ข่าวธุรกิจการตลาด

มาร์กเผยแว่น VR ต้นแบบ พาสู่โลก Metaverse ทุ่มไม่อั้น $10,000 ล้านแล้ว

22 มิ.ย. 65
มาร์กเผยแว่น VR ต้นแบบ พาสู่โลก Metaverse ทุ่มไม่อั้น $10,000 ล้านแล้ว

หลังจากเฟสบุคเปลี่ยนชื่อเป็น เมตา เมื่อปีที่แล้ว ซีอีโอ Meta มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ได้ประกาศให้โลกรู้ว่าทิศทางของธุรกิจเมตา กำลังมุ่งสู่ Metaverse  โดยมาร์กทุ่มงบประมาณมหาศาลมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้  เพื่อสร้างโลกเสมือนนี้ให้กลายเป็นจริงซักที 


โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (20ก.ค.2565) มาร์ก ได้โพสคลิปวีดีโอเกี่ยวกับการอัพเดทชุดหูฟังต้นแบบที่ยังไม่แล้วเสร็จ ภายในห้องทดลองที่ยังคงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนจริงมากที่สุดเมื่อสวมใส่อุปกรณ์ โดยคาดว่าน่าจะนำออกมาจำหน่ายได้เร็วในปีหน้า 


การทุ่มงบประมาณอย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ มุงไปที่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทั้ง  VR (virtual reality) ซึ่งจะพาผู้ใช้งานเข้าสู่โลกที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ และ AR (augmented reality)  ที่มีการวางซ้อนวัตถุที่ถูกสร้างด้วยคอมพิวเตอร์เหนือโลกแห่งความเป็นจริง 

 
“ต้นแบบเหล่านี้เป็นการสั่งทำขึ้นเองภายในห้องแล็บของเรา ดังนั้นมันจึงยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะจัดส่ง”
มาร์กกล่าว 

มาร์ก เซัคเคอร์เบิร์ก
มาร์ก เซัคเคอร์เบิร์ก สวมใส่ Holocake ต้นแบบ 

 

การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญขอ Meta และ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก 

แน่นอนว่า หากมาร์ก ประสบความสำเร็จในการพาทุกคนเข้าสู่เมตาเวิร์สได้ จะเปิดโอกาสให้เมตาสร้างรายได้จากการจำหน่ายฮาร์ดแวร์ ควบคู่ไปกับรายได้แพลตฟอร์มที่มีอยู่ได้ทันที ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาบริษัทอื่น เหมือนเช่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มาร์ก ได้โพสเฟสบุคส่วนตัว เล่าถึงทิศทางธุรกิจในอนาคต โดยบอกถึงการปรับตัวของบริษัท เพระาได้รับผลกระทบ จากการที่  Apple ใช้นโยบายความเป็นส่วนตัวระบบปฏิบัติการ  iOS ของไอโฟน นั่นทำให้เฟบุคมีความแม่นยำน้อยลงในการหารายได้จากโฆษณา

 

ตลาดแว่น VR หรือชุดอุปกรณ์หูฟังยังเล็กมากหากเทียบกับสมาร์ทโฟน 


ปัจจุบันตลาดแว่น VR มีขนาดเล็ก และมีคำถามว่าตลาด VR จะเติบโตได้มากแค่ไหน โดย Meta เป็นผู้ครองยอดขาย VR ชุดหูฟัง โดยปัจจุบัน Quest 2 มูลค่า 299 เหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 78% ของยอดขายชุดหูฟังทั้งหมดในปี 2564 ตามการประมาณการของ IDC  แต่จำนวนมีชุดหูฟัง VR ที่ขายได้ทั้งหมดมีเพียง 11.2 ล้านเครื่องซึ่งยังน้อยกว่าสินค้าอื่นอย่างมากเช่น สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ 



มาร์กอาจจำเป็นต้องออกมาอัพเดทสถานะของโลกเมตาเวิร์สที่เค้าทุ่มทุนสร้างมหาศาลและมีบริษัทเป็นเดิมพันให้โลกได้รับรู้ว่า ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ ทุกคนกำลังจะได้เข้าสู่เมตาเวิร์สจริงๆ   ทั้งนี้ราคาหุ้นของเมตาตกลงแรงกว่า 50% ในปี 2565 นี้ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจาก  TikTok และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความเป็นส่วนตัวของ iPhone  ซึ่งการออกมาสาธิตทดลองชุดหูฟังของมาร์ก เมื่อวันจันทร์ อาจจสร้างความั่นใจให้กับนักลงทุนได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็ทำให่้ความกังวลลดน้อยลง  



มาดูกันว่าแว่นตา หรือชุดหูฟังที่มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ทดลองเป็นยังไงบ้าง ?   

 

เป้าหมายของการพัฒนาแว่น คือต้องการความเหมือนจริง หากเราใส่แว่นเข้าไปก็จะต้องรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องเดียวกันได้   ดังนั้นแว่นต้นแบบของเค้าต้องมีการปรับแก้ใน 4 เรื่องหลัก

  1. Retina Resolution  เมตากำลังพัฒนาจอแสดงผลเสมือนจริงรุ่นใหม่    โดยออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่สมจริงเพียงพอสำหรับผู้ใช้ โดยจอภาพปัจจุบันมีความละเอียดต่ำ มีการบิดเบือนการแสดงผล และไม่สามารถสวมใส่ได้เป็นเวลานาน
  2. Focal Depth ระยะความลึกโฟกัส  ซึ่งแว่นต้นแบบที่กำลังพัฒนาจะต้องสามารถโฟกัสสิ่งต่างๆรอบตัวได้ชัดในทุกระยะ เหมือนสายตปกติของเรา ที่มองไดทั้งใกล้และไกล 
  3. Optical Distortion  การบิดเบือนของแสง
  4. HDR (High Dynamic Range) คือคุณลักษณะของภาพที่มีความแตกต่างระหว่างบริเวณที่มืดและที่สว่างในช่วงกว้าง เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้การแสดงผลภาพมีความสมจริงมากขึ้น

   

 

นี่คือต้นแบบชุดหูฟังของ Meta 

 

Butterscotch ออกแบบมาเพื่อทดสอบจอแสดงผลที่มีความละเอียดสูงกว่ามีเลนส์ Meta ใหม่ที่พัฒนาขึ้นซึ่งลดข้อจำกัดขอบเขตการมองเห็นทำให้แสดงผลได้ละเอียดและสมจริงยิ่งขึ้น แต่เจ้าเครื่องต้นแบบรุ่นนี้ มันยังใหญ่เทอะทะเกินไป แถมยังแผงวงจรยังถูกเปิดออก 

 

Butterscotch
Butterscotch



Half Dome 3  Meta   มาร์กบอกว่าได้ทำงานกับชุดหูฟัง Half Dome มาตั้งแต่ปี 2017 เป็นอย่างน้อย เพื่อทดสอบจอแสดงผลประเภทหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนจุดโฟกัสของเลนส์ได้ด้วยเทคโนโลยีของ Half Dome Meta  ซึ่งมันสามารถปรับปรุงให้มีความละเอียดและคุณภาพของภาพดี เมื่อใช้กับจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่  ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุด 3 นี้มีการแทนที่ชิ้นส่วนกลไกด้วยเลนส์คริสตัลเหลว

Half Dome 3  Meta
Half Dome 3  Meta




Holocake 2 Meta  รุ่นนี้จัดเป็นชุดหูฟัง VR ที่บางที่สุดและเบาที่สุดที่บริษัทผลิตขึ้นมา และสามารถเรียกใช้ซอฟต์แวร์ VR ใดๆ ได้อย่างเต็มที่หากเชื่อมต่อกับพีซี อย่างไรก็ตาม ต้องใช้เลเซอร์เฉพาะทางที่มีราคาแพงเกินไปสำหรับผู้บริโภค และต้องมีมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม

Holocake 2 Meta
Holocake 2 Meta



Starburst  เป็นหูฟังต้นแบบการวิจัยที่เน้นการแสดงช่วงไดนามิกสูงซึ่งสว่างกว่าและแสดงช่วงสีที่กว้างขึ้น  Meta กล่าวว่า HDR เป็นเทคโนโลยีเดียวที่เชื่อมโยงกับความสมจริงมากที่สุด

 

stardust
Starburst 

 

Mirror Lake  แสดงการออกแบบชุดหูฟังสไตล์แว่นตาสกี  


Michael Abrash หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Meta Reality Labs กล่าวว่า "แนวคิด Mirror Lake มีแนวโน้มดี แต่ตอนนี้เป็นเพียงแนวคิดที่ไม่มีชุดหูฟังที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แต่สร้างขึ้นเพื่อพิสูจน์สถาปัตยกรรมในขั้นสุดท้าย  “แต่ถ้ามันไม่ปรากฏออกมา มันจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับประสบการณ์การมองเห็น VR”

ภาพจาก Meta
ภาพจาก Meta

 

คลิปเต็มๆ ของมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก 

ที่มาข้อมูล  CNBC 

Relate Post

Spotlight