
'Perfect Family' 'ครอบครัวตัวอย่าง' 'ครอบครัวในอุดมคติ' ประโยคเหล่านี่คือคำนิยามของ ครอบครัว Beckham (ก่อนความดราม่า) ที่หลายๆคนใฝ่ฝันอยากจะมี
พ่อคือ ‘เดวิด เบ็คแฮม’ อดีตซูเปอร์สตาร์ตำนานของวงการฟุตบอล แม่คือ ‘วิคตอเรีย เบ็คแฮม’อดีตป๊อปไอดอลระดับโลกแห่งวง Spice Girl ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนเรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของวงการทั้งคู่ พบรักกันมีครอบครัวที่น่ารักด้วยลูกๆ 4 คน นี่คือภาพที่เราเห็นจากหน้าสื่อ ทั้งรอยยิ้มและความอบอุ่นของเฟรมภาพ
แต่ความโชคดีนั้นทุกคนอิจฉาและใฝ่ฝันย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย การเป็นลูกคนดังคุณต้องเติบโตด้วยแสง Spotlight ของสื่อและไม่มีสิทธิ์เติบโตเงียบๆใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนเด็กทั่วๆไป ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ไม่พ้นต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน นี่คือความกดดัน ภาระอันหนักอึ้งที่คุณต้องแบกไปทั้งชีวิต แลกกับโอกาสทางสังคมที่หลายๆคนเรียกว่า Nepo Baby (ย่อมาจาก nepotism) หรืออธิบายง่ายๆว่าก็ที่ประสบความสำเร็จ มีดีทุกวันนี้ได้ก็เพราะคอนเนคชั่นของพ่อแม่ ก็เพราะว่ามีนามสกุล Beckham ต่อท้าย แต่จริงๆแล้วเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นมันมีเหตุและผลของมันทั้ง 2 ด้าน
ฝั่งของแม่ ‘วิคตอเรีย เบ็คแฮม’ ผู้ที่สร้างอาณาจักรและภาพลักษณ์ของครอบครัว Beckham ให้เป็นสัญลักษณ์ของความแพง luxury ที่เป็นตำนานคู่กับวงการระดับโลก ด้วยกลยุทธ์การสร้างครอบครัวเหมือนกับการปั้นแบรนด์
ส่วนในฝั่งของ ‘บรู๊คลิน เบ็คแฮม’ ก็พยามทลายกรอบกำแพง Beckham พยายามค้นหาตัวเองจากหลากหลายอาชีพหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ทำอะไรก็ไม่ดีไม่เด่นไม่ดังเหมือนพ่อแม่สักที แต่เขาก็อยากให้คนจดจำเขาในชื่อของ ‘บรู๊คลิน’ ที่ไม่ได้มีนามสกุลดังมาต่อท้าย
บทความนี้ SPOTLIGHT อยากชวนทุกคนมาเปิดมุมมองการปั้นแบรนด์ครอบครัวของ Beckham และธุรกิจของ ‘บรู๊คลิน เบ็คแฮม’ ที่อยากทลายกรอบคำว่า Nepo Baby
แม่ ‘วิคตอเรีย เบ็คแฮม’ หญิงแกร่งผู้เป็นเหมือน CEO ของบ้าน เธอคนนี้คือคนที่สร้างอาณาจักร Beckham ขึ้นมาเหมือนกับเจ้าของธุรกิจที่สร้างแบรนด์ ต้องอย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการปั้นแบรนด์ คือ การสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
ถามว่าแค่นามสกุล Beckham ประสบความสำเร็จอย่างไร ? มีการประเมินว่าการบริหารสิทธิภาพลักษณ์ “Beckham” ถูกประเมินมูลค่าสูงกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั้นแปลว่าแค่คุณมีนามสกุล Beckham คุณก็สามารถหากินได้จากการจ้างงานพรีเซ็นเตอร์กับแบรนด์ดังต่างๆ
ซึ่ง Social Media ถือได้ว่าเป็นอาวุธหลักของผู้ประกอบการในการสื่อสาร marketing ให้ตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แม่วิคตอเรียนั้น ก็ใช้พลังของ Social Media ในการสร้างภาพลักษณ์ครอบครัวที่สุดแสนอบอุ่นและ perfect จนคนทั่วโลกอิจฉา
หนึ่งในธรรมเนียมปฎิบัติของครอบครัวเบ็คแฮม คือ ‘รูปภาพ’ ที่ต้องถ่ายพร้อมกันให้ครบในทุกอีเวนต์สำคัญ ทั้งเทศกาลหรือโอกาสพิเศษ หากไม่มีรูปปล่อยมา = แปลกๆ
ดังนั้นการที่สมาชิก Beckham คนใดคนหนึ่งหายไป นี่คือการทำให้แบรนด์สั่นสะเทือนสะท้อนกลับไปที่อาจมีปัญหาที่ซ่อนอยู่ การควบคุมภาพลักษณ์ที่เคยสมบูรณ์แบบตอนนี้กลับสั่นคลอน
ตอนที่บรู๊คลิน ได้ออกมาเปิดใจเล่าผ่าน Instagram ส่วนตัวถึง 6 หน้า ใจความสำคัญคือ ครอบครัวของเขาให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์สาธารณะและการโปรโมทมากกว่าความรู้สึกจริงของสมาชิกในบ้าน ความรักของเขาถูกตัดสินจากจำนวนโพสต์ในโซเชียล และความพร้อมในการไปยืนถ่ายรูปครอบครัว มากกว่าความเข้าใจซึ่งกันและกัน แถมยังได้ออกมาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลมีเดียคือการจัดฉาก
เชื่อว่าสุดท้ายไม่มีพ่อแม่คนไม่รักลูก แต่ในวันที่ Social Media กลายมาเป็นสิ่งที่แสดงความรักต่อกันทำให้เราอดใส่ฟิลเตอร์จนบางครั้งแยกโลกแห่งความเป็นจริง VS โลกออนไลน์แทบไม่ออก เกียรติยศและคุณค่าถูกวัดขึ้นอยู่กับตัวเลขและการมองเห็น‘วิคตอเรีย เบ็คแฮม’ผู้ที่เป็นทั้ง CEO และ ฐานะแม่ตกที่นั่งลำบากเส้นแบ่งที่วัดความรักและความรับผิดชอบก็ไม่สามารถมีใครบอกได้ว่าสูตรแห่งความสำเร็จทั้ง 2 ด้านคืออะไร
‘บรู๊คลิน เบ็คแฮม’ คือ definition ชีวิตในฝันของใครหลายๆคน รูปหล่อ พ่อรวย แค่ไม่ทำตัวเละเทะคุณก็อยู่ได้แบบสบายๆ แต่นี่ไม่ใช่กับการเป็นลูกกัปตันทีมชาติอังกฤษและนักร้องชื่อดัง
เมื่อตอนเด็กๆบรู๊คลิน ในบทบาทลูกชายคนโตได้ถูกสังคมตั้งคำถามถึงอาชีพในอนาคต “โตไปจะเป็นนักฟุตบอลเหมือนพ่อไหม?” นั้นเป็นเพราะว่า ‘เดวิด เบ็คแฮม’ คือเทพของวงการ แต่เมื่อเขาได้ลองแล้วกลับพบว่าตัวเองนั้นไม่ได้ชอบฟุตบอลของพ่อ
หลังจากนั้นบรู๊คลินได้เป็นนายแบบ แต่ทำงานในวงการไปได้สักพักก็ค้นพบว่าตัวเองนั้นอยากอยู่เบื้องหลังมากกว่า เลยได้ผันตัวสู่ด้านหลังเป็นช่างถ่ายภาพ ฝีมือของบรู๊คลินไม่ได้โดดเด่นกว่าคนอื่น นั้นเป็นเพราะว่าบรรทัดฐานสังคมเอาคำว่า “ลูกเดวิด + วิคตอเรีย เบ็คแฮม” มาตีกรอบหรือเปล่า และไม่ว่าเขาจะขยับทำตัวอะไรก็มักถูกตั้งคำถามว่า “เขามีดีจริงๆ ได้รับโอกาสดีๆเพราะเป็นความสามารถของตัวเขาจริงๆ หรือเป็นเพราะ Nepo Baby?”
อย่างไรก็ตาม ‘บรู๊คลิน เบ็คแฮม’ ไม่ได้หยุดตามหาตัวเอง เขาได้ผันตัวเป็น Content Creator & Chef เนื่องจากเขามี passion ในการทำอาหาร ‘บรู๊คลิน เบ็คแฮม’ได้ทำรายการอาหาร Cookin’ With Brooklyn ที่ได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม UberEats แต่ก็ไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันขนาดนั้น
ธุรกิจที่ดูเป็นไปได้ดีและสวยที่สุดของ ‘บรู๊คลิน เบ็คแฮม’ ก็น่าจะเป็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สาเกญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อแบรนด์ WESAKE ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งที่ขายอยู่ที่ 2 ขวด ราคา $59.99 หรือราว 1,873 บาท และธุรกิจซอสพริก ภายใต้ชื่อแบรนด์ Cloud23 ที่ขายอยู่ที่ 2 ขวดราคา $34.99 หรือราว 1,093 บาท
อย่างไรก็ตาม จากเรื่องราวความดราม่าที่เกิดขึ้นของครอบครัว Beckham นั้นอาจเป็นบทเรียนที่สอนใครหลายๆคน ว่าสิ่งที่เราเห็นในโลกออนไลน์แท้จริงแล้วไม่ได้สวยหรูอย่างที่เราคิด การเป็นลูกคนดังนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย คำว่าโชคดีของใครนั้นก็ขึ้นอยู่กรอบว่าจะเอาบรรทัดฐานไหนมาตัดสิน และครอบครัวกลายมาเป็นสินค้าของแบรนด์ แม้ว่าภาพลักษณ์นั้นสำคัญแต่จิตใจของคนในบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน