
วันที่ ( 30 ส.ค. 69 ) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ที่บริเวณหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ไทย - กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้มีการเปิดให้พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าออกมาวางจำหน่าย ทำให้มีประชาชน และนักท่องเที่ยวหลั่งไหลออกมาจับจ่ายซื้อสอยสินค้ากันอย่างคึกคัก ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าออกมาวางจำหน่าย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่พ่อค้าแม่ค้า จัดโปรโมชั่นจำหน่ายลดราคา ล้างสต๊อก เพื่อระบายสินค้าที่ถูกเก็บไว้นานนับปี เนื่องจากปัญหาความไม่สงบระหว่าง ไทย – กัมพูชา ที่ผ่านมา
ต่อมาระหว่างที่ผู้สื่อข่าวเดินสำรวจร้านค้าต่างๆภายในตลาด ก่อนจะพบว่ามีร้านค้า ร้านหนึ่งที่นำเสื้อผ้ามาวางจำหน่ายลดราคา จึงได้เข้าไปดู และระหว่างที่พูดคุยกับแม่ค้า ( เสื้อสีกรมใส่แว่น ) ก็จับสังเกตได้ว่า สำเนียงการพูดของแม่ค้านั้น ไม่ใช่คนไทยแน่นอน คล้ายกับคนกัมพูชา และเท่าที่เห็น ยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่มีการพูดจาสำเนียงลักษณะเดียวกันนี้มากกว่า 10 ราย จนชาวบ้านที่เข้ามาเดินจับจ่ายซื้อสอยต่างตั้งข้อสงสัยว่า ชาวกัมพูชากลับเข้ามาขายของในเขตพื้นที่ประเทศไทยได้อย่างไร ทั้งที่มีการปิดด่านชายแดนอย่างถาวรไปนานแล้ว
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้คลิปเสียงที่มีการสนทนาระหว่างชาวบ้านที่มาเดินซื้อของภายในตลาดช่องจอม และพ่อค้าชาวไทย ยืนยันว่ามีพ่อค้า แม่ค้า ชาวกัมพูชาเข้ามาขายของจริง โดยเนื้อหาการสนทนาจับใจความได้ว่า ส่วนมากที่เห็นก็มีแต่เขมรทั้งนั้นแหละที่ออกมาขาย ส่วนคนไทยที่ขาย จะเป็นการรับจ้างขายมากกว่า อย่างหมอนข้างนี้ ตนก็ยืนยันว่าซื้อกับคนเขมร และตนก็ได้ถามกลับไปว่า เข้ามาได้ยังไง ซึ่งคำตอบที่ได้คือ ชาวเขมรบอกว่านั่งเครื่องบินมา และต่อรถมาจากกรุงเทพฯ เพราะประตูด่านไม่เปิด บางคนก็บอกว่าทำพาสปอร์ตมา 30 วัน เพื่อมาระบายของออกจากร้าน บางคนก็บอกว่าไม่มีพาสปอร์ตก็อยู่ได้ แค่ใช้เงินฟาดเอา ซึ่งในฐานะที่เราเป็นคนไทย รู้อย่างนี้แล้วก็รู้สึกไม่โอเคเลย
บางช่วงจับใจความได้ว่า ได้มีการสอบถามกับทางตำรวจแล้ว คำตอบที่ได้คือ ก็ต้องปล่อยเขา เพราะทำอะไรไม่ได้ และเขาก็เข้ามาแบบถูกกฎหมาย ส่วนพวกที่ไม่มีพาสปอร์ตก็อยู่ได้เหรอ ต้องทำยังไง แบบนี้ก็อยากให้ทางด้าน กันจอมพลัง , เต้อาชีวะ หรือใครก็ได้ที่ไม่กลัวอิทธิพล ช่วยมาไล่ชาวกัมพูชาออกไปจากแผ่นดินไทยที เพราะรู้สึกว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามาเยอะมากๆ พูดอะไรมากก็ไม่ได้ เพราะต้องทำมาหากินอยู่ที่นี่ กลัวว่าจะเกิดอันตราย
Advertisement