
เวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมแก้เกมรัฐบาลโดยการยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ว่า รัฐบาล ไม่มีเกมอะไร ตรงไปตรงมา และพร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก รัฐบาลก็จะตอบข้อสงสัยต่างๆอย่างชัดเจน
เมื่อถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน รัฐบาลไม่ได้เป็นคนยื่น
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ระบุว่า นายกฯไม่มีความพร้อมจึงต้องเลื่อนการอภิปรายไปในช่วงเดือนธันวาคม นายกฯ หัวเราะก่อนกล่าวว่า"คนไม่พร้อมคือใคร" นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ของคนที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน มอบหมายให้คนไปเจรจาเรื่องเวลา และไม่ได้ติดตาม หรือให้นโยบายว่าควรจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ไม่อย่างนั้นขณะนี้เราคงได้นั่งฟังฝ่ายค้านอภิปราย ในญัตติไม่ไว้วางใจ อย่าลืมว่าเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติมา รัฐบาลก็บอกว่าพร้อมตั้งแต่วันที่ 27 - 29 ตุลาคม รัฐบาลก็ตอบสนองโดยฉับพลันทันที นอกจากนี้จากการที่ไปหารือกันคนที่วอล์คเอาท์ก็คือฝ่ายค้าน
"ผู้สื่อข่าวก็เหมือนกัน ถามก็ถามแบบไม่กรองมาก่อน ใครพูดอะไรมาก็เอามาถาม ก็เห็นอยู่แล้วว่าคนที่วอล์คเอาท์และไม่ยอมจบก็คือฝ่ายค้าน รัฐบาลก็นั่งรอเก้ออยู่ เปลี่ยนทุกอย่าง รัฐมนตรีทั้ง 18 คน ครม.ที่เหลือก็อยู่ในประเทศ ก็รอการซักฟอก แล้วก็ไม่เกิดขึ้น แล้วทางฝ่ายค้านก็กลับมาบอกว่าจะอภิปราย ซึ่งตอนนี้เร็วที่สุดก็คือวันที่ 6 ธันวาคม รัฐบาลก็เร่งแจ้งประธานสภาไป ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลที่ไม่พร้อม "นายกฯกล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า " ผู้นำฝ่ายค้านท่านก็เป็นอย่างนี้ทุกที ข้อมูลไม่ครบ พูดอะไรแต่ละเรื่องก็พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ก็เป็นนิสัยเขาอย่างนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ วุฒิภาวะต้องข่มจิตข่มใจ ไม่เอาความโกรธหรือความไม่พอใจส่วนตัว มาพูดในเรื่องของบ้านของเมือง เพราะผู้นำฝ่ายค้านเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ถือว่าเป็นระดับเดียวกับผม ดังนั้นต้องมีวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เห็นไมโครโฟนแล้วอยากพูดอะไรก็พูด เพราะคนที่ฟังคือคนทั้งประเทศ ต่อให้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องนำความสงบสุข และทำความเข้าใจ ในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ให้กับประชาชน"
เมื่อถามว่าเป็นห่วงรัฐมนตรีคนนอกยังไม่มีเจนจัดด้านการเมือง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องมีความเจนจัดอะไร รัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเท ด้วยนโยบาย และเจตนารมณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง แล้วต่อประชาชน ดังนั้นการชี้แจงข้อกล่าวหาใดๆก็ตาม หากเขาทำด้วยเจตนารมณ์ที่ดี เขาก็อธิบายตามที่ทุกอย่างได้ทำ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง ว่า ตนก็ใช้สิทธิ์ของตน มีรองนายกรัฐมนตรีถึง 6 คน มีรัฐมนตรีอีก 29 คน ดังนั้นเรื่องใดเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีคนใดเขาก็ไปตอบ เป็นเรื่องปกติที่ทำกันมาโดยทั่วไปอยู่แล้ว
ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นการด้อยค่าฝ่ายนิติบัญญัตินั้นนายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับทันทีว่า ใครด้อยค่า ทำให้ผู้สื่อข่าวบอกว่า ฝ่ายค้าน นายกรัฐมนตรี จึงกล่าวว่า เวลาตนลงพื้นที่ พบเพื่อนข้าราชการ ก็ไม่เห็นมีใครมาด้อยค่า มีแต่มาชื่นชมว่ารัฐบาลทำงานหนักมาก มากกว่าพวกเขา เราเอางานไปส่งมอบให้กับประชาชน ทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในเรื่องของกิจการงานสภาฯนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนดำเนินการ ในนามของนายกรัฐมนตรี อยู่แล้วไม่ได้มีอะไรเสียหาย ไม่ได้มีอะไรเป็นการหลบ
"อย่างวันนี้ เห็นไหมพอสัปดาห์นี้ ผมเข้ามาบ่อย เพราะไม่มีภารกิจอื่นๆ เพราะเราเตรียมตัวไว้แล้วว่าจะมารับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สัปดาห์นี้ผมก็เข้าสภา แต่ถ้าสัปดาห์อื่นๆ สัปดาห์หน้า ก็ติดภารกิจต่างประเทศ ติดภารกิจประชุมอะไรต่างๆมากมาย เมื่อไหร่ก็ตาม ที่มีเวลามีโอกาส ก็มาทำหน้าที่สส. ไม่ได้มีหน้าที่มาทำตาม คำวิพากษ์วิจารณ์หรือการเล่นเกม อะไรของคนอื่น"
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม แล้วหรือไม่เนื่องจากได้ขอเวลาในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย
ส่วนเมื่อวานนี้ที่มีภาพการได้พบกับนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. ชัยภูมิพรรคภูมิใจไทย ทำให้สังคมจับตามอง ว่าจะมีการพูดคุยถึงคดี หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาเป็นลูกพรรคตน แต่ไม่มีการคุยกันถึงเรื่องคดีแต่อย่างใด เพียงแต่สอบถามเรื่องการลงพื้นที่พบชาวบ้านเป็นอย่างไร ความเป็นหัวหน้าพรรคของตน สิ่งที่ตนต้องการเห็นมากที่สุดคือสส พรรคตนพรรคภูมิใจไทยต้องลงพื้นที่พบปะอยู่ใกล้ชิดชาวบ้านตลอดเวลา
ภายหลังการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับนักเรียนโรงเรียนสวัสดิ์รัตนาภิมุข จังหวัดตรัง ที่เดินทางมาเยี่ยมชมอาคารรัฐสภา จากนั้นได้แวะซื้อเข็มกลัดติดสูทลายธงชาติไทย จำนวน 2 อัน จากร้านจำหน่ายเครื่องหมายบริเวณโถงทางเข้าห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าร่วมการประชุม
Advertisement