
(21 มี.ค. 2569) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจน้ำดื่มบรรจุขวด หรือ น้ำดื่มชนิดแพค ซึ่งถือว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพของประชาชน หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากเม็ดพลาสติกที่จะนำมาใช้ในการบรรจุน้ำดื่ม รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จนค่าขนส่งต้องปรับตัวตาม
ทีมข่าวได้ไปพูดคุยกับร้านค้าส่งน้ำดื่มแพคในพื้นที่ของ ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบว่าทางร้านค้าแห่งนี้ต้องสั่งสต็อกน้ำดื่มจำนวนมากมาไว้ให้บริการกับทางลูกค้า หลังจากที่จะมีการปรับขึ้นราคาของน้ำดื่มจากโรงงานผู้ผลิต
โดยพูดคุยกับทางด้าน คุณสุวรรณา แม่ค้าร้านส่งน้ำดื่มบอกว่า ขณะนี้พบว่าน้ำดื่มแทบจะทุกยี่ห้อมีการปรับขึ้นราคามาแล้ว 2-4 บาทต่อแพค แต่ถึงแม้ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาจากโรงงานมาแล้ว ในส่วนของทางร้านยังคงต้องตึงราคาขายปลีกหน้าร้านเอาไว้ก่อน เนื่องจากเห็นใจลูกค้าที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งจะต้องช่วยกันประคับประคองให้ผ่านพ้นวิกฤตในช่วงนี้ ผลพวงมาจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นค่าขนส่งขึ้น รวมถึงปัจจัยหลักอย่างเม็ดพลาสติกที่ขึ้นราคาสูงและไม่มีสินค้า ซึ่งขณะนี้ทางโรงงานผู้ผลิตเองปรับขึ้นราคามาหมดทุกยี่ห้อแล้ว ขณะนี้ที่จะช่วยคนไทยด้วยกันได้คือถัวเฉลี่ยราคาของแต่ละยี่ห้อเพื่อปัดราคาให้อยู่ได้ทั้งลูกค้าและร้านค้า และหลังจากนี้จะมีการปรับราคาจากโรงงานอีกแน่นอนตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไป แน่นอนว่าเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีพขอประชาชน จึงอยากฝากภาครัฐหรือทางรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหานี้
ขณะที่ คุณพี่ขวัญเรือน ชาวบ้านที่ออกมาสั่งซื้อน้ำดื่มแพคที่ร้านนี้บอกว่า ในส่วนของประชาชนชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำทุกวันและจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ยิ่งที่บ้านต้องดูแลผู้สูงอายุผู้ป่วยด้วยยิ่งจำเป็นต้องใช้น้ำมากกว่าปกติ พอมีการปรับราคาขึ้นยิ่งได้รับผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะที่รายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายมากขึ้นทุกช่องทาง ส่วนราคาน้ำดื่มจะปรับขึ้นยังไงก็ต้องดื่มต้องกินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะนี้เดือดร้อนมากจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่น้ำดื่มที่ขึ้นราคา แม้แต่น้ำประปาก็ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่ามีการปรับราคาซึ่งปัจจุบันต้องจ่ายแพงขึ้นถึงเท่าตัว จึงอยากฝากรัฐบาลแก้ปัญหานี้หากมีการนำน้ำดื่มน้ำใช้มาจอดบริการเพื่อให้ประชาชนนำถังมาใส่ เพื่อหวังให้บรรเทาความเดือดร้อนในครอบครัว สำหรับชาวบ้านตอนนี้ในส่วนของตัวเองและครอบครัวก็พยามปรับตัวและช่วยเหลือตัวเองกันอยู่แล้ว อะไรประหยัดกันได้ก็ต้องประหยัด เช่นเดียวกับมะนาวที่ตลาดพบว่ามีการปรับสูงขึ้นถึงลูกละ 7 บาท ไม่น้อยหน้าน้ำมันแพง
โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ตลาดรวยทรัพย์ ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ หลังจากเกิดภัยสงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจ ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน ปรับราคาสูงขึ้น ส่งผลกระทบไปถึงต้นทุนของราคาสินค้าต่างๆ ต้องปรับขึ้นตาม รวมถึงมะนาวที่ต้องปรับราคาขึ้นก่อนกำหนด ซึ่งปกติจะเริ่มปรับในเดือนเมษายนของทุกปี
จากการสอบถาม นางสมยงค์ แม่ค้าขายผักกล่าวว่า เดิมราคามะนาวกิโลกรัมละ 80 บาท เมื่อวานราคา 120 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้ราคาปรับขึ้นเป็น 150 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ยลูกละ 7 บาท ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะสงครามที่ทำให้น้ำมันขาดแคลนและราคาแพงขึ้น โดยช่วงฤดูร้อนราคามะนาวก็จะปรับสูงขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนคนที่ซื้อไปบริโภคในครัวเรือนหรือนำไปเป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารขายนั้น ถึงราคาจะแพงเท่าไรก็ต้องซื้ออยู่ดี คาดว่านับจากนี้อากาศที่ร้อนยิ่งส่งผลให้ราคามะนาวจะปรับแพงขึ้นไปเรื่อยๆ
ดังนั้นคงต้องฝากเรื่องราคามะนาวแพงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ให้กับรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในยุคสงครามน้ำมันแพงอะไรๆ ก็กำลังจะแพงตาม
Advertisement