
วันที่ 18 ก.พ. 69 แหล่งข่าวผู้นำระดับสูงกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี KA เปิดเผยถึงสถานการณ์ในเมืองผาซอง จ.บอลาแคะ รัฐคาเรนนีว่า ขณะนี้ได้มีการสู้รบอย่างหนัก หลังจากทหารเมียนมาสนธิกำลังกับอาสาสมัครเมียนมา กลุ่มปาโอ (PNO) ได้รุกคืบมาถึงเมืองผาซอง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา กองทัพทหารเมียนมาพร้อมด้วย อส.ปาโอ จำนวนกว่า 500 นาย เดินทางมาถึง และได้เข้าปิดล้อมทหารคาเรนนี ซึ่งปิดล้อมทหารเมียนมา กองพันทหารราบที่134 และ135 เมืองผาซองไว้ ส่งผลให้เกิดการสู้รบหนัก และฝ่ายทหารคาเรนนีได้แตกพ่ายออกมารวมตัวที่นอกตัวเมืองผาซอง และรอกำลังเสริมจากเมืองแม่แจ๊ะ ด้านฝั่งตะวันออกแม่น้ำสาละวินแ ละกองกำลังจากฝั่ง อ.ฟลูโซว์ และ อ.บอลาแคะ
จากสถานการณ์ที่คับขันของฝ่ายกองทัพสหรัฐคาเรนนี (UKSA) เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 69 เวลา 06.30 น. ฝ่ายคาเรนนีได้ตัดสินใจระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำสาละวินที่เชื่อมระหว่าง อ.ผาซองกับ อ.แม่แจ๊ะ จนขาดสะบั้น เพื่อป้องกันกองทหารเมียนมารุกคืบสู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินที่อยู่ติดชายแดนไทยด้านอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีระยะห่างเพียง 45 กม.
สถานการณ์ล่าสุดที่เมืองผาซองยังคงมีการสู้รบอย่างหนัก ระหว่างทหารเมียนมาพร้อมด้วย อส.ปาโอกับ กองกำลังสหรัฐคาเรนนี (UKSA) โดยมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บนับร้อยนาย โดยทางด้านฝ่ายทหารเมียนมาได้รับการสนับสนุนการรบด้วยปืนใหญ่ และอากาศยาน รวมถึงโดรนขณะที่ทางด้านฝ่ายคาเรนนีได้มีการตอบโต้ด้วยโดรนควบคุมด้วยระบบใยแก้วนำแสงเนื่องจากการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตของสตาร์ลิ้งค์ถูกตัดสัญญานจากฝ่ายทหารเมียนมาที่ได้รับอาวุธจากประเทศรัฐเซียมาใช้ในการสู้รบครั้งนี้
จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น แหล่งข่าวระบุว่า กองทัพคาเรนนีKA กำลังวิตกกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากกองทัพเมียนมาสามารถรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินที่อยู่ติดชายแดนไทย ปัญหาผู้ลี้ภัยจะตามมาอย่างหนัก เนื่องจากราษฎรส่วนใหญ่จะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นที่ฐานทันทีที่ทหารเมียนมาเข้าควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
อย่างไรก็ตามทางด้านกองทัพคาเรนนีได้มีการวางแผน เพื่อป้องกันแนวพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินไว้ล่วงหน้าแล้ว
Advertisement