
จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ต.ค.64 เวลาประมาณ 15.45 น. น.ส.นันท์นภัส เขมรินทร์ธนาทัต อายุ 39 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยชื่อร้านแพนซาลอน ใน ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่ามีหญิงลักษณะท้วม ผมยาว สวมเสื้อสีชมพู กางเกงขายาวสีดำ เข้าไปทำผมภายในร้านและอาศัยช่วงจังหวะที่เจ้าของร้านเผลอเข้าไปรื้อค้นเอาเงินสดที่อยู่ในตะกร้าภายในร้านไปเป็นเงินจำนวนประมาณ 4,000 บาท

หลังจากทำผมเสร็จได้ขอไปซื้อของแล้วหลบหนีไปและไม่จ่ายค่าทำผมเป็นเงินจำนวน 4,050 บาท โดยทิ้งกระเป๋าเงินแบบถือสีน้ำตาลไว้ภายในร้านตรวจสอบไม่พบเอกสารหรือสิ่งของใดๆ ในกระเป๋าตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ชุดสืบสวนพร้อมด้วยร้อยเวรสอบสวนได้ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุที่ร้านเสริมสวย "แพนซาลอน" เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุใกล้ร้านแพนซาลอนจนทราบว่าผู้ต้องหาคือ น.ส.อาทิติญา อายุ 18 ปี ได้ใช้รถจักรยานยนต์ของแม่สามีขับมาก่อเหตุโดย น.ส.อาทิติญา ได้หลบไปซ่อนอยู่ที่ห้องเช่าของเพื่อนใน ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์

ชุดสืบสวนจึงได้ไปตรวจสอบและพบกับผู้ก่อเหตุอยู่ที่ห้องเช่าดังกล่าวโดย น.ส.อาทิติญา รับว่าได้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นห้องพักและยึดสิ่งของที่ได้จากการก่อเหตุและใช้ในการก่อเหตุนำมาที่ สภ.หนองกี่ ไว้เป็นหลักฐานและเชิญตัว น.ส.อาทิติญา ส่งต่อให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นางสาวนันท์นภัส เขมรินทร์ธนาทัต เจ้าของร้านเสริมสวยแพนซาลอนเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 ต.ค.64 ผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามาเหมือนลูกค้าปกติคือบอกว่าอยากทำเล็บและฟอกสีผมโดยใช้เวลาทำตั้งแต่ 09.00-14.00 น. แต่ยังทำไม่เสร็จยังอยู่ขั้นตอนของการไดร์ผม จากนั้นก็อ้างขอเข้าห้องน้ำแล้วก็วิ่งออกจากร้านไปเลย ซึ่งทางร้านตามไม่ทันจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความที่ สภ.หนองกี่

วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดตามจนได้ตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วและทราบอีกว่ามีอีกร้านเสริมสวยอีก 2 ร้านที่โดนในลักษณะเดียวกัน ซึ่งตั้งแต่เปิดร้านมาได้ 1 ปีก็เพิ่งจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เพราะส่วนใหญ่จะเจอแต่ลูกค้าประจำ และอยากฝากเตือนให้ร้านเสริมสวยทุกร้านระวังลูกค้าที่เป็นขาจรก่อนจะให้ออกจากร้านไปไหนควรให้ลูกน้องติดตามไปด้วย หรือถ้ามีแอพธนาคารก็ควรให้มีการโอนชำระเงินก่อน
Advertisement