
เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นบนท้องถนน สิ่งที่ตามมาและมักทำให้ผู้ขับขี่หลายคนรู้สึกกังวล คือขั้นตอนการเคลมประกันภัยรถยนต์ หลายคนอาจมีคำถามว่า "ต้องใช้เอกสารมากมายจนยุ่งยากหรือเปล่า?" หรือ "จะต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะได้รับค่าสินไหมรวดเร็ว?" ขอบอกเลยว่า การเคลมประกันภัยรถไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงแค่คุณเตรียมตัวให้พร้อมและรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง บทความนี้จะไขข้อข้องใจทั้งหมดและช่วยให้คุณสามารถเคลมประกันภัยรถได้อย่างราบรื่น
ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเคลม มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า "การเคลมประกันภัยรถ" มีอยู่ 2 ประเภท ซึ่งความแตกต่างนี้จะส่งผลต่อวิธีการเตรียมตัวและการยื่นเอกสาร
เคลมสด คือการแจ้งเคลมในทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ เหมาะสำหรับกรณีที่มีคู่กรณี หรืออุบัติเหตุที่ทำให้รถได้รับความเสียหายรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยจะเข้ามาประเมินความเสียหาย ถ่ายรูป และทำเอกสารเคลมให้ทันทีในที่เกิดเหตุ
เคลมแห้ง คือการแจ้งเคลมในภายหลัง เหมาะสำหรับรอยเฉี่ยว รอยขีดข่วนเล็กน้อย หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยไม่มีคู่กรณีที่ต้องรับผิดชอบ เช่น ขับรถชนกระถางต้นไม้ ถอยชนเสา ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมในเครือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและออกใบเคลมได้ด้วยตัวเองในภายหลัง
ความเข้าใจผิดที่ว่า การเคลมประกันภัยรถยนต์ต้องใช้เอกสารเยอะ อาจทำให้หลายคนรู้สึกท้อใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เอกสารหลัก ๆ ที่ใช้ในการเคลมมีเพียงไม่กี่อย่าง และส่วนใหญ่เป็นเอกสารประจำตัวหรือเอกสารเกี่ยวกับรถที่ทุกคนมีอยู่แล้ว ความรวดเร็วในการเคลมจะขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารที่คุณเตรียมไปยื่น ยิ่งเตรียมพร้อมมากเท่าไร การอนุมัติก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
เอกสารเบื้องต้นที่ควรเตรียมให้พร้อมในการยื่นเคลมประกันภัยรถยนต์มีดังนี้
● บัตรประจำตัวประชาชน ของผู้เอาประกันภัย
● ใบขับขี่ตัวจริงหรือสำเนาของผู้ขับขี่ ณ วันเกิดเหตุ
● สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (หรือแจ้งเลขที่กรมธรรม์)
● สำเนาทะเบียนรถยนต์
● ใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม) ที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัย
● รูปถ่ายหลักฐาน ณ จุดเกิดเหตุ (สำหรับกรณีเคลมแห้ง ควรมีบันทึก วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุที่ชัดเจน)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม : เอกสารที่แต่ละบริษัทประกันภัยรถยนต์หรืออู่ซ่อมในเครือเรียกใช้ อาจมีความแตกต่างกันไปเล็กน้อย ควรสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยที่คุณเลือกทำไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารครบถ้วนก่อนเข้าสู่กระบวนการซ่อม
การเคลมประกันภัยรถยนต์ไม่ได้ซับซ้อน หากคุณทำตาม 4 ขั้นตอนสำคัญนี้ จะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว
เมื่อเกิดเหตุ สิ่งแรกคือ ตั้งสติ และประเมินสถานการณ์ หากเป็นอุบัติเหตุใหญ่หรือมีคู่กรณี ควรรีบติดต่อสายด่วนของบริษัทประกันภัยทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและออกใบเคลม (เคลมสด)
รวบรวมเอกสารเบื้องต้นที่กล่าวมาข้างต้น และถ่ายรูปรถยนต์ที่เสียหายไว้ให้ครบถ้วน จากนั้นจึงนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นประกอบการเคลมกับบริษัทประกันภัยหรืออู่ซ่อมในเครือที่ได้รับการอนุมัติ
เมื่อบริษัทประกันภัยอนุมัติการซ่อมแล้ว ให้นำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมตามที่กำหนด อย่าลืมตรวจสอบและรับ "ใบรับรถ" จากเจ้าหน้าที่อู่ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเก็บของใช้ส่วนตัวออกจากรถให้เรียบร้อย
เมื่อได้รับแจ้งว่ารถซ่อมเสร็จแล้ว ก่อนเซ็นรับรถ ควรตรวจสอบความเรียบร้อยของงานซ่อมอย่างละเอียด ทั้งภายนอกและภายใน ว่าจุดที่เกิดความเสียหายได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์หรือไม่ หากพบปัญหาใด ๆ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่อู่เพื่อดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนรับรถกลับ
การเลือกบริษัทนายหน้าประกันภัยที่มีความเชี่ยวชาญ จะช่วยให้การเคลมและการต่ออายุประกันภัยรถยนต์ของคุณเป็นเรื่องง่าย โลตัส มันนี่ พลัส พร้อมให้คำปรึกษาและคัดสรรแผนประกันภัยรถยนต์จากบริษัทชั้นนำที่ให้ความคุ้มครองครบ เข้าใจง่าย
สำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด สามารถเลือกประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ครอบคลุมอุบัติเหตุทั้งมีและไม่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม นอกจากความคุ้มครองที่หลากหลายแล้ว การชำระเบี้ยประกันภัยยังสะดวกสบายและยืดหยุ่น แบ่งจ่ายได้ 0%* สูงสุด 10 เดือน ทั้งการแบ่งจ่ายเงินสด หรือบัตรเครดิตโลตัส ทำให้คุณเข้าถึงบริการประกันภัยรถได้ง่าย ผ่านเคาน์เตอร์กว่า 200 สาขาทั่วประเทศที่ห้างโลตัส
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด
● ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด
● กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
● บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
การเคลมประกันภัยรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพียงแค่คุณทำความเข้าใจประเภทการเคลม เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม และทำตามขั้นตอนอย่างมีสติ ก็จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับความเสียหายและนำรถกลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว การเตรียมพร้อมล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนน
Advertisement