
วันที่ 15 เม.ย. 69 นาย สง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยภาพรวมบรรยากาศและสถานการณ์ธุรกิจช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ว่า แม้ยอดจองห้องพักล่วงหน้าจะลดลงจากปีก่อนประมาณ 20% และกำลังซื้อของคนไทยหดตัวลงประมาณ 20-30% จากภาวะเศรษฐกิจ และวิกฤตน้ำมัน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
โดยในช่วงวันที่ 12-13 เม.ย. ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 200,000 คน และในช่วงพีคระหว่างเวลา 21.00-23.00 น. มีคนเดินผ่านถนนข้าวสารมากกว่า 100,000 คน ขณะที่เฉพาะวันที่ 14 เม.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 13.00-23.00 น. มีนักท่องเที่ยวประมาณ 120,000 คน ส่งผลให้ภาพรวมปีนี้เติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน
นายสง่า ระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย เช่น จีนและเกาหลี รวมถึงอินเดีย อีกทั้งพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ตอนนี้อยู่ในกรุงเทพฯ มากกว่าการเดินทางออกต่างจังหวัด
สำหรับวันสุดท้ายของเทศกาล คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทะลุ 200,000 คน เนื่องจากพื้นที่จัดงานหลักอย่างสีลมยุติการเล่นน้ำ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่ถนนข้าวสาร
ด้านการบริหารจัดการฝูงชน นายสง่าระบุว่า เจ้าหน้าที่มีการใช้เทคโนโลยี ทั้งกล้องวงจรปิดและโดรน AI เพื่อตรวจสอบความหนาแน่นของประชาชนแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถควบคุมและระบายคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการบางส่วนสะท้อนว่ายอดขายไม่ได้เติบโตตาม เนื่องจากมีแผงลอยเพิ่มจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ขณะที่กำลังซื้อของคนไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้จะมีเงินหมุนเวียนในพื้นที่ถนนข้าวสารวันละประมาณ 140-150 ล้านบาท แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องระมัดระวังการลงทุน โดยเฉพาะการสต๊อกสินค้าในช่วงเทศกาล ท่ามกลางความไม่แน่นอนของกำลังซื้อ
นายสง่า ยังเชื่อมั่นว่า การที่เทศกาลสงกรานต์ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาร่วมงานอย่างต่อเนื่องในทุกปี แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจก็ตาม
Advertisement