
(30 ก.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานครฯ
สืบเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักบริเวณประเทศไทยส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยจากการคาดการณ์ของกรมชลประทานในอีก 1 - 9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 2 ต.ค. 2569 ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,010 ลบ.ม./วินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขามีปริมาณน้ำประมาณ 700 - 750 ลบ.ม./วินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 3,600 - 3,700 ลบ.ม./วินาที และกรมชลประทานมีการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ในอัตรา 550 - 580 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจึงมีความสำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 2,200 - 2,500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีก 0.40 - 0.70 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางประอิน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ อ.วิเศษชัยชาญ อ.ป่าโมก อ.เมือง จ.อ่างทอง ที่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ ซึ่งการระบายดังกล่าวเป็นการระบายแบบขั้นบันได เพื่อลดผลกระทบพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้มากที่สุด
ซึ่งหากการระบายน้ำ ที่ 2,200 - 2,400 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ ต.ตลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ต.ประศุก ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ต.ย่านซื่อ ต.ย่านซื่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำดังกล่าว กรมชลประทาน จึงขอแจ้งเตือน พื้นที่ 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,552ลบ.ม./วินาที ที่บริเวณสถานีวัดน้ำ C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.76 เมตร/รทก. ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องมีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.22เมตร/รทก. ระดับน้ำห่างตลิ่งอยู่ที่ 1.12 ม.รทก. และเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,200 ลบ.ม./วินาที
Advertisement