
วันที่ 3 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 2 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่ามีเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ใช้กำลังทำร้ายสามเณรจำนวน 2 รูป พร้อมกับด่าต่อว่าสามเณรและพระภิกษุสงฆ์ ที่เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทภาคฤดูร้อนกับทางวัด จำนวน 15 รูป สามเณรที่ไม่ได้ถูกทำร้ายแต่ถูกต่อว่าด้วยคำหยาบคาย ต่างร้องไห้และสภาพจิตใจย่ำแย่ โดยมีคลิปที่มีการบันทึกไว้
ต่อมา น.ส.ศิริวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี แม่เลี้ยงของสามเณรเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี เรียนระดับชั้น ป.6 และ น.ส.กนกวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี แม่ของสามเณรบี อายุ 12 ปี นักเรียนระดับชั้น ป.5 พร้อมด้วยพระพี่เลี้ยง ได้เดินทางนำสามเณรทั้ง 2 รูป ไปตรวจร่างกายที่ รพ.นาโยง ก่อนจะเดินทางไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุชีพ หนูอุดม รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาโยง จ.ตรัง
ภายหลังจากที่สามเณรทั้ง 2 รูป แจ้งว่าได้ถูกเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว อายุประมาณ 74 ปี ทำร้ายร่างกาย โดยสามเณรเอ ได้ถูกทุบด้วยฝ่ามือเข้าที่แผ่นหลัง และถูกตบที่บริเวณศีรษะ ส่วนสามเณรบี ได้ถูกทุบด้วยฝ่ามือเข้าที่แผ่นหลัง พร้อมกับโดนต่อว่าและด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย รวมไปถึงใช้คำด่าบุพการี ซึ่งเหตุเกิดภายในหอฉันภายในวัดดังกล่าว เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (2 เม.ย.) ที่ผ่านมา
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมกับสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องในเบื้องต้น และอยู่ระหว่างรอผลแพทย์ ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ในเวลาเดียวกัน ได้ประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจ และกำลังชุดสืบสวน ให้เข้าไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัด เบื้องต้นได้นำเมมโมรี่การ์ดของกล้องวงจรปิดจำนวน 1 ตัวไปตรวจสอบแล้ว เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐาน
สอบถามสามเณรเอ เล่าว่า ขณะที่ทั้งหมดนั่งอยู่ภายในหอฉัน เจ้าอาวาสได้บอกว่า ใครจะเอาเงินปัจจัยมาใส่ไว้ในตู้บ้าง ส่วนสามเณรเอ ไม่ได้ใส่เนื่องจากฝากปัจจัยไว้กับพระรูปหนึ่ง ทำให้เจ้าอาวาสมาต่อว่าและด่าหยาบคาย โดยด่าถึงบุพการี ก่อนจะมาทุบหลัง 1 ครั้ง และตบเข้าที่ศีรษะอีก 1 ครั้ง สามเณรเอ รู้สึกเจ็บ ที่ผ่านมาเคยบวชที่วัดนี้มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 2568 ซึ่งตอนนั้นก็ถูกตีด้วยไม้ไผ่ จนไม้หัก จนขาซ้ำม่วง และห่อเลือดห้อ
ขณะที่สามเณรบี เล่าว่า เรื่องเกิดเพราะเงิน ก่อนที่จะบวช เจ้าอาวาสบอกว่า ปัจจัยที่ได้มาให้นำไปหยอดในตู้ เพื่อเก็บไว้และนำมาแบ่งเท่ากันทุกรูปหลังวันที่ลาสิกขาออกไปแล้ว ที่ผ่านมาได้ปัจจัยมาก็หยอดตลอด แต่เมื่อเก็บไว้เพื่อใช้ซื้อของบ้างก็จะถูกขู่ให้นำออกมาไปหยอดตู้ ซึ่งวันนี้เมื่อไม่ได้นำไปหยอดตู้ ก็ถูกด่าด้วยคำหยาบและทำร้ายร่างกายที่แผ่นหลัง
ทางด้านพระกำชัย หรือหลวงบี พระภิกษุที่เข้าร่วมโครงการบรรพชาในครั้งนี้ เล่าว่า ช่วงเช้าวันนี้ได้ไปบิณฑบาตกันที่หน้าตลาด อ.นาโยง เมื่อกลับมาถึงวัดก่อนที่จะฉันเช้า เจ้าอาวาสได้เดินไล่ทวงและเก็บเงินที่มีการถวายเป็นปัจจัยจากพระและสามเณรทุกรูป และในวันนี้สามเณรไม่ทันได้ให้ ก็ต่อว่าสามเณรและตบสามเณร ซึ่งใช้คำพูดที่หยาบคาย ซึ่งขู่สามเณรทุกวันตั้งแต่เริ่มบรรพชาอุปสมบทเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยจะไล่เก็บทุกวัน ซึ่งตอนวันแรกที่บรรพชาอาตมาได้ปัจจัยมาจำนวน 4,000 บาทก็ถูกได้เจ้าอาวาสเก็บไว้ เก็บสิ้นเหรียญ ซึ่งแจ้งว่าจะนำทั้งหมดมาแบ่งกันในวันที่ลาสิกขา แต่ทุกรูปไม่ได้สึกพร้อมกัน และจะไม่ให้ถือเงิน ส่วนยาสีฟัน สบู่ พระและสามเณรต้องซื้อเอง โดยเจ้าอาวาสไม่ได้แจกหรือให้ตามที่ญาติโยมถวายมา ซึ่งพระก็ต้องใช้จ่ายทุกวัน ของที่บิณฑบาตได้มา ก็เก็บใส่กระสอบไม่นำมาให้พระหรือสามเณร ซึ่งเจ้าอาวาสก็ไม่ได้ถามไถ่ มองว่าไม่เหมาะสมเงินปัจจัยไม่สมควรจะมายึด
เจ้าอาวาสเห็นแก่เงินมาก ไม่สนใจใคร จะเอาแต่เงินอย่างเดียว เมื่อไม่ได้ตามใจก็จะด่าและใช้กำลัง รู้แบบนี้ไม่นึกอยากที่จะมาบวชที่วัดแห่งนี้เลย เป็นไปได้จะไม่มาบวช แต่หากไม่มีเจ้าอาวาส วัดก็คงดีเหมือนเดิม อยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าอาวาส
ขณะที่พระอลงกรณ์ หรือหลวงเจฟ อายุ 25 ปี พระภิกษุที่เข้าร่วมโครงการบรรพชาในครั้งนี้ เล่าว่า หลังจากบิณฑบาต สามเณรได้ปัจจัยจากญาติโยม ไม่ถึงรูปละ 80 บาท กลับวัดเจ้าอาวาสก็ขู่เรื่องเงินปัจจัย เอามาให้หมดเพื่อไปหยอดตู้ ไม่ต้องซ่อน ไม่ต้องแอบ ก่อนจะลงไม้ลงมือทุกตี ส่วนของอาตมาญาติได้ให้ปัจจัยไว้ 4,000 บาท ส่วนญาติที่มาบวชด้วยอีก 2 รูป ญาติก็ได้ให้ปัจจัยติดตัวไว้คนละ 4,000 บาท รวมเป็น 12,000 บาท แต่เจ้าอาวาสก็ได้นำไปหยอดไว้ในตู้ แต่ก็ไม่ทราบว่ายังเหลืออยู่อีกไม่ ซึ่งก็บอกว่าจะแบ่งให้ในวันสึก แต่เอาจริงๆก็ไม่ใช่เป็นการข่มขู่ บางรูปก็แอบเก็บไว้บ้างเพราพระก็ต้องใช้จ่าย สามเณรก็ต้องกินขนม ส่วนอาหารแห้งส่วนใหญ่เจ้าอาวาสจะเก็บไว้ ซึ่งอาตมามองว่าไม่ถูกต้อง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบเชิงลึก ที่จะมาใช้พฤติกรรมเช่นนี้
ส่วน น.ส.กนกวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี แม่ของสามเณรบี กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกน้อยใจ และเสียความรู้สึกกับเจ้าอาวาส ทำไมลูกต้องมาเจอแบบนี้ ทั้งที่ลูกตั้งใจจะมาบวช ซึ่งได้พาลูกไปตรวจร่างกายและแจ้งความแล้ว หลังจากนี้จะไม่ยอมความ จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ความเป็นแม่มันรู้สึกเจ็บ
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ประสานกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อจะขอพบสอบถามและชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกมุมหนึ่งกับทางเจ้าอาวาส โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนำพาไปเรียกบริเวณหน้ากุฏิ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับหรือพบเจอตัวเจ้าอาวาสออกมาจากนอกกุฏิแต่อย่างใด ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
Advertisement