
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยในส่วนของสถานการณ์แรงงานว่า สถานการณ์การจ้างงานในภาพรวมจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ แต่มีสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังจากการที่อัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ผ่านมา โดยรายละเอียดสถานการณ์แรงงานที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานและการว่างงาน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีผู้มีงานทำจำนวน 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.88% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.70% ในไตรมาสที่ผ่านมา
ทั้งนี้ประเด็นการว่างงานที่น่ากังวลอยู่ในกลุ่มผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อน ขณะที่กลุ่มผู้ว่างงานระยะยาว (ว่างงานเกิน 1 ปี) มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 27% นอกจากนี้จำนวนผู้เสมือนว่างงานยังเพิ่มขึ้น 3% โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานนอกภาคเกษตรกรรม ส่วนการว่างงานแฝง มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและแรงงานที่มีการศึกษาไม่สูง ซึ่งในปี 2568 มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17.8
นายดนุชา กล่าวต่อว่า ยังมีประเด็นการว่างงานในอนาคตที่น่าจับตา เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบจากเทคโนโลยี โดยการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยจากการศึกษาสภาพัฒน์ระบุว่าแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบจาก Generative AI (Gen AI) โดยในจำนวนนี้มี 2.2 ล้านคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI เข้ามาทดแทนงาน (Task Replacement) ส่วนใหญ่เป็นงานที่มีลักษณะทำซ้ำหรือมีแบบแผนตายตัว เช่น พนักงานบัญชี เสมียน และโปรแกรมเมอร์ นอกจากนั้นในเรื่องการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้แรงงานในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปมีความเสี่ยงที่จะต้องโยกย้ายงานหรือออกจากระบบ โดยคาดว่าจะมีแรงงานกว่า 1.1 แสนคนหรือ 16.3% ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ต้องย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ
สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเลขาธิการ สศช.ได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งการเร่งช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่านการจับคู่จ้างงาน และรองรับค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นจนไม่ทันกับรายได้ของแรงงานที่ไม่ได้ปรับตัวตามหรือลดลง รวมทั้งต้องยกระดับผลิตภาพเพื่อลดการว่างงานแฝง และการปรับบทบาทแรงงานทักษะสูงให้กลายเป็น "ผู้บริหารจัดการ AI" เพื่อความมั่นคงในอาชีพของแรงงานในอนาคต
Advertisement