
วันที่ 13 พ.ค.69 เวลา 13.30 น.อ้อ ไพรัช คนกรุงเทพเหลา หรือนาย ไพรัช คำมณี อินฟูลชื่อดัง เดินทางไปที่ สภ.กาบเชิง พร้อมกับ นางสาวกรรณิกา หอมขจร อายุ 47 ปี ภรรยาของลุงโยชน์ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากเมื่อวานนี้ มีชายลึกลับโทรศัพท์มาหา อ้อ ไพรัช เพื่อข่มขู่ กรณีที่เมียลุงโยชน์ พาดพิงถึง ตำรวจ สภ.กาบเชิง ว่าไม่ลงพื้นที่ไปหาและติดต่อส่งข่าวความคืบหน้าคดีนายโยชน์ฯให้ครอบครัวทราบ จนเวลาล่วงมาถึง 2 สัปดาห์ โดยชายลึกลับดังกล่าวระบุว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้ตำรวจเสียหาย จะลงไปหาถึงบ้านและขอเบอร์เมียลุงโยชน์ด้วย แต่อ้อ ไพรัช ปฏิเสธ พร้อมกับอ้างว่ารู้จักตำรวจ รู้จักผู้กำกับ และผู้หลักผู้ใหญ่ไปต่างๆนาๆ ทำให้อ้อ ไพรัช และภรรยานายโยชน์ ต้องเดินทางมา สภ.กาบเชิง เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้กับ พ.ต.ต.ยงยุทธพนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิงฯ เสียงหงส์ ดังกล่าว
พร้อมกับเข้าพบ กับ พ.ต.อ.กำพล โนนุช ผกก.สภ.กาบเชิงฯ เพื่อสอบถามกรณีชายลึกลับดังกล่าว ซึ่ง ผกก.สภ.กาบเชิง ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักชายในคลิปเสียงดังกล่าวแต่อย่างใด โดย ผกก.สภ.กาบเชิง ยังได้มอบกระเช้าและเงินจำนวนหนึ่ง ให้กับภรรยาลุงโยชน์ เพื่อเป็นกำลังใจ และยืนยันว่า ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่และอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งติดช่วยเหลือสามี กับทางกัมพูชาอย่างเต็มที่
นางสาวกรรณิกา หอมขจร ภรรยาของลุงโยชน์ กล่าวว่า ตนฝากถึงนายกอนุทิน ให้ช่วยเหลือสามีตนด้วย ให้ช่วยประสานงานพาแกกลับก่อนที่จะขึ้นศาล อยากให้ทนายไทยไปช่วย มันนานหลายวันแล้ว นานเกินไป ตนยังกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้จนน้ำหนักลด ยังคงเป็นห่วงอยู่ดี ลูกๆก็เป็นห่วง ส่วนที่มีคลิปคนโทรมาข่มขู่ ก็รู้สึกกังวล กลัวไม่ปลอดภัย พูดคุกคามถึงเราตามในคลิป ระแวงมาก เหมือนอยู่ตัวคนเดียว
ด้านนายเฉลียว ส่องาม อายุ 62 ปี ญาติลุงโยชน์ บอกว่า นายโยชน์ชอบเข้าป่าคนเดียว โอกาสหลงทางไม่มีแน่นอนเพราะพื้นที่ๆเคยไป ถ้าหลงต้องตกหน้าผาตาย เพราะชายแดนเป็นหน้าผาสูง เราจะรู้เลยว่าฐานเขมรอยู่ตรงไหน อยู่ข้างล่างใต้หน้าผา เราจะเว้นระยะไม่เข้าใกล้อย่างน้อยเกือบสองกิโลเมตร เวลาตนไปจะเปิดแผนที่ทางโทรศัพท์ เราจะรู้ว่าเขตประเทศไทย กับประเทศกับพูชา และจะรู้ระยะห่างว่าควรเข้าไปถึงไหน เราไม่ไปใกล้เขตชายแดนโดยเด็ดขาด ถ้าจุดไหนสงสัยเราจะรีบเปิดโทรศัพท์ ในความคิดส่วนตัวของตน ตนว่าทหารกัมพูชาเข้ามาฝั่งไทยแน่นอน ก่อนมีเหตุการณ์ก็เคยเจอทหารกัมพูชาเข้ามา ก็ไม่มีอะไร ก็ทักทายกัน
ด้านนายอ้อ ไพรัช อินฟูลฯชื่อดัง กล่าวว่า ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มาบันทึกไว้ เขาโทรมา เขาต้องการที่อยู่และเบอร์โทรเมียลุงโยชน์ ซึ่งตนบอกว่า พี่จะไปยุ่งอะไรกับเขา ตนตำหนิเขาไป เขาก็ของขึ้น และขึ้นมึงขึ้นกู เขาก็บอกว่า ผู้กำกับเขาเป็นผู้กำกับ เขาไม่ลงไป เขาส่งลูกน้องเขาไป แล้วเมียลุงโยชน์ให้สัมภาษณ์แบบนั้นมันเสียหาย จากเรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ ตนก็ถามกลับว่า มันเรื่องเล็กตรงไหนว่ะ กับผัวเขาหายทั้งคน คุณจะไปยุ่งกับเขาทำไม ประมาณนี้ คุณมีหน้าที่อะไร เป็นเพียงประชาชนคนธรรมดา ตอนนี้ทราบตัวแล้ว ได้ยินข่าวว่าเป็นคนตำบลด่าน อ.กาบเชิง ตอนนี้กำลังจะดำเนินคดี ลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อป้องกันเมียลุงโยชน์ด้วยและตัวของตนด้วย เพราะว่าเขาขู่ว่าเขาจะมาหาตนที่บ้าน เขาแอบอ้างว่ารู้จักกับผู้กำกับเป็นอย่างดี และรู้จักกับนายอำเภอ หลายๆคนที่มียศตำแหน่งในสุรินทร์เขาก็แอบอ้าง ก่อนหน้านี้เขาเคยโทรหาตน เขามีเบอร์ตน ตนไม่เคยปิดบังเบอร์โทร เอาเบอร์ไว้บนหน้าเพจ เขาเคยโทรมาคุยเคยแอบอ้างประมาณนี้ อ้อ ไพรัช กล่าว
ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ล่าสุด นครวัดนิวส์ ซึ่งเป็นสื่อของกัมพูชา รายงานโดยอ้าง พลเอก เมา โสพัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพกัมพูชา ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดีรุกล้ำชายแดนในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย และจังหวัดบันทายมีชัย ระบุว่า ลุงโยชน์ ถูกตั้งข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และต้องถูกย้ายตัวจากสถานีตำรวจท้องถิ่นบ้านโคกจันเรียว ไปคุมตัวยังศาลเมืองสำโรง ที่เป็นเมืองเอก ของ จังหวัดอุดรมีชัย โดยกำหนดขึ้นศาลนัดแรก อยู่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน
และหากได้รับการประสานด้านเอกสาร และทนายความ จากทางการไทย คาดว่าขั้นตอนต่างๆ จะสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น
Advertisement