
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้โพสต์คลิปขณะรถปิกอัพติดหล่ม หลังจากขยายผลเข้าไปจับผู้ค้ายาบ้าและผู้เสพ ในพื้นที่ป่าไร่อ้อย ที่อยู่ห่างไกลชุมชน และถนนเป็นดินโคลนที่มีน้ำฝนท่วมขัง และติดอยู่นานนับชั่วโมง จนผู้ต้องหายาเสพติดเป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน ที่นั่งอยู่เต็มท้ายกระบะรถที่เป็นผู้ชายลงจากรถมาช่วยตำรวจ เพื่อดันหน้ารถส่งกำลังให้ถอยตั้งลำรถใหม่ ส่วนคนที่อยู่บนกระบะได้ช่วยกันขย่มให้ล้อรถเกาะพื้นดินที่มีโคลน และน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักในพื้นที่ จนรถสามารถเคลื่อนตัวออกจากติดหล่มได้สำเร็จ แต่ก็ทำทั้งตำรวจและผู้ต้องหาลิ้นห้อยไปตามกัน
โดยผู้โพสต์ระบุข้อความเป็นภาษาอีสานว่า “อยู่ที่บ่อลิคำไซ ปานนั้นละวายุสืบเมือง ออนซอนชาติเจ้าของเด้”
หลังจากโพสต์ได้ไม่นานมีชาวโซเชียลเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ หลบเสพหลบขายอยู่ไหนก็ตามจับได้ พร้อมกับแนะนำของซื้อรถไถ และบางคนพูดเหน็บแนมว่า จังคัก พากันไปหาปลาข่อนติ
ต่อมาวันที่ 8 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สภ.ย่อยหวยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ทราบว่าผู้ต้องหาจำหน่ายยาบ้า ประกอบด้วยนายทอมมี่ อายุ 31 ปี ของกลาง 84 เม็ด และนายสุขสรรค์ หรือ เกมส์ อายุ 28 ปี และ น.ส.อสมา หรือชิน อายุ 23 ปี สามีภรรยา พร้อมของกลางรวม 273 เม็ด ทั้งหมดเป็นชาวบ้านลาดทอง ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี ในข้อกล่าวหา “ เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
ส่วนผู้เสพ 2 ราย เป็นชาย 1 หญิง 1 ชาวบ้านลาดทอง ก็ถูกส่งตัวบำบัดที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี
ร.ต.อ.นิติพันธ์ สุภะดี รอง สว.สส.ย่อยห้วยหลวง เปิดเผยว่า ทั้งนี้ทางเราสืบทราบว่า นายทอมมี่ มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเสพและขาย หลังพ้นโทษข้อหาเสพและจำหน่ายมาได้เพียง 2 เดือน และเคยถูกจับดำเนินคดีมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เข็ดและยังทำเหมือนเดิม โดยเปิดบ้านตัวเองเป็นที่เสพและขายยาให้กับกลุ่มวัยรุ่น และผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก พร้อมของกลางยาบ้า 84 เม็ด และพบลูกค้าเป็นชาย 1 ราย ที่เข้ามาซื้อยาบ้า และเสพอยู่ที่บ้านนายทอมมี่เพิ่งเสร็จ ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ทั้ง 2 คน เพื่อสอบสวนขยายผลแหล่งที่มาของยาบ้า
จากการสอบสวนนายทอมมี่ ให้การรับสารภาพว่า ซื้อยาบ้ามาจากนายเกมส์ และภรรยา ครั้งละ 100 เม็ด ราคา 1500 บาท นำมาขายเม็ดละ 40 บาท ส่วนนายเกมส์และภรรยาได้เปิดกระท่อมนาข้างไร่อ้อย เป็นที่มั่วสุมเสพ และขายยาบ้าให้กับวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน กระท่อมดังกล่าว อยู่ห่างจากหมู่บ้านลาดทองประมาณ 5-6 กิโลเมตร หลังจากสองผัวเมียพากันย้ายฐานที่ตั้งขาย และที่เสพยาบ้า เพราะทางขึ้นลำบากรถขึ้นไปยาก เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ตำรวจจึงให้นายทอมมี่ และลูกค้าที่มาซื้อยาบ้าเสพ พาไปยังที่กระท่อมนาของนายเกมส์ ตอนไปฝนไม่ตก และเข้าไปได้แต่ก็ไม่สะดวกนัก เพราะเป็นทางดินโคลนจากน้ำฝน พอไปถึงที่กระท่อมนาพบนายเกมส์ และภรรยา พร้อมกับลูกค้ายาบ้าที่เป็นผู้หญิง กำลังนั่งตั้งวงดื่มเหล้าขาวกันในกระท่อมนา และเพิ่งเสพยาบ้ากันแล้วเสร็จ ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวทั้งหมดไว้
ตรวจค้นในตัวนายเกมส์และภรรยาพบนยาบ้ารวมทั้งหมด 273 เม็ด และถุงพลาสติกใสกดปิดดึงเปิด จำนวน 40 ถุง ที่เตรียมไว้สำหรับบรรจุให้ลูกค้า สารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากเอเย่นต์ในพื้นที่ อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ซึ่งมีเขตรอยต่อกับ อ.เมืองอุดรธานี ครั้งละ 1 มัด หรือ 2000 เม็ด ในราคา 25,000 บาท แล้วมาแบ่งขายรายย่อยเพื่อทำกำไรใช้จ่ายในครอบครัวและซื้อยาบ้ามาเสพ เพราะติดเสพวันละหลายเม็ด และทางตำรวจจะได้ขยายผลจับกุมตัวเอเย่นต์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักนานนับชั่วโมง พอฝนหยุดตก ก็ควบคุมัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นกระบะรถ พอมาถึงที่มีน้ำท่วมขังจากน้ำฝนที่เพิ่งตกลงมา ทำให้รถติดหล่มไม่สามารถขับต่อไปได้ ตำรวจช่วยกันดันรถขึ้นจนหมดแรง จะโทรหาคนมาช่วยติดต่อรถไถมาช่วยดึงก็ไม่มีคลื่น จึงขอแรงจากผู้ต้องหาทั้งหมดช่วยมาช่วยกันดันรถและช่วยขย่มอยู่บนรถ เพื่อให้รถขึ้นจากการติดหล่ม เขาก็เต็มใจและยินดีที่จะช่วย
แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องหาที่อยู่คนละฝั่งกับตำรวจที่บังคับใช้กฎหมายก็ตาม โชคดีที่ผู้ต้องหาผู้ชายตัวใหญ่ตัวอ้วนแรงก็ดี ดันอยู่ 4-5 รอบ รถก็ขึ้นจากติดหล่มได้สำเร็จ ทางเราก็ขอบคุณเขาที่น้ำใจ แม้จะอยู่กันคนละฝั่งของอาชีพก็ตาม แต่ทางกฎหมายก็ว่ากันไปตามขบวนการ และพวกเขาก็ไม่ได้โกรธให้ตำรวจ ที่บุกป่าฝ่าดงมาจับเขา ในถิ่นทุรกันดานเลยแม้แต่น้อย ”ประทับใจมากที่อาชีพที่ต่างขั้วมาร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือกันแบบนี้ ตั้งแต่เป็นตำรวจมา 20 ปี ก็ไม่เคยเจอแบบนี้เลย ขณะนั้นทั้งตำรวจและผู้ต้องหาเหมือนลอยคว้างอยู่ในทะเล เปียบเสมือนเรือที่นั่งมาด้วยกันมีรอยรั่ว และจะทำอย่างไรถึงจะให้เรือไปถึงฝั่ง และถึงเป้าหมายได้สำเร็จ แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยความสามัคคีมีน้ำใจ ร่วมแรงร่วมใจกัน หลังจากรถขึ้นจากติดหล่มได้ ทางเราก็ขอบคุณพวกเขาที่ช่วย และไม่อาศัยจังหวะนี้หลบหนีไป”
Advertisement