
วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.10 (แม่ต้า) สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.ที่ 3 (แพร่), ตำรวจ ตชด.323, ศปทส.ภาค 5 และฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าหลิ่งดู่ หมู่ 1 ต.ต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่ หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้บิดพลิ้วกฎหมาย บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย เพื่อปลูกสร้างบ้านพักและลักลอบตัดไม้มีค่า
จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องตะลึงเมื่อพบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านไม้ยกสูงถาวรสุดหรู เสาไม้สักขนาดใหญ่ถึง 20 ต้น หลังคามุงเมทัลชีทอย่างดี บริเวณหน้าบ้านและหลังบ้านพบไม้สักและไม้ประดู่ท่อนยักษ์ สภาพใหม่สดรวม 7 ท่อน วางกองอยู่โดยไม่มีรอยดวงตราประทับใดๆ แสดงถึงความเถื่อนอย่างชัดเจน
ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ นายยุทธนา กำนัน ได้ปรากฏตัวแสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวสอบสวนทันที โดยนายยุทธนา จำนนด้วยหลักฐาน สารภาพหมดเปลือกว่า พื้นที่นี้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ส่วนไม้สักที่ใช้สร้างบ้านและที่วางกองอยู่ มีทั้งที่แอบตัดเองในป่ารอบๆ และรับซื้อมาจากชาวบ้าน
เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเพียงแค่นั้น จึงกระจายกำลังสำรวจพิกัดดาวเทียม พบตอไม้สักถูกตัดโค่นเกลื่อนป่าถึง 16 จุด และยังพบไม้สักถูกชักลากมากองรวมไว้อีก 41 ท่อน มูลค่าความเสียหายเฉพาะไม้กองนี้สูงถึง 4.3 แสนบาท นอกจากนี้ยังพบ "แท่นเลื่อยไม้" ตั้งตระหง่านอยู่ริมห้วย พร้อมกองขี้เลื่อยที่เพิ่งใช้งานไปไม่นาน ประเมินความเสียหายเบื้องต้นรวมแล้วกว่า 5.6 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่า จุดเกิดเหตุนั้นอยู่ติดถนนใหญ่ และที่น่าตกใจคืออยู่ห่างจากหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ไม่ถึง 5 กิโลเมตรเท่านั้น แต่กลับมีการบุกรุกพื้นที่ป่าไปกว่า 30 ไร่ และมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่ามาอย่างต่อเนื่องจนสร้างบ้านเสร็จเป็นหลัง ซึ่งถือเป็นการท้าทายกฎหมายอย่างยิ่ง และต้องตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐ "หลับหูหลับตา" ให้ท้ายหรือไม่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก ทั้งบุกรุกป่าสงวนฯ และครอบครองไม้หวงห้ามโดยผิดกฎหมาย คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงต้า ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนบ้านหลังดังกล่าวเตรียมชงเรื่องส่งศาลสั่งรื้อถอนทิ้งให้สิ้นซากต่อไป!
Advertisement