
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เหตุกราดยิงภายในโรงเรียนพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรีว่า ล่าสุดผู้ก่อเหตุได้เสียชีวิตแล้วที่ โรงพยาบาลบางกรวย หลังใช้อาวุธปืนยิงตัวเองบริเวณขมับภายหลังลงมือก่อเหตุ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พยายามทำการปั๊มหัวใจ (CPR) เพื่อยื้อชีวิต ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาล
เบื้องต้นทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือเด็กชาย อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ส่วนสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น้าสาวของ “ครูขนุน” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต โดยน้าสาวเดินทางมายังจุดเกิดเหตุด้วยความหวังว่าจะได้รับข่าวดี แต่เมื่อมาถึงกลับอยู่ในอาการโศกเศร้าร่ำไห้อยู่บริเวณหน้าโรงเรียน ก่อนเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ได้บอกแม่ของครูขนุนว่าลูกสาวเสียชีวิต เนื่องจากยังมีความหวัง และรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
น้าสาวเล่าว่า ตนทราบข่าวจากข้อความในแอปพลิเคชันไลน์ ขณะกำลังขายของอยู่กับแม่ของครูขนุน และจนถึงขณะนี้แม่ยังไม่ทราบว่าลูกสาวเสียชีวิต เพราะครอบครัวยังไม่กล้าบอกความจริง โดยตนได้เห็นภาพครูสาวนอนจมกองเลือด ซึ่งดูคล้ายครูขนุนและจำได้ทันที ทำให้รู้สึกใจสลาย ไม่คิดว่าเหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้จะเกิดขึ้นภายในโรงเรียน
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ โดยเล่านาทีชีวิตว่า ขณะกำลังเรียนหนังสืออยู่ ได้ยินเสียงดังคล้ายของตกในช่วงแรก ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องหลายนัด กระทั่งมีเพื่อนส่งข้อความทางไลน์มาแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันภายในโรงเรียน จากนั้นคุณครูได้รีบเข้ามาอพยพนักเรียนออกจากห้องเรียนไปยังจุดปลอดภัย
ตนไม่รู้จักผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว แต่ทราบว่าเป็นนักเรียนชั้น ม.2 พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในโรงเรียน อีกทั้งก่อนหน้านี้โรงเรียนก็เพิ่งเกิดเหตุเด็กนักเรียนพลัดตกหลังคาเสียชีวิต ทำให้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการมาเรียน แม้จะยังต้องใช้ชีวิตและศึกษาต่อไปตามปกติ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบที่มาของอาวุธปืน รวมถึงสอบสวนแรงจูงใจในการก่อเหตุ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียด ขณะที่โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้ง
Advertisement