
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มกราคม 69 ว่าที่ ร.ต.หญิง ศิริพร (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ชาว ต.กกทอง อ.เมืองจ.เลย ร้องเรียนสื่อว่า สามีชื่อ ส.อ.ภูสิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สามี เป็นทหารอยู่ที่ มทบ.18 จ.สระบุรี ไปแนวหน้าจังหวัดอุบลราชธานี แล้วไม่ติดต่อลูกเมีย จนมารู้ภายหลังว่าไปมีเมียน้อย
ว่าที่ ร.ต.หญิง ศิริพร เล่าว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 68 ที่ผ่านมา สามีถูกเรียกตัวไปสนับสนุนที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี ผ่านไป 1 เดือนได้ลาพักกลับมาบ้านอยู่ 7 วัน จากนั้นกลับไปที่ จ.อุบลราชธานี จนกลางเดือนตุลาคม 68 เกิดมีปากเสียงกันเล็กน้อย ตนเองเกิดความน้อยใจจึงขอเลิก
ผ่านไป 7 วัน สามีบอกว่าเราสองคนคงไม่เหมือนเดิม สามีไม่ค่อยติดต่อกลับมาบ้านหรือพูดคุยกับลูกเหมือนเดิม อ้างว่าเข้าป่าไปอยู่แนวหน้า ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน จนเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม สามีบอกว่าออกจากป่าแล้ว จึงพาลูกชายอายุ 1 ขวบ 11 เดือน ไปหาพ่อที่ จ.อุบลราชธานีเพื่อเซอร์ไพรส์ อยู่ด้วยกัน 1 คืน เช้ามาสั่งให้พาลูกกลับบ้าน อ้างว่าต้องเข้าป่า เมื่อมาถึงบ้านที่ จ.เลย สามีไม่มีโทรมาสอบถามว่าถึงบ้านหรือยัง และไม่ห่วงใย จึงเกิดเอะใจ พาลูกไปหาที่ จ.อุบลฯ ซึ่งตรงกับวันพ่อ แต่ไม่สามารถติดต่อสามีได้ จนมาทราบว่าเป็นวันที่สามีลาพัก แต่ไม่ติดต่อลูกเมีย จึงตัดสินใจเช่าหอพัก 1 เดือน เพื่อรอสามี แต่ภายใน 1 เดือน เจอสามีครั้งเดียว จากนั้นโดนสามีบล็อกเบอร์ บล็อกเฟส ติดต่อไม่ได้เลย
จนมีผู้หวังดีส่งข้อความพร้อมคลิปมาให้ดู ว่าสามีของตนเองไปมีผู้หญิงอื่นในโซเซียล จึงรู้เลยว่าสามีไปมีเมียน้อย ซึ่งทราบต่อมาว่า เมียน้อยของสามี ก็เป็นเมียน้อยนายทหารแห่งหนึ่ง
จนเมื่อวันที่ 5 มกราคม 69 ทางญาติผู้ใหญ่ของสามีมาที่บ้าน สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น จึงบอกว่า สามีตนเองไปมีผู้หญิงคนอื่น ญาติสามีบอกว่า สามีตนเองไม่เอาเมียแล้ว แต่จะเอาลูกไปเลี้ยง ตนเองไม่ยอม ตนเองไม่ติดอะไร อยากจะหย่าไม่ว่าอะไร ขอฟ้องสามีและชู้ก่อน และต้องรับชอบที่สามีทิ้งลูกเมียไปมีคนอื่น พร้อมแต่งตั้งทนายฟ้องสามีและชู้แล้ว วันนี้จะเดินทางพร้อมลูกชายไปที่ มทบ.18 จ.สระบุรี เพื่อร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาของสามีด้วย
Advertisement