
หลังจากที่ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แถลงข่าวประเด็นเรื่องสามี ก๊อต อธิป เกี่ยวกับการซื้อที่ดิน 100 ไร่ ใน ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก พร้อมทั้งชี้แจงถึงเรื่องบัญชีและเงินมูลนิธิองค์กรทำดี
แต่หลังจากนั้นเพจดังต่างๆ ได้โพสต์ถึงประเด็นเรื่องเงินจำนวนหนึ่งที่มูลนิธิองค์กรทำดีโอนไปให้ผู้รับเหมาที่ภูเก็ต พร้อมให้บุ๋มออกมาชี้แจง รวมทั้งเปิดเผยเส้นเงินบริจาคทั้ง 2 บัญชี เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจและความสง่างามของตัวเอง
ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้ให้มุมมองทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องบัญชีส่วนที่รับบริจาคในนามมูลนิธิ ว่า ถ้าหากมีการเชิญชวนให้ประชาชนบริจาคและมีการแปะบัญชีส่วนตัว และถ้าหากนำเงินนั้นไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ก็จะทำผิดกฎหมายในข้อหาฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ ความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ลักษณะคล้ายกับเพื่อนของตนเองก็คือนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แต่นำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จึงถูกแจ้งข้อกล่าวหา ฉะนั้นแล้วคุณบุ๋มก็อาจจะโดนลักษณะเดียวกัน
ที่สำคัญมีกรณีที่คุณบุ๋ม โอนเงินให้กับผู้รับเหมา ในนามบัญชีองค์กรฯ และก็ให้ผู้รับเหมา โอนกลับไปที่สามี เท่ากับว่าเป็นการนำเงินบริจาคออกจากบัญชีที่แปะลิ้งค์รับบริจาค จึงทำให้ผิดวัตถุประสงค์ก็เป็นการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ และผู้รับเหมาคนดังกล่าวได้เข้ามาร้องเรียนกับตนเอง ตั้งแต่ต้นปี
และเมื่อผู้รับเหมาคนนี้เห็นคุณบุ๋มแถลงข่าว ตัวผู้รับเหมาก็นั่งเครื่องบินมาหาตนเองที่สำนักงานทนายความ และก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้กับตนเองฟัง และตนเองก็มองว่าเรื่องนี้มันเป็นจังหวะที่อยู่ในกระแสพอดี โดยปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้อยู่ในโครงการ คุณล้มแล้วซ้ำแต่อย่างใด
สำหรับคุณบุ๋ม อ้างว่าตนเองนั้นไม่รู้ไม่เคยนำเงิน บริจาค ไปใช้ ก็เป็นเรื่อง ของคุณบุ๋ม ที่ผ่านมาตนเองก็คุ้นเคยกับคุณบุ๋มเป็นอย่างดีและไม่เชื่อว่าคุณบุ๋มจะเป็นคนเช่นนี้ อย่างไรก็ตามก็ต้องไปดูเส้นทางเงินว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไร แต่อย่างไรก็ดีตอนนี้ยังไม่มีคำพิพากษาจากศาล ฉะนั้นแล้วคุณบุ๋มยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
Advertisement