
วันที่ 27 ม.ค. 69 จากกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องพระวัดดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครปฐม มีแฉพฤติกรรมฉาว ชอบลวนลามสีกาที่มาทำบุญในวัดนั้น
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า หลังจากคลิปหลุดไปในโลกโซเชียล ทางวัดไม่ได้นิ่งนอนใจไ ด้เรียกประชุมคณะกรรมการภายในวัด และได้ประสานกับสำนักพุทธจังหวัดนครปฐมเข้ามาตรวจสอบ ด้านเจ้าคณะอำเภอลงไปสอบถามรายละเอียด ทางวัดและหลวงพ่อก็ให้ข้อมูลไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้
จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 ช่วงนั้นลูกศิษย์มาลงนะเป็นจำนวนมาก มีทั้งสักและลงนะ ทางวัดไม่ได้ยึดโทรศัพท์เลยแค่ขอความร่วมมือในการถ่ายรูปเท่านั้น
ลุงสุด ลูกศิษย์หลวงพ่อที่แจกแผ่นทอง เล่าว่ าในวันที่เกิดเหตุนั้น ตนก็อยู่กับหลวงพ่อจนปิดกุฏิฯ และต้องพยุงหลวงพ่อกับที่พักทุกครั้ง และทุกวัน บางวันก็ต้องอาศัยนอนอยู่ที่กุฎิกับหลวงพ่อ เนื่องจากหลวงพ่อป่วยและไม่แข็งแรง ตนมั่นใจว่าหลวงพ่อไม่สามารถทำแบบนั้นได้จริง และตนได้มีการสาธิตวิธีการเจิมบริเวณหน้าผากว่าหลังจากสักแล้วจะมาเจิมหน้ากับหลวงพ่อบริเวณตรงจุดดังกล่าว ระยะห่างจากหัวเข่าของผู้ที่ถูกเจิม และก็สงสัยว่ามีอยู่กับหลวงพ่อ 2 ต่อ2 ไม่น่าจะใช่ เพราะประตูกุฎิหลังดังกล่าวมีประตูสองด้านเข้าได้สองทางฝั่งหนึ่งมีคนนั่งรอสักและอีกฝั่งนึงมีจุดที่ขายดอกไม้และพวงมาลัย
ด้าน นายไพจิตร ไวยาวัจกร เล่าว่า อยู่กับหลวงพ่อมาตั้งแต่สมัยเด็ก และไม่เคยเชื่อ พระอาจารย์ไม่เคยมีประวัติในเรื่องนี้ เพราะพระอาจารย์ป่วยจนจะนั่งไม่ค่อยไหวแล้ว ที่ผ่านมาตนจะมาดูแลที่วัดทุกเช้าและเย็น วิธีการลงนะจะมีการทำตามระบบทุกอย่าง หลวงพ่อท่านจะเข้มงวดในเรื่องนี้มาก ทุกครั้งในการรับแขกจะรับแค่เวลาประมาณถึง 5-6 โมงเย็นเท่านั้น และจะต้องมีลูกศิษย์ที่ดูแลหลวงพ่อนั่งอยู่ด้วยตลอดเวลา จนกว่ากุฎิจะปิดและทำความสะอาดทุกครั้งทุกวัน
ขณะที่ลูกศิษย์ผู้หญิง เปิดเผยว่า มาเจิมนะบ่อย ทางหลวงพ่อไม่เคยสั่งยึดโทรศัพท์เลย เรื่องเจิมนั้น จะเจิมแค่หน้าผากและช่วงคอเท่านั้น แต่ช่วงหน้าอกไม่เคยเห็นตั้งแต่เป็นลูกศิษย์มา และในเรื่องที่หลวงพ่อจะมาจับหน้าอกสีกานั้นตนคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ คนที่ถูกจับหน้าอกจะต้องมีการโวยวายอย่างแน่นอนจะมางง ไม่ได้ในฐานะที่เราเป็นผู้หญิง และเหตุที่เกิดนั้นผ่านมาเป็นเดือน เพิ่งจะมาลงคลิป ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ด้าน ลูกศิษย์เห็นหลวงอีกรายบอกว่า อยู่กันแค่สองคนมันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่ากุฎิดังกล่าวมีคนเดินเข้าออกตลอดเวลา และถ้าถูกกระทำจริงทำไมไม่ร้องโวยวายและแจ้งความไป เราในฐานะลูกศิษย์เห็นหลวงพ่อ เกิดอาการเครียด และมันเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็ยังยืนยันว่าหลวงพ่อน่าจะไม่ได้ทำจริงๆ
นางพัทยา ทองเสภี ผอ.สำนักพุทธจังหวัดนครปฐมลงพื้นที่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบวัดที่เป็นข่าว และได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัด และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในกุฏิที่เกิดเหตุที่เป็นข่าวและเก็บภาพและรายละเอียดต่างๆ และได้มีการพูดคุยและสอบถามลูกศิษย์ที่ดูแลในกุฏิ และทางด้ายผอ.ได้ให้ลูกศิษย์สาธิตเกี่ยวกับการเจิมนะหน้าทองว่าทำแบบไหน
อย่าไงไรก็ตามหลังจากนี้ ผอ.สำนักพุทธจังหวัดนครปฐมก็จะเก็บข้อมูล และไปรายงานให้กับ ผอ.สำนักพุทธแห่งชาติอีกครั้ง เพราะข้อสรุปและผลการตรวจสอบนั้นขึ้นอยู่กับพุทธแห่งชาติ
Advertisement