
(24 ต.ค. 2568) ที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ กองทัพบกพาสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ติดตามการปฏิบัติงานและความเป็นอยู่ของกำลังพลในพื้นที่ชายแดน โดยมี พ.ท.จักรกฤษณ์ ขุริรัง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 11 เล่าปฏิบัติการของทหารที่ยึดพื่นที่ภูมะเขือ 100% พร้อมทั้งเปิดภาพรวมสถานการณ์ล่าสุดว่า แนวหน้าของกัมพูชาอยู่ใต้หน้าผา ไม่ได้อยู่ตรงภูมะเขือ โดยมีความพยายามของฝ่ายตรงข้ามหาตัดเส้นทางเข้ามา แต่หากทหารพบว่ามีการรุกล้ำอธิปไตยไทยทหารจะมีการวางกำลังและเครื่องกีดขวางไปวางทั้งภูมะเขือ และพลาญหิน 8 ก้อน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการวางรั้วลวดหนามบริเวณขอบหน้าผาทั้งหมดเพื่อป้องกันการเข้ามาของฝ่ายตรงข้าม ผู้ข่าวสอบถามว่ามีความพยายามหรือลวดหนามหรือไม่ ทหารระบุว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่มีการเข้ามารื้อรั้ว
ส่วนสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามระบุว่าเป็นการเตรียมการของฝ่ายตรงข้ามทั้งสองฝ่ายฝั่งไทยตรวจพบโดรน และฝั่งกัมพูชามีการเพิ่มเติมกำลังเข้ามาเพื่อเป็นกำลังคงเดิม ทดแทนกำลังที่สูญเสียไปในช่วงที่มีการปะทะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีการปรับปรุงบังเกอร์ ส่วนเรื่องอาวุธหนัก ยังไม่พบ ฝั่งไทยมีการเตรียมพร้อม
เมื่อถามว่าฝั่งปราสาทพระวิหารกัมพูชามีการเพิ่มเติมอาวุธอะไรขึ้นมาหรือไม่ พันโทจักรกฤษณ์ระบุว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับปรุงที่มั่นแข็งแรงมากกว่า ส่วนเรื่องอาวุธน่าจะเป็นอาวุธที่อยู่อันเดิม แค่เป็นการทำให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งพื้นที่ภูมะเขือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไทยอยู่ด้านบนสามารถมองเห็นเขาพระวิหารและข้างล่างห่างออกไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตรซึ่งเป็นพื้นที่ตรวจการที่สำคัญในการปฏิบัติทั้งหมด หากฝ่ายตรงข้าม เพิ่มเติมกำลังใครจะเห็นทั้งหมด
ส่วนเรื่องการทำถนนขึ้นบริเวณภูมะเขือนั้น ทหารระบุว่าเป็นเรื่องของการส่งกำลังบำรุง ทำให้การปฎิบัติทุกสิ่งทุกอย่างสามารถทำได้รวดเร็ว สามารถสนับสนุนหน้าพื้นที่แนวรบได้ทั้งหมด
ขณะทึ่เรื่องความสำเร็จที่ฝ่ายไทยตัดเส้นทางด้านล่างจนทำให้บล็อกเขมรได้นั้น พ.ท.จักรกฤษณ์ อธิบายว่า แต่ก่อนเขมรจะวิ่งมาทางช่องโดนเอาว์ ขึ้นมาทางยอดภูมะเขือ ไทยตัดเส้นทางบล็อกครอบฝั่งกัมพูชาไว้ทั้งหมด
Advertisement