
วันนี้ (14 ต.ค. 69) ระหว่างการแถลงผลตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีเอกสารผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน ก่อนมีการส่งรายงานอย่างเป็นทางการไปยังไทยพีบีเอส
นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และโฆษก สตง. ชี้แจงว่า เอกสารผลการตรวจสอบที่ส่งถึงหน่วยรับตรวจ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ความเสียหาย และความรับผิดทางวินัย ถือเป็นเอกสารลับ ซึ่งผู้ที่นำไปเปิดเผยอาจมีความผิด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวถูกนำออกไปได้อย่างไร
โดยก่อนหน้านี้ ไทยพีบีเอสได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีเอกสารหลุด ซึ่งขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะตรวจสอบทั้งที่มาของเอกสาร ผู้ที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการทำงานภายใน สตง. ส่วนกรอบระยะเวลาการตรวจสอบจะเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
ขณะที่นางสาวมธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 2 ชี้แจงเพิ่มเติมว่า รายงานผลตรวจสอบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นหนังสือลงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 และมีการกำหนดชั้นความลับไว้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดเอกสารจึงถูกนำเสนอผ่านสื่อก่อนวันที่ 9 ตุลาคม นายสุทธิพงษ์ ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับในที่ประชุมช่วงเช้า เอกสารที่ถูกเผยแพร่เป็นเอกสารที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการจัดเตรียมและแก้ไขข้อความ ก่อนจัดทำเป็นหนังสือฉบับสมบูรณ์ จึงยังไม่ได้ประทับตราลับ
อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า เอกสารที่ออกไปก่อนหน้านั้นยังไม่ถือเป็นหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องผ่านการลงนามของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และกำหนดชั้นความลับให้ชัดเจนก่อนส่งถึงหน่วยรับตรวจ
นายสุทธิพงษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ตามกฎหมาย สตง. สามารถเปิดเผยข้อมูลระหว่างการตรวจสอบ และเปิดเผยผลการตรวจสอบที่ได้รับความเห็นชอบแล้วได้ตามมาตรา 56 แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย โดยเฉพาะการไม่เปิดเผยชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ส่วนข้อสงสัยว่าเอกสารที่หลุดออกไปเป็นเอกสารจริงหรือไม่ และถูกนำออกไปโดยใคร นายสุทธิพงษ์ ยอมรับว่า ยังไม่เห็นเอกสารฉบับที่ถูกเผยแพร่โดยตรง และทราบเรื่องจากการนำเสนอข่าว ก่อนที่ไทยพีบีเอสจะทำหนังสือร้องเรียน จึงต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบว่าเอกสารออกไปในช่วงเวลาใด และผ่านช่องทางใด
ขณะที่ข้อสังเกตว่า การเผยแพร่ผลตรวจสอบเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับการเสนอแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับไทยพีบีเอส จนอาจถูกมองว่ามีความเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองหรือไม่ นายสุทธิพงษ์ ยืนยันว่า การตรวจสอบของ สตง. เริ่มจากข้อร้องเรียนของบุคคลภายในองค์กรตั้งแต่ต้นปี และเป็นการตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การตัดสินภาพรวมว่าไทยพีบีเอสเป็นองค์กรที่ดีหรือไม่ดี
ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ ย้ำว่า ต้องแยกประเด็นความผิดพลาดในกระบวนการจัดทำและเผยแพร่เอกสาร ออกจากเนื้อหาผลการตรวจสอบ เพราะแม้จะพบปัญหาเอกสารหลุด ก็ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงในรายงานผลการตรวจสอบเปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม สตง. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน หากพบว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ สตง. ก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบและได้รับโทษตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
Advertisement