชแปง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสั่งปิดรันเวย์ชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเครื่องบิน ส่วนเที่ยวบินของ LOT จากสนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินวอร์ซอ มอดลิน ซึ่งมีการปิดสนามบินหลังได้รับแจ้งเตือนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจค้นไม่พบวัตถุระเบิด และสนามบินกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในเวลาต่อมา
ขณะที่ในอิตาลี กองทัพอากาศส่งเครื่องบินขับไล่ยูโรไฟเตอร์ 2 ลำ ขึ้นประกบเที่ยวบิน FR9611 ของ Ryanair ซึ่งเดินทางจากกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ก่อนนำเครื่องลงจอดที่สนามบินฟิวมิชิโน กรุงโรม เมื่อเวลา 10.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ เที่ยวบินของ Ryanair จากกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ที่เดินทางถึงกรุงโรมก่อนหน้านั้น ก็ถูกตรวจค้นตามมาตรการป้องกันระเบิดเช่นกัน แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ
ส่วนในสเปน เที่ยวบิน Ryanair จากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ลงจอดที่เมืองมูร์เซียอย่างปลอดภัย หลังสนามบินเปิดใช้มาตรการฉุกเฉิน ขณะที่ในบัลแกเรีย เที่ยวบินของ Wizz Air จากเมืองแบร์กาโม ประเทศอิตาลี และเที่ยวบิน Ryanair จากกรุงดับลิน ที่มุ่งหน้าสู่กรุงโซเฟีย ถูกตรวจสอบเช่นกัน แต่ไม่พบวัตถุระเบิด
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากวันจันทร์ หลังเที่ยวบินของ Wizz Air จากสนามบินลูตันในกรุงลอนดอน มุ่งหน้าสู่กรุงโซเฟีย ได้รับคำขู่วางระเบิดระหว่างอยู่กลางอากาศ จนต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี โดยรัฐมนตรีกลาโหมฮังการีระบุว่า ระบบแจ้งเตือนภัยทางอากาศของนาโตตรวจพบความเสี่ยง ก่อนส่งเครื่องบินขับไล่กริพเพนขึ้นประกบและนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัย
ด้านตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนระบุว่า ได้รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อเครื่องบิน 4 ลำ ที่มีกำหนดเดินทางออกจากหรือเดินทางมาถึงสนามบินฮีทโธรว์ รวมถึงมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเที่ยวบินหนึ่งที่สนามบินแมนเชสเตอร์ แต่หลังตรวจสอบไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัย
นอกจากนี้ หน่วยยามฝั่งกรีซยังเปิดเผยว่า เรือสำราญ Crown Iris ซึ่งติดธงปานามาและจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเกาะซีรอส ถูกสั่งอพยพผู้โดยสารและลูกเรือประมาณ 1,500 คน หลังได้รับคำขู่วางระเบิด โดยเรือลำดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองไฮฟา ประเทศอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ไม่พบวัตถุระเบิด และคาดว่าจะสามารถเดินทางต่อได้
แม้ยังไม่มีประเทศใดกล่าวหาว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่หลายประเทศในยุโรปกำลังกล่าวหารัสเซียและอิหร่านว่า อาจเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการโจมตีแบบผสมผสาน หรือ Hybrid Attacks ซึ่งรวมถึงการก่อวินาศกรรมและการโจมตีทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐบาลมอสโกและเตหะรานต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ในสัปดาห์เดียวกัน แฮกเกอร์ที่ยังไม่ทราบตัวตนได้โจมตีระบบควบคุมตู้แช่เย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายประเทศในยุโรป จนทำให้อุปกรณ์ขัดข้อง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า การขู่วางระเบิดปลอมอาจเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการก่อกวนที่ใช้ต้นทุนต่ำและยากต่อการระบุตัวผู้กระทำผิด
ด้าน Rhys Jones ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ของ Osprey Flight Solutions บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงการบิน ระบุว่า การเกิดเหตุขู่วางระเบิดที่ได้รับการยืนยันถึง 7 ครั้งภายในวันเดียว ถือเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก พร้อมประเมินว่า การที่คำขู่ไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศ สายการบิน หรือเส้นทางบินใดเป็นการเฉพาะ อาจสะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายหลักคือการสร้างความปั่นป่วนและขัดขวางการดำเนินงานของระบบการบินโดยรวม