
(13 ส.ค. 2569) ญาติและเพื่อนบ้านได้เร่งนำตัว นายเมืองมนต์ อายุ 49 ปี และ น.ส.สมพิศ อายุ 49 ปี ชาวบ้านสวายสอ ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ สองสามี-ภรรยา นำส่งโรงพยาบาลบ้านด่าน เป็นการเร่งด่วน หลังมีอาการปวดท้องอย่างหนัก อาเจียน เวียนศีรษะ และท้องเสียอย่างรุนแรง จากการรับประทาน "แกงเห็ด" ที่เก็บมาจากป่าใกล้หมู่บ้าน
จากการสอบถาม นายเมืองมนต์ เล่าว่าเมื่อวานตนเองได้ไปเก็บเห็ดป่าซึ่งมีลักษณะคล้ายเห็ดเผาะหนังบริเวณคันนามาได้จำนวน 10 ดอก มาให้ภรรยาทำกับข้าวในเมนู "แกงเห็ด" เป็นอาหารเช้า โดยนั่งกินกัน 3 คน หลังจากกินไปประมาณ 15 นาที ตนเองเกิดอาการเวียนศีรษะ และอาเจียนอย่างรุนแรงพร้อมกับภรรยา จึงรีบให้เพื่อนบ้านพามาส่งที่โรงพยาบาลบ้านด่าน เนื่องจากใกล้บ้านที่สุดยอมรับว่าเห็ดป่าที่เก็บมาพึ่งเคยกินไม่คิดว่าจะมีพิษ
ด้าน น.ส.สมพิศ อายุ 49 ปี เล่าว่าสามีเป็นคนเก็บเห็ดมาให้ ตนเองจึงนำมาแกงผสมกับเห็ดรวม หลังจากแกงเห็ดเสร็จตนเองตักกินไป 2 ชิ้น แล้วเกิดอาการเวียนศีรษะจึงหยุดกิน แต่นายเมืองมนต์ สามีกินเยอะกว่าคนอื่นทำให้อาการทรุดหนักกว่าคนอื่น
ขณะที่ นางลำไพ เพื่อนบ้านกล่าวว่า นายเมืองมนต์ โทรศัพท์มาบอกว่ากินแกงเห็ดป่าแล้วเกิดอาการเวียนศีรษะ และอาเจียนอย่างหนัก น่าจะเกิดจากกินเห็ดพิษอยากให้ตนรีบพาไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการรักษาซึ่งแพทย์ได้ให้นอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการทั้ง 2 คน
ด้านแพทย์ผู้ดูแลได้ออกมาเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังการเก็บเห็ดป่ามารับประทานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีเห็ดหลากหลายชนิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
ห้ามสังเกตจากภูมิปัญญาผิดๆ เช่น การนำเห็ดมาต้มกับข้าวสารหรือช้อนเงินแล้วคิดว่าถ้าไม่ดำแปลว่าไม่มีพิษ เพราะเห็ดพิษหลายชนิดไม่ทำปฏิกิริยากับเงินหรือข้าวสารหลีกเลี่ยงเห็ดที่ไม่คุ้นเคย หากไม่แน่ใจว่าเป็นเห็ดชนิดใด "อย่าเก็บ และอย่ากิน" เด็ดขาดซึ่งอาการเมื่อได้รับพิษ หากรับประทานเห็ดพิษเข้าไป อาจมีอาการตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ไปจนถึงตับและไตวายซึ่งอันตรายถึงชีวิตวิธีช่วยเหลือเบื้องต้น หากพบผู้สงสัยว่าได้รับพิษจากเห็ด ให้พยายามทำให้อาเจียนเพื่อขับเศษอาหารออกมา (เฉพาะผู้ที่ยังมีสติ) และ รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด พร้อมนำตัวอย่างเห็ดหรือแกงเห็ดที่เหลือไปด้วย เพื่อให้แพทย์ตรวจหาชนิดสารพิษและรักษาได้ทันท่วงที
Advertisement