Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“ศุภชัย” ถามฝ่ายค้าน มีประเด็นใหม่หรือไม่ หลังจ่อใช้ ม.152 ซักฟอกต่อ

“ศุภชัย” ถามฝ่ายค้าน มีประเด็นใหม่หรือไม่ หลังจ่อใช้ ม.152 ซักฟอกต่อ

29 ต.ค. 69
09:44 น.
แชร์

“ศุภชัย” ถามฝ่ายค้าน มีประเด็นใหม่หรือไม่ หลังจ่อใช้ ม.152 ซักฟอกต่อซ้ำ ม.151 ย้ำตรวจสอบต้องเน้นคุณภาพ ไม่ใช่ใช้บ่อยตามใจชอบ 

วันที่ 29 ต.ค. 69 นาย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ตั้งคำถามถึงกรณี วิป 3 ฝ่าย หรือ คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร 3 ฝ่าย ตกลงกันว่าจะมีการ อภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ในวันที่ 7-11 ธ.ค. 69 แต่กลับมีข่าวว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 เพิ่มเติม โดยชี้ว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงกฎหมายห้ามหรือไม่ห้าม แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าการใช้กลไกรัฐสภาดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

นายศุภชัย ระบุว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ฝ่ายค้านมีอำนาจตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งเป็นหลักสำคัญของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องพิจารณาทั้งตัวบทกฎหมายและเจตนารมณ์ประกอบกัน เนื่องจากมาตรา 151 และมาตรา 152 มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันอย่างชัดเจน 

โดยมาตรา 151 เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ มีการลงมติ และอาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่ง ขณะที่มาตรา 152 เป็นการอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ รัฐธรรมนูญจึงออกแบบกลไกทั้งสองให้แตกต่างกัน ทั้งวัตถุประสงค์ วิธีการ และผลทางการเมือง 

นายศุภชัย ตั้งข้อสังเกตว่า หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แล้ว ในระยะเวลาใกล้เคียงกันกลับยื่นอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 อีก ก็ต้องพิจารณาว่าการใช้กลไกทั้งสองมีความจำเป็นเพียงใด และเนื้อหาของญัตติแตกต่างกันจริงหรือไม่ 

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติห้ามการยื่นญัตติทั้งสองมาตราในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงไม่อาจสรุปได้ว่าการกระทำดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญโดยอัตโนมัติ แต่หากเป็นการนำประเด็นเดิม ข้อกล่าวหาเดิม และข้อเท็จจริงเดิมกลับมาอภิปรายซ้ำ โดยไม่มีประเด็นใหม่ที่มีสาระสำคัญ ก็ย่อมเกิดคำถามถึงความเหมาะสมและเจตนารมณ์ในการใช้กลไกรัฐสภา เพราะมาตรา 152 ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่สองโดยไม่มีการลงมติ 

นอกจากนี้ มาตรา 154 ยังวางข้อจำกัดเกี่ยวกับความถี่ในการเสนอญัตติอภิปรายทั่วไปไว้ด้วย ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างสิทธิในการตรวจสอบรัฐบาลกับความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน 

นายศุภชัย ย้ำว่า สิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการคุ้มครอง แต่การใช้สิทธิก็ควรมีเหตุผล มีความจำเป็น และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ควรวัดจากจำนวนครั้งหรือจำนวนชั่วโมงของการอภิปราย หากต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง หลักฐาน และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ 

หากมีข้อเท็จจริงใหม่ มีปัญหาใหม่ หรือมีประเด็นสำคัญที่ยังไม่ได้รับคำตอบ การใช้มาตรา 152 ย่อมมีเหตุผลรองรับ แม้เพิ่งมีการอภิปรายตามมาตรา 151 ไปก็ตาม แต่หากไม่มีประเด็นใหม่และเป็นเพียงการนำเรื่องเดิมกลับมาอภิปรายซ้ำ ก็สมควรตั้งคำถามว่าการใช้กลไกดังกล่าวคุ้มค่าและตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

นายศุภชัยทิ้งท้ายว่า ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่า เมื่อกฎหมายไม่ได้ห้าม ก็สามารถใช้ทุกกลไกโดยไม่ต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความเหมาะสม เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล รัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศ และรัฐสภามีหน้าที่รักษาสมดุลของอำนาจทั้งสองฝ่าย 

สิ่งที่ประชาชนต้องการคือฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างมีคุณภาพ รัฐบาลตอบคำถามอย่างมีความรับผิดชอบ และรัฐสภาใช้เวลาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง เพราะการตรวจสอบที่ดีไม่ใช่การอภิปรายให้มากครั้งที่สุด แต่ต้องเป็นการอภิปรายที่ทำให้ประชาชนได้ความจริงมากที่สุด

Advertisement

แชร์
“ศุภชัย” ถามฝ่ายค้าน มีประเด็นใหม่หรือไม่ หลังจ่อใช้ ม.152 ซักฟอกต่อ