
จากกรณีที่วานนี้ (1 พ.ค. 2569) เวลา 21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้พบเห็นวัตถุปริศนาตกลงจากท้องฟ้าบริเวณเขาวังไทร ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง จากการสอบถาม ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์คนแรกเป็นพลเมืองดีซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยในช่วงเวลาเกิดเหตุ พลเมืองดีรายนี้ได้แวะพักในพื้นที่ ต.กระแสบน ก่อนจะขับรถออกจากจุดพักเข้าสู่ถนนใหญ่ ในจังหวะนั้นเองกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพวัตถุบางอย่างที่มีลักษณะ "คล้ายพารามอเตอร์พร้อมร่มชูชีพ" กำลังพุ่งตกลงสู่ยอดเขาวังไทรอย่างรวดเร็ว
นายภานุพงศ์ สุนทราภรณ์พล เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย พุทธศาสตร์อำเภอแกลง เล่าว่า ตนได้รับแจ้งเวลา 19.00 น. ว่า มีเครื่องร่อนตกอยู่ที่ยอดเขาวังไทรต.กระแสบน อ.แกลง จึงนำทีม กู้ภัยจำนวน 50 นายแบ่งเป็น 4 ทีมกระจาย ค้นหา เริ่มจากสุสานกุ้ยอิงและประสาน ขอกำลังเสริม ไปยังกู้ภัยปลวกแดง เข้าพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยปลวกแดงจะนำทีมมาทั้งหมด 10 นายพร้อมกับโดรนตรวจจับความร้อน
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. (2 พ.ค. 2569) กองอำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง ได้ยกระดับปฏิบัติการครั้งใหญ่ โดยการระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากทั่วทั้งจังหวัดระยองกว่า 100 นาย พร้อมอุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัย ปูพรมค้นหาทั้งทางบกและทางอากาศ บริเวณเขาวังไทรและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างละเอียด
ไฮไลท์สำคัญของปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการใช้ "โดรนตรวจจับความร้อน" จากทีมกู้ภัยปลวกแดง ขึ้นบินสำรวจเหนือพุ่มไม้หนาทึบบนเขาวังไทร เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าหน้าจอเพื่อวิเคราะห์สัญญาณความร้อนที่อาจบ่งบอกถึงตำแหน่งของผู้สูญหาย โดยเน้นการสแกนแบบละเอียดในระยะห่างจุดต่อจุดไม่เกิน 10-20 เมตร เพื่อไม่ให้คลาดสายตาจากจุดที่ต้องสงสัย
ในส่วนของภาคพื้นดิน ได้มีการจัดทีมกู้ภัยฝีมือดีจำนวน 8 นาย ทำการ โรยตัวจากหน้าผาสูงของเขาวังไทร ลงสู่พื้นดินด้านล่างเพื่อตรวจสอบจุดอับสายตาที่โดรนเข้าไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการโรยตัวต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือ "รังตัวต่อ" ขนาดใหญ่และฝูงตัวต่อที่ดุร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและต้องคอยหลบหลีกตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่กลางหน้าผา
นอกจากนี้ ยังมีการระดม รถจักรยานยนต์วิบากจำนวน 8 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ชำนาญทาง ออกลาดตระเวนกระจายกำลังไปตามเส้นทางป่าและทางลูกรังรอบบริเวณเขา เพื่อเร่งทำเวลาในการสำรวจพื้นที่กว้างให้ครอบคลุมมากที่สุด
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดปฏิบัติการระบุว่า "วันนี้เราปรับแผนใหม่ โดยการเน้นจุดที่พยานเห็นเหตุการณ์ครั้งสุดท้าย และใช้เทคโนโลยีโดรนจับความร้อนเข้ามาช่วยควบคู่กับการเดินเท้าและโรยตัว แม้จะมีอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศและสัตว์มีพิษอย่างตัวต่อ แต่ทีมงานทุกคนยังคงมุ่งมั่นค้นหาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีความคืบหน้า"
ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางการเอาใจช่วยของชาวบ้านในพื้นที่และครอบครัวของผู้สูญหายที่เฝ้ารอคอยข่าวดีอย่างมีความหวัง
Advertisement