
วันที่ 29 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจาก น.ส.นา (นามสมมติ) อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ที่เดินทางกว่า 60 กิโลเมตร เพื่อมาขอความช่วยเหลือ กรณีถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ ในพื้นที่ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ส่งข้อความและแสดงความคิดเห็นในลักษณะส่อไปทางเพศ จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจ และมองว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสมณเพศ จึงต้องการนำหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.มหาสารคาม ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
น.ส.นา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ตนเองโพสต์วิดีโอผ่านสตอรี่เฟซบุ๊กตามปกติ ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาอีสาน โดยมีเนื้อหาในลักษณะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศ ข้อความว่า “มีแฮงนอนนำกันกะมีแฮงจ้าคุณแม่”
ซึ่งในตอนแรกตนเองไม่ทราบว่าบัญชีดังกล่าวเป็นพระภิกษุสงฆ์ จึงกดเข้าไปตรวจสอบโปรไฟล์ ก่อนพบว่าเป็นภาพพระสงฆ์ที่มีอายุมาก ทำให้รู้สึกไม่พอใจและได้ตอบโต้กลับไป
จากนั้นผู้ใช้บัญชีดังกล่าวได้พิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำให้ตนเองรู้สึกโมโหจึงบันทึกภาพหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่ข้อความที่พระส่งมาจะถูกลบออกในภายหลัง
โดยตนเองยังตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พระภิกษุที่ปรากฏในบัญชีดังกล่าว เป็นพระที่มีอายุค่อนข้างมากแล้ว จำวัดอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เสือโก้ก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เมื่อทราบข้อมูลบางส่วนแล้ว วันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนเองได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าตะเกียบ แต่ทางตำรวจไม่รับแจ้งความ เพราะไม่มีบุคคลที่ 3 จึงได้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ตนเองมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามทางเพศ และคนที่ทำนั้นเป็นพระภิกษุสงฆ์ จึงต้องการดำเนินการให้ขาดจากการเป็นพระ ไม่ต้องการให้หลวงตารูปนี้ไปก่อเหตุในลักษณะนี้กับใครอีก จนทำให้ศาสนาเสื่อมหมอง แต่เนื่องจากพระรูปดังกล่าวอยู่ต่างจังหวัดและไกลจากตนเองมาก จึงไม่สะดวกเดินทางไปยื่นเรื่องด้วยตัวเองที่จังหวัดมหาสารคาม
ประกอบกับตนเองเกรงว่าเรื่องจะเงียบหาย จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาตัวเมืองฉะเชิงเทรา ขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้นำเรื่องราวดังกล่าวเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้ช่วยประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานในพื้นที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ ตนเองยังนำภาพข้อความสนทนาและข้อมูลบางส่วนที่ระบุว่า เคยมีผู้หญิงรายอื่นถูกบัญชีดังกล่าวติดต่อในลักษณะเชิงชู้สาว รวมถึงภาพที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน มาแสดงประกอบการร้องเรียนด้วย โดยคาดว่าพระรูปดังกล่าวน่าจะทักข้อความไปแบบเดียวกับตน ก่อนจะวิดีโอสำเร็จความใคร่ให้หญิงสาวคนดังกล่าวดู ก่อนหญิงสาวผู้เสียหายจะแคปภาพนิ่งไว้ แล้วนำมาโพสต์ในกระทู้ของพระ มีข้อความระบุว่า “เป็นพระอะไรมามาชักเว้าแบบนี้หรอคะ”ตนเองจึงนำข้อมูลดังกล่าวมาด้วย เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็ขอให้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
น.ส.นา ยังระบุว่า ตนเองเป็นคนเข้าวัดทำบุญอยู่เป็นประจำ และไม่ได้ต้องการให้สังคมเหมารวมว่าพระสงฆ์ทุกรูปมีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่เห็นว่าหากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็ควรตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน พร้อมยืนยันว่าการออกมาร้องเรียนครั้งนี้ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างเหมาะสม
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้พา น.ส.นา เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเข้าพบ นายนรนาถ การะนนท์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานทางโทรศัพท์ไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเบื้องต้น ก่อนที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม จะขอรับข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ผู้ร้องนำมายื่นทั้งหมด เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวต่อไป
Advertisement