
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านอาหารโดยเฉพาะร้านอาหารอีสาน หลังจากมีการรายงาน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพยาธิใบไม้ตับ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยผลการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 12,733 คน พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับถึง 4,233 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 33 ขณะที่การตรวจนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำนวน 1,922 คน พบผู้ติดเชื้อ 380 คน หรือร้อยละ 19 ส่วนการตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 20,000 คน พบอัตราการติดเชื้อร้อยละ 11 จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรค พร้อมตรวจสอบแหล่งจำหน่ายอาหาร โดยเฉพาะร้านส้มตำและร้านอาหารที่ใช้ปลาร้า เนื่องจากสันนิษฐานว่าอาจมีการใช้ปลาร้าที่ไม่ผ่านความร้อนหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นแหล่งปนเปื้อนไข่พยาธิใบไม้ตับ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว
ขณะเดียวกัน หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มตื่นตัวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นจังหวัดขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน มีประชาชน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ร้านจำหน่ายส้มตำและอาหารอีสานหลายแห่งหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัย และเน้นการใช้ปลาร้าที่ผ่านการต้มสุก เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค
นางสายสุดา ไตรผักแว่น หรือ “แม่ดา” อายุ 56 ปี เจ้าของร้านเอิ้นเกล ซึ่งมี 2 สาขา ในจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางร้านใช้ปลาร้าที่ผ่านการต้มสุก 100% และไม่มีการใช้ปลาร้าดิบในการปรุงอาหารหรือให้บริการแก่ลูกค้า โดยปลาร้าที่รับซื้อมาจะผ่านการต้มสุกจากโรงงานแล้ว และทางร้านยังนำมาต้มและปรุงซ้ำอีกครั้งตามสูตรของร้าน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความสะอาดและความปลอดภัย
แม่ดา กล่าวว่า แม้จะรู้สึกตกใจเมื่อทราบข่าวการพบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนมาก แต่ก็มั่นใจในมาตรฐานของร้าน เพราะยึดหลักการใช้ปลาร้าต้มสุกมาโดยตลอด พร้อมฝากถึงผู้บริโภคว่า หากสามารถเลือกได้ ควรเลือกรับประทานปลาร้าที่ผ่านการต้มสุก และหลีกเลี่ยงอาหารดิบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและโรคร้ายที่อาจตามมาในอนาคต
Advertisement