
วันนี้ (2 กันยายน 2569) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร Data Center ถนนพระราม 9 ใกล้กับโรงพยาบาลพระราม 9 หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับความกังวลกรณีมีการจัดเก็บน้ำมันสำรองภายในอาคาร
โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและสื่อมวลชนเข้าทำข่าวนั้น ก็มีชาวบ้าน วัย 47 ปี มาร้องเรียนและเล่าให้ฟังว่า บ้านของตนเองอยู่หลังบริษัทดังกล่าว และยังขายข้าวแกงอยู่ที่ตลาดตลาดกลางซอย 6 ใกล้เคียงด้วย โดยบริษัทแห่งนี้ได้เริ่มเปิดได้ประมาณ 2 เดือน หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ จนกระทั่งเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนก็ได้กลิ่นน้ำมันดีเซลอย่างรุนแรงออกมาจากท่อระบายน้ำอยู่หลายวัน ตอนนี้ยังไม่มีใครมีอาการอะไร แต่ชาวบ้านรายนี้กังวลว่า ถ้าอยู่ไปนานๆ ก็อาจส่งผลกระทบ
ต่อชาวบ้าน ส่วนพิกัดที่ตั้งอาคารยังอยู่ใกล้โรงแรมและโรงพยาบาล ซึ่งหากมีการกักตุนน้ำมันจริง เมื่อระเบิดขึ้นมาอาจเสี่ยงต่อชีวิตของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่ามีน้ำมันรั่วซึมลงคลองหรือไม่ ก่อนหน้านี้เคยแจ้งทางสำนักงานเขตห้วยขวางเข้ามาตรวจสอบ แต่กลับไม่มีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบใดๆ
โดยการตรวจสอบของกระทรวงพลังงานใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ภายหลังนางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ดำเนินการในฐานะเจ้าพนักงานของกระทรวงพลังงาน เพื่อติดตามข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการจัดเก็บน้ำมัน โดยกรมธุรกิจพลังงานได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
จากการตรวจสอบเบื้องต้นของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่ามีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงมีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายน้ำมันดังกล่าวออกจากพื้นที่ทั้งหมด การลงพื้นที่ในวันนี้จึงเป็นการติดตามผลว่า ผู้ประกอบการได้ดำเนินการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานแล้วหรือไม่
นางสาวฐิติภัสร์ ระบุว่า จากการตรวจสอบในวันนี้พบว่า น้ำมันสำรองที่เคยจัดเก็บอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าวประมาณ 200,000 ลิตร ได้ถูกนำออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในวันพรุ่งนี้ กรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ที่สน.มักกะสันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามคำสั่งให้นำน้ำมันออกจากพื้นที่แล้ว หากพบว่ายังมีการจัดเก็บน้ำมันอยู่ จะถือเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และจะดำเนินการตามกฎหมายเพิ่มเติม
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวด้วยว่า หลักเกณฑ์การจัดเก็บน้ำมันกำหนดว่า หากมีการจัดเก็บน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร จะต้องได้รับอนุญาต หากไม่มีใบอนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน หากได้รับอนุญาตให้จัดเก็บในปริมาณที่กำหนด แต่จัดเก็บเกินกว่าปริมาณที่ได้รับอนุญาตก็ถือว่าผิดกฎหมายเช่นกัน เช่น ได้รับอนุญาตให้จัดเก็บ 15,000 ลิตร แต่มีการจัดเก็บ 15,100 ลิตร ก็ถือว่าเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตและมีความผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีนโยบายไม่อนุญาตให้มีการขอจัดตั้งสถานที่เก็บน้ำมันเพื่อสำรองไว้สำหรับการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินของ Data Center ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับท่าทีของกรุงเทพมหานครที่ได้แถลงก่อนหน้านี้ว่าไม่อนุญาตเช่นเดียวกัน โดยหากพบว่า Data Center แห่งใดมีการจัดเก็บน้ำมันสำรองโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทรวงพลังงานจะเข้าตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถามผู้บริหารของสถานประกอบการดังกล่าว พบว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และยินยอมให้กรมธุรกิจพลังงานดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ลงทุนแจ้งว่าเข้ามาลงทุนตั้งแต่ปี 2565 และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งData Center แต่ระหว่างการดำเนินการได้มีการติดตั้งถังน้ำมันและจัดเก็บน้ำมันไว้สำหรับใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย และปัจจุบันได้หยุดการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดแล้ว
ส่วนกรณีที่มีการระบุถึงกลุ่มทุนที่เข้ามาร่วมลงทุน นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า เป็นกลุ่มทุนจากประเทศทางฝั่งตะวันออก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผู้ลงทุนจะเป็นกลุ่มทุนจากประเทศใด หากสถานที่ใดได้รับอนุญาตให้จัดเก็บน้ำมัน ก็จะต้องจัดเก็บได้เฉพาะในปริมาณและเงื่อนไขตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวถึงภาพรวมการกำกับดูแล Data Center ว่า การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ขณะนี้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการ Data Center ขึ้น เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และทบทวนแนวทางการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยจะพิจารณาหลายด้าน ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การจ้างงาน และผลประโยชน์ที่ประเทศไทยและประชาชนจะได้รับ
ในส่วนของกระทรวงพลังงาน จะกำกับดูแลในเรื่องการขออนุญาตและการจัดเก็บน้ำมัน ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับตัวอาคารเป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ส่วนระบบไฟฟ้าอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้า และน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของการประปานครหลวง โดยการประชุมคณะกรรมการ Data Center ในวันศุกร์นี้ จะมีการหารือถึงแนวทางและบทบาทของแต่ละหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการที่เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาดำเนินการ ดังนั้น หลังจากนี้จะต้องมีการทบทวนหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะการนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาใช้งานและการจัดเก็บน้ำมันสำรองในพื้นที่ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบ จึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
สำหรับการประชุมคณะกรรมการ Data Center ในวันศุกร์นี้ กระทรวงพลังงานจะทำหนังสือถึงสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะเข้าร่วมประชุม เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่เมืองที่มีชุมชนอยู่โดยรอบ
นางสาวฐิติภัสร์ ย้ำว่า กระทรวงพลังงานไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บน้ำมันเพื่อสำรองสำหรับการเดินเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินในพื้นที่ลักษณะดังกล่าว เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่า ผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบจะอยู่ในระดับใด จึงจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และกรุงเทพมหานครควรเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับพื้นที่และลักษณะการจัดตั้ง Data Center ด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ก่อนหน้านี้กรมธุรกิจพลังงานเคยเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวและมีการดำเนินคดีหรือไม่ หรือเพิ่งจะเป็นการมาดำเนินคดีหลังจากที่เกิดประเด็นปัญหาขึ้นแล้ว นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานเข้าตรวจสอบ ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานลงนามและมอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตอำนาจและกฎหมาย พร้อมมีหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายครบถ้วน
ส่วนกรณีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนว่าได้กลิ่นน้ำมันระเหยออกมา นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า ได้สอบถามผู้บริหารของสถานที่ดังกล่าว ซึ่งชี้แจงว่า กลิ่นอาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายน้ำมันออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะต้องไม่มีกลิ่นน้ำมันเกิดขึ้นอีก หากพบว่ายังมีกลิ่นหรือมีการกระทำที่เกี่ยวข้อง ก็จะต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเพิ่มเติม
จากการตรวจสอบบริเวณถังน้ำมัน เจ้าหน้าที่พบว่าภายในถังยังมีคราบน้ำมันหลงเหลืออยู่ แต่ไม่มีน้ำมันที่จัดเก็บไว้ในปริมาณเดิมแล้ว โดยหากตรวจพบว่าผู้ประกอบการกลับมาจัดเก็บน้ำมันอีก จะถือเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ และสามารถดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ รวมถึงหากพบว่ามีการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน ก็จะดำเนินการในส่วนดังกล่าวด้วย
สำหรับโรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสถานที่ดังกล่าว นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลมีความกังวลและได้แจ้งเรื่องมายังกระทรวงพลังงาน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงพลังงานจะไม่มีการอนุญาตให้จัดเก็บน้ำมันในลักษณะดังกล่าวเพิ่มเติมอย่างแน่นอน
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า สถานที่จัดเก็บน้ำมันแต่ละแห่งจะต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตทุกปี หากตรวจพบว่าสถานที่ใดดำเนินการไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ หากกรุงเทพมหานครมีการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่จัดเก็บน้ำมันในลักษณะดังกล่าว กระทรวงพลังงานจะดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบชุมชน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างทั่วถึง
สำหรับตัวอาคาร Data Center นั้น การเข้าใช้อาคารจะต้องได้รับอนุญาตจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครจะเป็นหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบในส่วนของการอนุญาตใช้อาคาร ขณะที่กระทรวงพลังงานจะกำกับดูแลเฉพาะเรื่องการจัดเก็บน้ำมัน ส่วนระบบไฟฟ้าและน้ำจะอยู่ภายใต้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวอีกว่า เมื่อผู้ลงทุนรับทราบนโยบายของรัฐบาลและการจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะและพื้นที่ในการจัดตั้ง ผู้ลงทุนควรทบทวนหรือชะลอการดำเนินการไว้ก่อน เพื่อรอหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัยและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อประชาชนในชุมชน
ขณะเดียวกัน ระหว่างการลงพื้นที่ ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าในบริเวณโดยรอบได้ร้องเรียนต่อเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า ตนเองได้รับกลิ่นคล้ายน้ำมันมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก กลิ่นจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากเมื่อฝนตกลงสู่ท่อระบายน้ำ กลิ่นจะถูกดันขึ้นมา
โดยประชาชนรายหนึ่งที่ขายของอยู่บริเวณด้านหลังอาคารดังกล่าว ระบุว่า มีความกังวลว่าน้ำมันที่สะสมอยู่เป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดก๊าซและอาจนำไปสู่การปะทุได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ร้านค้าและประชาชนไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ได้โดยง่าย โดยเคยมีช่วงที่ยืนขายของแล้วรู้สึกอาเจียน หน้ามืด และได้กลิ่นน้ำมันอย่างชัดเจน แม้บางวันกลิ่นจะเบาลง แต่เมื่อฝนตกหนักกลิ่นจะรุนแรงขึ้น พร้อมย้ำว่า ไม่ได้ต้องการกล่าวหาว่าใครเป็นต้นเหตุของกลิ่น แต่ต้องการให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยตั้งข้อสังเกตว่า กลิ่นที่พบอาจไม่ได้เกิดจากน้ำมันที่รั่วไหลออกมาโดยตรง แต่อาจเป็นน้ำมันที่สะสมค้างอยู่ในท่อระบายน้ำเป็นเวลานาน ทำให้มีกลิ่นตกค้างอยู่ในระบบระบายน้ำ
จากนั้น นางสาวฐิติภัสร์ พร้อมทีมงานได้ตรวจสอบบริเวณท่อระบายน้ำ โดยทีมข่าวและสื่อมวลชนที่อยู่ในพื้นที่ได้ร่วมสังเกตการณ์ และพบว่ายังคงมีกลิ่นน้ำมันลอยออกมาเป็นระยะ สอดคล้องกับข้อร้องเรียนของประชาชน โดยนางสาวฐิติภัสร์ ระบุว่า หลังจากนี้จะลงพื้นที่เพื่อติดตามและตรวจสอบปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาคารดังกล่าวเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ช่วงตอกเสาเข็ม โดยทราบว่าเป็นการลงทุนของกลุ่มทุนจากประเทศทางฝั่งตะวันออกที่ร่วมลงทุนกับคนไทย และมีผู้บริหารระดับสูงเดินทางเข้ามาตรวจพื้นที่อยู่เป็นระยะ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการติดตั้งป้ายชื่อบริษัทบริเวณอาคาร แต่ภายหลังได้ถอดป้ายออก เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องเข้าตรวจสอบ ขณะที่กำหนดการเดิมของโครงการมีแผนจะเปิดใช้อาคารดังกล่าวในช่วงสิ้นเดือนนี้
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันว่า หากพบการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือจัดเก็บเกินกว่าปริมาณที่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการและผู้ลงทุนว่าไม่ควรดำเนินการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยระหว่างที่คณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ
Advertisement