
วันที่ 4 ก.ย.2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ สน.ทองหล่อ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังเกิดเหตุผลักนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนล้มทับรถจักรยานและได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้า สน.ทองหล่อ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องการทำคือกล่าวขอโทษประชาชน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน ยืนยันว่าตนเป็นลูกผู้ชาย เมื่อทำสิ่งใดก็พร้อมรับผิดชอบ และไม่เคยคิดหลบหนีปัญหา พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม ในส่วนเนื้อหาของคดี ตนยังไม่ได้ยอมรับว่ากระทำความผิด โดยขอให้เป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมายัง สน.ทองหล่อ ในฐานะผู้เสียหายในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ตามที่พนักงานสอบสวนนัดหมาย หลังให้ปากคำเสร็จสิ้น ได้ยื่นหนังสือถึงพนักงานสอบสวน เพื่อเสนอผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับนายสมชัย ก่อนจะพบกับนายสมชัย โดยบังเอิญขณะกำลังเดินทางกลับ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายสมชัย มีการโพสต์ภาพและข้อความกล่าวหาตน รวมถึงมีการนำภาพลูกสาวอายุ 7 ขวบ ไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนไม่พอใจ และมองว่าไม่ควรเกิดขึ้น
นายณัฐวุฒิ ยังยืนยันว่า ไม่ได้ทำร้ายนายสมชัย โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุ นายสมชัย นำแฮนด์จักรยานมาสัมผัสบริเวณหน้าท้อง ทำให้ตนตกใจและสะดุ้ง ก่อนที่นายสมชัย จะเสียหลักล้มลงเอง
ส่วนกรณีการใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น ตุ๊ด ยืนยันว่าเป็นเพียงคำพูดเชิงเปรียบเทียบ และประชดประชัน เพราะเห็นว่านายสมชัย ล้มลงไปและทำท่าทีสำออย จึงพูดเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น ยืนยันไม่ใช่การเหยียดเพศ
ส่วนที่บอกว่ารู้สถานที่พักอาศัยของนายสมชัย ที่ใกล้สถานทูตนั้น หมายถึงสำนักงานของตนที่อยู่ใกล้สถานทูต ไม่ได้หมายถึงบ้านพักของนายสมชัย
เมื่อถามว่าถูกตำรวจดำเนินคดีในข้อหาอะไรบ้าง และวางเงินประกันไว้เท่าไหร่ ตนขอปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้
โดยทุกครั้งที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายณัฐวุฒิ ในประเด็นต่างๆหลายคำถาม นายณัฐวุฒิ จะพูดว่า ให้ฟังตนอธิบายก่อน อย่ามาแจ๋ ถามทุกช่องว่าพวกคุณมาจากช่องไหน
ในคดีที่ตนกล่าวหา ในสน. ทองหล่อ มีทั้งสองคดีคือเรื่องคดีฉ้อโกงประชาชน และ พรบ. คอมพิวเตอร์ และพรบควบคุมการเรี่ยไร ฟอกเงินและสมทบการฟอกเงิน ส่วนอีกสองคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง และอีกหนึ่งคดีที่ สน.บางโพ รวมทั้งหมดตนแจ้งข้อหานายสมชัย 5 คดี ส่วนคดีที่เกิดขึ้นกับตนในวันนี้ ตนยืนยันว่าตนเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่คิดหนีอยู่แล้ว แม้จะเดินกลับขึ้นรถไปก็ได้ แต่เห็นมีสื่อมวลชนรออยู่จึงอยากให้เกียรติซึ่งกันและกัน ซึ่งตนสามารถตอบได้ทุกคำถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อข่าวถามว่าจะดำเนินคดีกับนายสมชัย อย่างถึงที่สุดเลยหรือไม่ ขอให้เป็นเรื่องของตำรวจไม่เกี่ยวกับตน และกรณีที่วันนี้นายสมชัย ได้มีการฟ้องกลับนายณัฐวุฒิ และเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาทนั้น นายณัฐวุฒิ โต้ตอบทันทีว่า “กระจอก” ต้นเพิ่งลงทุนไป 500 ล้านบาท 50 ล้านพิสูจน์ได้หรือไม่ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นแค่คดีเบา ๆ
ยืนยันว่าตอนนี้ตนไม่ได้เป็นทนายความให้นายสุชาติ ชมกลิ่น แล้ว และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือไปกระทบอะไรกับนายสุชาติ ซึ่งตนทำงานให้รัฐมนตรีหลายคน ยืนยันว่านายสุชาติ ไม่เกี่ยวข้อง
“ผมบอกว่าวันนี้หากตนไม่ต้องรอหนังสือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงไม่เจอกับนายสมชัย จนเกิดเรื่อง เรื่องนี้ถือเป็นความบังเอิญ เป็นฟ้าลิขิต”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากจะต้องไปเจอกับนายสมชัย เพราะยังมีคดีห้าคดีที่ยังฟ้องร้องกันอยู่นั้น จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกไหม ยืนยันว่าไม่เกิดขึ้น เพราะกระบวนการอยู่ในชั้นศาลแล้ว ไม่จำเป็นต้องเจอกันอีก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายหรือไม่ นายณัฐวุฒิ ถามย้อนกลับนักข่าวว่าเป็นคุณจะรับหรือไม่ ยืนยันว่าเป็นเพียงแค่อรรถรส และเป็นคาแรกเตอร์ของตน ตนเป็นคนชอบพูดแบบนี้อยู่แล้ว
สุดท้ายมาถามว่าอยากบอกอะไรกับคนที่อยู่เคียงข้างตนหรือไม่ นายณัฐวุฒิ ระบุว่า “ตนไม่ได้เสียหายอะไรตรงไหน และไม่ได้ง้อใคร เพราะมีเงิน รวยไม่ไหวแล้ว ลงทุนธุรกิจไปกว่า 500 ล้านบาท”
Advertisement