
การเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election) คือการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐ ที่จัดขึ้นตรงกับช่วง "ครึ่งทาง" ของวาระประธานาธิบดี หรือหลังจากประธานาธิบดีทำงานมาแล้ว 2 ปี เปรียบเสมือนการสอบกลางภาคเพื่อประเมินผลงานของรัฐบาล โดยสิ่งที่ทั่วโลกรอจับตาคือการเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎร (House) เลือกใหม่ยกแผง 435 ที่นั่ง และวุฒิสภา (Senate) เลือกใหม่ประมาณ 1 ใน 3 หรือ 33 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ซึ่งจะเป็นการกำหนดดุลอำนาจในสภาคองเกรส เพื่อผลักดันนโยบายในวาระที่เหลือของประธานาธิบดี
Midterm Election ครั้งนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 โดยปัจจุบันถือว่าสหรัฐเป็นรัฐบาลเอกภาพ (Unified Government) จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาจากพรรค Republican และเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ก็มาจาก Republican เช่นกัน แต่ด้วยคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงมาเหลือเพียง 32% นับเป็นระดับต่ำที่สุดในเส้นทางการเมืองของเขา ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากการก่อสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาค่าครองชีพ
สถานการณ์เช่นนี้จึงเกิดคาดการณ์ว่า Republican อาจต้องเสียไปอย่างน้อยหนึ่งสภา (Divided Congress) หรือกรณีแย่ที่สุดอาจเสียทั้ง House และ Senate ให้กับพรรค Democrat (Democrat Sweep) โดยหากอ้างอิงข้อมูลจาก Polymarket ณ วันที่ 1 ต.ค. จะพบว่าตลาดคาดการณ์ฉากทัศน์ “Divided Congress” หรือ Republican ที่เสียหนึ่งสภานั้นมีโอกาส 29% ในขณะที่ฉากทัศน์ “Democrat Sweep” หรือ Republican ที่เสียทั้งสองสภา มีโอกาสมากถึง 63%
เมื่อรวมฉากทัศน์ทั้งสองจะมีโอกาสเกิดขึ้นมากถึง 92% ดังนั้นเราจึงสามารถคาดการณ์ผลกระทบของราคาทองคำ ต่อเหตุการณ์ในอดีตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และสามารถวิเคราะห์ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 1970 ได้ดังนี้
ดังนั้น หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย “History repeats itself” ไม่ว่า Republican จะเสียหนึ่งหรือสองสภา เราจะสามารถคาดหวังได้ว่า ราคาทองคำในช่วง 6 เดือนหลังวันเลือกตั้ง Midterm Election จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยราว 6.5% - 12% จากแรงหนุนของการสูญเสียอำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาล ซึ่งมักทำให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YLG Bullion And Futures จำกัด