Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"วิโรจน์"ชี้กรมธนารักษ์เอื้อนายทุนฮุบที่ดิน อัดรัฐ2มาตรฐานรังแกชาวบ้าน

"วิโรจน์"ชี้กรมธนารักษ์เอื้อนายทุนฮุบที่ดิน อัดรัฐ2มาตรฐานรังแกชาวบ้าน

29 ต.ค. 69
17:37 น.
แชร์

"วิโรจน์" ลั่นดูจากดาวอังคารก็รู้ว่ามีทุจริต ชี้อย่าปัดภาระให้ทหาร มองกรมธนารักษ์ยัดที่ดินเกินจำกัดเปิดช่องนายทุนฮุบ อัดรัฐสองมาตรฐาน! ทวงคืนผืนป่าใช้กฎหมายยิบกับชาวบ้านแต่เกรงใจนายทุนมีแบ็ก

วันนี้ (29 ตุลาคม 2569) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อเสนอในวง กมธ.ทหารวันนี้ที่ต้องการให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกขายที่ดิน ที่เป็นของราชพัสดุ และอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เราทราบว่าทางปปช.เคยส่งข้อเสนอแนะถึงคณะรัฐมนตรีให้บริหารจัดการเรื่องที่ราชพัสดุให้มีความโปร่งใสมาแล้ว โดยเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยมีมติให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลังร่วมกันพิจารณาปรับปรุงระบบระเบียบการบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้มีความโปร่งใส ตามที่ ป.ป.ช. เคยเสนอแนะไว้ แต่ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2569 กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กลับมีหนังสือตอบ ครม. ว่าระเบียบเดิมที่มีอยู่นั้นมีความเหมาะสมแล้ว

​

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ซึ่งรับดูแลพื้นที่ต่อจากกรมธนารักษ์ ได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบ ระเบียบ และกลไกที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอ ดังนั้น หนังสือตอบกลับของกระทรวงการคลังจึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอในการบริหารจัดการสถานการณ์ให้โปร่งใสได้ กมธ. การบริหาร จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องทำหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 ประกอบมาตรา 35 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วย ป.ป.ช. ทำข้อเสนอแนะถึง ครม. อีกครั้งในการปรับปรุงระเบียบส่วนนี้

​

​นายวิโรจน์ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณ มทบ.12 มีขนาดกว้างใหญ่มากเมื่อเทียบกับความจำเป็นในการใช้ฝึกของกองทัพ หากจะผลักภาระหรือโทษฝ่ายทหารทั้งหมดถือว่าไม่ยุติธรรม เพราะกำลังพลมีจำกัดแต่พื้นที่กลับใหญ่เกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากกรมธนารักษ์มอบพื้นที่ให้ดูแลตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสงวนหวงห้ามที่ดิน พ.ศ. 2484

​ดังนั้น กมธ. การทหาร จึงควรเสนอต่อ ครม., นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ป.ป.ช. ให้ตราพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ เพื่อลดหรือทบทวนเขตพื้นที่ตาม พ.ร.ฎ. ปี 2484 ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง พร้อมทั้งใช้อำนาจตามมาตรา 22 และมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ ในการเรียกคืนพื้นที่ที่ไม่จำเป็นกลับคืนมา หากในอนาคตมีความจำเป็นต้องใช้ กองทัพก็สามารถขอใช้พื้นที่เพิ่มตามมาตรา 19 ได้

​"กรณีนี้มองจากดาวอังคารก็รู้ว่ามีการประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เพราะสิ่งปลูกสร้างถาวรเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยไม่มีใครรู้ย่อมเป็นไปไม่ได้ และจากข้อกล่าวหาเข้าใจว่ามีข้าราชการส่วนท้องที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจและ ป.ป.ช. ในการดำเนินคดี" นายวิโรจน์กล่าว

​

​นายวิโรจน์ ได้ฝากถึง ป.ป.ช. ให้พิจารณาใช้กฎหมายอย่างครอบคลุม ทั้งมาตรา 171 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วย ป.ป.ช. ประกอบมาตรา 157 และมาตรา 172 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยระบุว่า แม้ผู้มีอิทธิพลหรือกำนันในพื้นที่จะไม่ได้มีอำนาจโดยตรง แต่การแอบอ้างหรือทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีอำนาจ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 171 แห่ง พ.ร.ป. ป.ป.ช. เช่นกัน

​สำหรับกรณีที่ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อซื้อขายที่ดินของรัฐ นายวิโรจน์ อธิบายว่า เอกสารสิทธิ์ที่ดินมีหลายประเภท ประชาชนบางส่วนอาจเข้าใจผิดเนื่องจากมีบุคคลมีสี ข้าราชการ หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อวดอ้างตนเอง ทั้งที่ที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงการอนุญาตให้ครอบครองเพื่อใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ไม่สามารถเปลี่ยนมือหรือซื้อขายได้

ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลที่รู้ทั้งรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ใช้คอนเนกชันและเครือข่ายข้าราชการในพื้นที่ในการหาผลประโยชน์ เพื่อปกป้องไม่ให้ปรากฏเป็นข่าวและรอดพ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย จี้กรมธนารักษ์หยุดผลักภาระให้ทหาร-ติงรัฐใช้กฎหมายสองมาตรฐาน

​นายวิโรจน์ ระบุเพิ่มเติมว่า การสั่งการเฉพาะจุดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะผู้มีอิทธิพลและข้าราชการที่มีลักษณะเช่นนี้มีอยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำที่สามารถมอนิเตอร์สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่ว่าจะเร่งรัดจัดการอย่างเด็ดขาดหรือไม่

​นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ต้องยุติการผลักภาระให้กองทัพ และต้องนำที่ราชพัสดุกลับไปจัดสรรให้หน่วยงานที่ตรงกับภารกิจโดยตรง เช่น กรมป่าไม้ เพื่อให้กองทัพได้สงวนพื้นที่เฉพาะที่จำเป็น และนำกำลังพลกลับไปมุ่งเน้นภารกิจหลักในการดูแลความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แทนที่จะต้องเสียทรัพยากรไปกับการเฝ้าระวังและแจ้งความจับกุมผู้บุกรุก

ส่วนประเด็นที่คนทั่วไปสามารถซื้อที่ดินของรัฐนั้นจะมีใครหละหลวมหรือไม่ นายวิโรจน์ระบุว่า จริง ๆ ต้องยอมรับว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินมี หลายประเภท แล้วก็เป็นไปได้ว่าจะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถ้าเกิด เป็นคนมีสี ดูแล้วเป็นคนผู้ยิ่งใหญ่เป็นเจ้าที่เจ้าทางในพื้นที่นั้น มีความเป็นข้าราชการท้องที่ หรือมีความเป็นข้าราชการก็ดี เวลาอวดอ้างตนเองทำประชาชนทั่วไปก็จะหลงเชื่อ แล้วพอเอกสาร สิทธิที่ดินมีหลายประเภท หลายคนก็อาจจะเข้าใจผิดว่ามันซื้อขายกันได้ แต่ จริงๆ เป็นการอนุญาตให้ครอบครองใช้ประโยชน์ เพื่อเกษตรกรรมหรือเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น และเปลี่ยนมือไม่ได้ ซึ่งประชาชนก็อาจจะไม่รู้ แล้วก็มีการซื้อขายกันบางคนเป็นการซื้อขายกระดาษเปล่าก็มี แล้วก็เอามาใช้ประโยชน์ซึ่งประชาชนอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าผิดกฎหมาย แต่ก็มีบางกรณีที่ รู้ทั้งรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ใช้คสามมีอิทธิพล "คอนเน็กชันและเครือข่ายข้าราชการในพื้นที่" คอยปกป้องคุ้มครองและปิดข่าว ทำให้ไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย

นายวิโรจน์ระบุว่า อย่างกรณีเรียกรับผลประโยชน์ เรมิผลประโยชน์ทับซ้อนร่วมกันหรือการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่ง ทหาร ลาดตระเวนทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง จะไม่พบความผิดปกติหรือไม่เจอเบาะแสใด ๆ มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าถามว่าถ้าเกิดตรงนั้นมันมีเจ้าที่เจ้าทาง มีผู้มีอิทธิพล ทหารระดับนายสิบ ที่เข้าไปเจออะไรบางอย่างระหว่างลาดตระเวนเขาจะทำอะไรได้ เพราะถ้าเกิดเขาไปทำอะไร เข้าให้ คุณก็รู้ใช่ไหม ว่าผู้มีอิทธิพลมีเครือข่ายกับระดับผู้บังคับบัญชา ระดับข้าราชการระดับสูง ทหารตัวเล็กๆ อาจจะซวยได้ ดังนั้นผมคิดว่าแก้ที่ระบบดีกว่า เพื่อความสบายใจ ทุกอย่างทางกองทัพ จะได้สงวนพื้นที่เฉพาะที่จำเป็นต่อการฝึก ทางกรมธนารักษ์ก็จะได้มอบหมายพื้นที่ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง พงษ์ จะได้ถูกฝาถูกตัว

​"ที่ผ่านมา รัฐมักบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเต็มที่กับประชาชนตัวเล็กตัวน้อยที่หาของป่าตามนโยบายทวงคืนผืนป่า แต่กลับมีความเกรงใจ เช็กเบ็ค หรือยักเย้เยักยันเมื่อต้องจัดการกับนายทุนและผู้มีอิทธิพล จนทำให้สังคมเกิดคำถามว่า บ้านเมืองเรายังคงเป็นนิติรัฐ และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันอยู่หรือไม่" นายวิโรจน์ กล่าว

Advertisement

แชร์
"วิโรจน์"ชี้กรมธนารักษ์เอื้อนายทุนฮุบที่ดิน อัดรัฐ2มาตรฐานรังแกชาวบ้าน