
จากรณีเพจ ออยศรีและผองเผือก ตั้งข้อสังเกต บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ใช้ บัญชีส่วนบุคคล สลับกับ บัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี นำเงินบริจาคเข้าบัญชีชื่อตนเอง
ล่าสุดทีมข่าวได้รับการเปิดใจจากนางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี แอดมิน เพจออยศรีและผองเผือก ได้เปิดเผย ว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็เคยโอนเงินเข้ามูลนิธิองค์กรทำดี และคนรอบตัว ก็มาคุยกันว่าก็เคยโอนเงินเข้ามูลนิธิฯนี้เหมือนกัน จึงได้ไล่ดูสลิปโอนเงิน ซึ่งก็แปลกใจว่าทำไมเป็นบัญชีส่วนตัว
หลังจากนั้นตนเองจึงย้อนกลับไปดูข้อความที่คุณบุ๋มเชิญชวนบริจาค ก็พบว่ามีการให้บริจาคเข้าบัญชีส่วนตัวและบัญชีมูลนิธิอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็นบัญชีของมูลนิธิทั้งคู่
แต่เมื่อมารู้ภายหลังคิดว่าเรื่องนี้ไม่สามารถโอนเข้าบัญชีส่วนตัวได้ และเหตุการณ์ที่ตนเองรู้เรื่องบัญชีก็เกิดขึ้นในคืนก่อนวันที่คุณบุ๋มจะแถลงข่าว ซึ่งไม่มีการเตรียมการล่วงหน้ามาแต่อย่างใด ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญมาก
หากย้อนไปก่อนหน้านี้องค์กรทำดีได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2557 แต่หลังจากนั้นมูลนิธิถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2565 ฉะนั้นบัญชีส่วนตัวก็ต้องถูกปิดไป และคุณปุ๊ก ก็ได้ออกมาชี้แจงว่าขณะที่เป็นแอดมินก็เคยนำบัญชีส่วนตัวของคุณบุ๋มมาเปิดรับบริจาคในนามบัญชีมูลนิธิเพราะเข้าใจผิดเช่นเดียวกัน ฉะนั้นคุณบุ๋มต้องหยุดใช้บัญชีส่วนบุคคลทันที เพราะยังสร้างความสับสนให้กับคนใกล้ตัวของคุณบุ๋มเอง
สำหรับเรื่องนี้ที่ตนเองออกมาเปิดเผยก็ถูกสังคมบางส่วนรุมประณาม เพราะภาพลักษณ์ของคุณบุ๋มเป็นคนดีมาก ประชาชนบางส่วนยังไม่พร้อมยอมรับในเรื่องนี้ หากถามว่ามูลนิธิอื่นสามารถทำได้หรือไม่ ตนเเองตอบได้ว่าไม่สามารถทำได้ ที่ผ่านมาตนเองชื่นชมคุณบุ๋มมาตลอด ทั้งในช่วงสงครามคุณบุ๋มเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน หรือแม้แต่เข้าไปช่วยเหลือในเคสอื่นๆ แต่ครั้งนี้เมื่อตนเองเห็นความผิดพลาด ก็อยากจะออกมาเตือนและทำให้ถูกต้อง แต่เมื่อคุณบุ๋มออกมาชี้แจงว่าบัญชีไม่สามารถปิดได้เพราะยอดเงินยังไหลเข้าอยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะว่าคุณบุ๋มยังนำบัญชีส่วนบุคคล มาโพสต์ลงเพื่อให้คนบริจาคอยู่
นางสาวบุญยนุช ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากนี้ตนเองอาจจะยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมตรวจสอบบัญชีส่วนตัว และบัญชีมูลนิธิเพื่อความเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และที่สำคัญก็เป็นประโยชน์ต่อคุณบุ๋มด้วยที่จะมาชี้แจงในประเด็นนี้ได้
ล่าสุดวันนี้ (29 ต.ค.69) เพจออยศรีและผองเผือก ได้โพสต์ภาพข้อความการสนทนาทางไลน์ ซึ่งเผยให้เห็นหลักฐานการพูดคุยเกี่ยวกับเส้นทางการโอนเงินที่มีความผิดปกติ พร้อมระบุข้อความตั้งคำถามถึงความโปร่งใส
โดยในภาพแชตดังกล่าว ปรากฏข้อความสนทนาที่ฝ่ายหนึ่งระบุว่า "โอนมา บช ผมก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมไปเบิกเงินสดคืนคณะกรรมการครับ"
ก่อนจะมีการส่งเลขบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ และมีการส่งสลิปโอนเงินกลับไปจำนวน 2 ยอด
โดยออยศรี ระบุข้อความว่า แชทอะไรอีกล่ะเนี่ย
อะไรคะ ยังไงนะ อยู่ๆภรรยาใช้ บช. XX โอนเงินเข้า บช. เขา
สามีมาต่อเลย โอนคืนผ่านผมได้เลย.. ไปเบิกเงินสดคืนคณะกรรมการ? กรรมการอะไรแว๊ ฮั๋นแน่..
กุดสะมอนิ่งจิงกะเบล
และกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เมื่อเพจ ‘ออยศรีและผองเผือก’ ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์อีก เป็นแชต ซึ่งเปิดเผยให้เห็นภาพสลิปการโอนเงินธนาคารหลายรายการ พร้อมข้อความคำนวณยอดเงินรวมสูงถึง 12,300,000 บาท
พร้อมกันนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความตั้งคำถามสุดแซ่บถึงประเด็นเส้นทางการเงิน โดยระบุว่า
โอนต่อไปยัง.. อะไรเยอะแยะขนาดนี้ ไม่เหลือเงินไว้ค่าก่อสร้างมูลนิธิเลยหรอ ค่าก่อสร้างออกเองหรอคะช่าง? มันถึงมีตึกผุดขึ้นจริง ทั้งที่ๆๆๆๆๆๆๆ เงินโอนคืนไปหมด!
หรือความจริง ช่างไม่ได้เป็นคนก่อสร้างมูลนิธิตามที่ช่างบอกว่าตัวเองรับงานแค่พูลวิลล่า แบบนี้ใครพูดความจริงกันแน่หว่า
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก
โดยเพจออยศรีฯ ยังระบุอีกว่า
ทุกครั้งที่พี่บุ๋มร้องไห้เอ่ยชื่อออย แล้วคนมารุมด่-าออยทั้งที่ออยไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย และคนที่ทำไม่ถูกคือพี่บุ๋มแท้ๆ ..มันคือกำลังใจ คือพลังที่ทำให้ออยอยากพิสูจน์ความจริงขึ้นเรื่อยๆค่ะ
Advertisement