
(8 ส.ค. 2569) บรรยากาศหน้าโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี หลังจากเกิดเหตุร้ายในโรงเรียนเมื่อวานนี้ โดยช่วงสายวันนี้ มีครูของโรงเรียนทยอยเดินทางเข้าไปภายในโรงเรียน เพื่อเตรียมตัวที่จะขึ้นรถตู้ไปเยี่ยมเด็กที่ได้รับบาดเจ็บตามโรงพยาบาลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีญาติของผู้เสียชีวิตเข้าไปด้านในเพื่อทำการเชิญดวงวิญญาณ หนึ่งในนั้นคือญาติของครูขนุน ก่อนจะเดินทางออกไปยังสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ
ขณะที่ภายในโรงเรียนมีกำลังตำรวจของจังหวัดนนทบุรีคอยสลับสับเปลี่ยนกันมาเฝ้าตึกเกิดเหตุทั้งตึก 4 และตึก 5 โดยไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าด้านในเด็ดขาด ส่วนบริเวณโรงเรียนก็ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า ยกเว้นผู้ปกครองของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่จะเข้ามาเอาทรัพย์สินหรือยาประจำตัวของเด็กบางคนที่อยู่ในห้องเรียนภายในจุดเกิดเหตุ ส่วนประตูด้านหลังของโรงเรียนปิดไม่มีใครเข้า-ออก
นอกจากนี้ ยังมีญาติของนักเรียนคนอื่นๆ ได้เดินทางมายังโรงเรียนเพื่อมามาติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการขอรับทรัพย์สอนของลูกหลานกลับ และยังมีญาติของคนเจ็บเดินทางมายื่นเอกสารเกี่ยวกับเรื่องเงินเยียวยาด้วย
ต่อมาได้มีประชาชนบริเวณใกล้เคียงได้นำดอกไม้มาวางเพื่อแสดงความอาลัยที่บริเวณหน้าประตูโรงเรียน โดย นายชรินทร์ อายุ 45 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมลูกชายวัย 6 ขวบ และ 9 ขวบ เดินทางมาวางดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า ครอบครัวอาศัยอยู่ภายในซอยใกล้กับโรงเรียน และต้องขับรถผ่านบริเวณหน้าโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน จึงรู้สึกคุ้นเคยและผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ แม้ลูกชายทั้งสองคนจะไม่ได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าวก็ตาม
นายชรินทร์ เล่าว่า ทุกเช้าที่ขับรถออกจากบ้าน มักจะเห็นเด็กนักเรียนเดินทางมาโรงเรียน และหลายครั้งต้องหยุดรถเพื่อให้เด็กๆ เดินข้ามถนนเข้าไปภายในโรงเรียน ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เห็นจนชินตา จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในประเทศไทย และมองว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในพื้นที่
ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ ตนอยู่ที่ทำงานจึงไม่ทราบเหตุการณ์ในทันที มารู้ข่าวภายหลัง ยอมรับว่ารู้สึกตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษา นายชรินทร์ มองว่า ทุกโรงเรียนน่าจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อาจถึงเวลาที่ต้องทบทวนและเพิ่มมาตรการในมิติอื่น นอกเหนือจากการตรวจหาอาวุธหรือสิ่งของอันตราย โดยเฉพาะการดูแลและประเมินสภาพจิตใจของครู นักเรียน รวมถึงบุคลากรทุกคนภายในโรงเรียน
ส่วนตัวมองว่า ต้นเหตุของความรุนแรงอาจไม่ได้อยู่ที่อาวุธเพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มต้นจากพฤติกรรม สภาพจิตใจ หรือความเครียดที่สะสม หากสามารถสังเกต และตรวจพบความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่แรก ก็อาจช่วยป้องกัน แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำในอนาคตได้
Advertisement