
วันที่ 8 ส.ค. 69 จากกรณี นักเรียนชาย อายุ 14 ปี โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงปู่และย่าของตนเองที่บ้านพักจนเสียชีวิต ก่อนจะเดินทางมาก่อเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียน จนมีครูและเพื่อนนักเรียนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา จนกลายเป็นเรื่องสลดสะเทือนขวัญในสังคม ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ด้าน พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และอดีตรักษาการผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวในยูทูบช่อง “โจ เรวัช กลิ่นเกษร” ในหัวข้อ “เด็กกราดยิงมั่ว” ระบุว่า ปืนเป็นของปู่ ซึ่งปู่และย่าเป็นอดีตครู พ่อน้องเป็นตำรวจ แยกทางกับแม่ตั้งแต่ลูกยังเด็กๆ และทิ้งน้องให้ปู่กับย่าเลี้ยง ไม่รู้อะไรไปดลจิตดลใจ สาเหตุคืออะไร เพราะน้องเป็นเด็กเงียบๆ ไม่ใช่เด็กเกเร
ถ้าน้องโดนบูลลี่กดดันกลั้นแกล้งที่โรงเรียนจนทนไม่ไหวก็ไม่น่าจะไปยิงปู่กับย่า ตนคิดว่าเป็นความคาดหวังของสังคมในยุคปัจจุบันมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องการเรียนของเด็ก เด็กอายุ 14 ปี กำลังเข้าสู่วัยรุ่น จะไม่เชื่อผู้ปกครอง เลือกเชื่อเพื่อน จะต่อต้านทั้งที่บ้านและโรงเรียน ตนเคยผ่านวัยนี้มา สอบถามเพื่อนๆ พบว่าน้องเป็นคนเรียบร้อยไม่เกเรแต่ติดเกม เกมเดี๋ยวนี้น่ากลัวมาก โดยเฉพาะเกมยิงกัน ทำให้ปลูกฝังนิสัยและการตัดสินใจให้เด็ก เกมแบบนี้น่ากลัว
สาเหตุที่ยิงปู่กับย่าสันนิษฐานว่า ไปจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องการเรียน ย่าอดีตเป็นครูมาก่อน คาดหวังให้เรียนได้เกรดสูงๆ เด็กเครียดกดดัน จนกระทั่งทนไม่ไหวระเบิดอารมณ์ ลักปืนของปู่ที่เก็บไว้ไปก่อเหตุ
เราเป็นผู้ปกครองได้แค่แนะนำ ให้ความรักความอบอุ่นกับเด็ก ตนไม่เคยกดดันลูก ผลการเรียนเอาแค่พอผ่านพอ เด็กจะสอบเข้าแพทย์ เตรียมทหาร นายร้อย อยู่ที่โชคชะตาบุญวาสนาของเด็ก ใครๆ ก็อยากให้ลูกได้ดีกันทุกคน ในปัจจุบันเด็กเรียนหนักเกินไป ไม่มีโอกาสได้ผ่อนคลาย หรือได้เล่นสนุกสนานเลย ตนเป็นห่วงและเหนื่อยใจกับการเรียน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องทบทวนใหม่ เด็กเรียนหนักเกิน ตนจบ ป.ตรี นิติศาสตร์ จบ ป.โท อาชญาวิทยา พอมารับราชการ ทั้งเรขาคณิต พีชคณิต ที่เรียนมาไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย วิชาที่ใช้ประกอบสัมมาอาชีพ คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
"ผมพูดเสมอน่าจะเป็นหลักสูตรให้เด็กได้เรียนวิชาความรู้ ตอนผมเรียนมัธยมครูสอนโครงการแบบผสม เรื่องการประกอบอาชีพ ช่างเหล็ก ช่างไม้ ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง เรียนแม้กระทั่งคหกรรมการทำอาหาร พอจบมาไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ยังใช้ความรู้ตรงนี้ทำมาหากินได้" พล.ต.ท.เรวัช กล่าว
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวต่อว่า นายกฯ เน้นย้ำการควบคุมอาวุธปืน ห้ามประชาชนพกพาอาวุธปืน ตนเข้าใจเจตนารมณ์นายกฯ แต่กลับเห็นอีกแบบ เพราะเกิดเหตุลักษณะนี้ 2 โรงเรียนแล้ว ที่ จ.สงขลา และ จ.นนทบุรี ทุกคนเชื่อฟังคำสั่งนายกฯ ไม่มีใครเข้าไปช่วยระงับเหตุได้เลย เชื่อว่าครูที่อยู่โรงเรียนนั้น 100-200 คน ต้องมีบางคนที่มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง แต่ไม่กล้าพกกลัวถูกดำเนินคดี ดังนั้นควรอนุญาตให้คนดี และมีหน้าที่ภาระรับผิดชอบ นอกจากตำรวจมีสิทธิ์พกพาอาวุธปืน เพราะครูแต่ละโรงเรียนเรียบร้อยอยู่แล้ว มีปืนถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว พิจารณาออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนให้ครู เท่ากับว่าเรามจ้างยาม โดยไม่ต้องเสียเงินเดือนให้โรงเรียนละ 1-2 คนก็ได้
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าโรงเรียนอนุบาลจะไม่เกิดเหตุ เพราะที่ จ.หนองบัวลำภู มีตำรวจกราดยิงเด็กตายกว่า 30 กว่าคน ตนเห็นว่าควรออกใบอนุญาตฯ ให้ครูที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่โมโหร้าย ใช้ปืนปกป้องชีวิตเด็ก มิเช่นนั้นใครมีปืนเดินเข้าไปยิงก็ตายเกลื่อนแบบนี้ ไม่มีใครต่อสู้ป้องกันชีวิต และทรัพย์สินได้เลย เพราะมันรู้ว่าทุกคนไม่มีปืน วันนั้นถ้ามีคนที่ท่าคัดแล้วว่าสมควรพกปืน เขาได้ยินเสียงปืนก็จะได้เข้าไประงับเหตุ เช่นที่สหรัฐอเมริกา คนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 ไล่ยิงคน ในขณะตำรวจยังไปไม่ถึง ปรากฏว่ามีพลเมืองดียิงคนร้าย เหตุการณ์เลยไม่รุนแรง กรณีนี้ถ้าครูที่โรงเรียนนั้นได้รับอนุญาตให้พกปืน หัวจิตหัวใจของความเป็นครู จะต้องออกมาระงับเหตุ คนร้ายรู้ว่านักเรียน ครู ไม่มีทางสู้ เลยไล่ยิงตามใจชอบ แต่ถ้ามีอาวุธปืนต่อสู้คิดว่าเด็กคนนี้ อาจเป็นฝ่ายวิ่งหนี เพราะเขายังเด็ก
ขอบคุณข้อมูล : ยูทูบช่อง “โจ เรวัช กลิ่นเกษร” ในหัวข้อ
Advertisement