
วันที่ 26 ต.ค. 69 นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนาย ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำคลิป ทำภาพ ไลฟ์สด และเชิญชวนให้ประชาชนกดไลก์ กดแชร์ กดติดตาม ว่า ต้องยอมรับว่าทนายอั๋นขยันทำคอนเทนต์จริงๆ ประเด็นไหนกำลังร้อนก็มักจะเห็นออกมาแสดงความคิดเห็น จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า กำลังวิพากษ์วิจารณ์การเมืองเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือกำลังแข่งขันสร้างกระแสบนโลกออนไลน์กันแน่?
นายสามารถ ระบุว่า กรณีทนายอั๋นร้องเรียนว่าพบอุปกรณ์ GPS จำนวน 2 เครื่องใต้รถยนต์ ก่อนที่กองปราบปรามจะมีหนังสือเลขที่ 0026.23/3957 ลงวันที่ 22 ต.ค. 2569 แจ้งว่า คดีไม่มีความซับซ้อนยุ่งยาก จึงไม่เข้าเงื่อนไขรับไว้สอบสวนเอง และส่งเรื่องให้ สภ.เมืองนครราชสีมาดำเนินการ ตนขออธิบายว่า กองปราบปรามมีอำนาจสอบสวนทั่วราชอาณาจักร แต่มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับคดี ไม่ใช่ทุกคดีที่ร้องเรียนจะต้องรับไว้ดำเนินการเอง
โดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2566 มีประเด็นเกี่ยวกับอำนาจสอบสวนของกองปราบปรามและระเบียบการรับคดี โดยต้องแยกอำนาจสอบสวนตามกฎหมายออกจากหลักเกณฑ์การรับคดีไว้ดำเนินการเอง ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 และ 19 ว่าด้วยอำนาจสอบสวน และมาตรา 123 ว่าด้วยการร้องทุกข์ การไม่รับคดีไว้สอบสวนเอง ไม่ใช่การปฏิเสธรับแจ้งความ และไม่ได้หมายความว่าคดีไม่มีมูล ตนไม่ได้ปฏิเสธสิทธิของทนายอั๋นในการขอทบทวนคำสั่ง และหากมีการลอบติด GPS โดยมิชอบจริง เจ้าหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบหาผู้กระทำผิดตามกฎหมาย
นายสามารถ ระบุอีกว่า ส่วนข้อความที่มีการอ้างว่าเป็นโพสต์ของทนายอั๋นในทำนองว่า “ไอ้หอกหักเริ่มกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม ให้หมดไป ในเร็วๆนี้” พร้อมเชิญชวนให้กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์ เพื่อเป็นเครื่องป้องกันตัวเองนั้น ตนอยากถามว่าหมายถึงเหตุการณ์ใด มีหลักฐานอะไรสนับสนุน และประชาชนจะตรวจสอบได้อย่างไร? รัฐธรรมนูญ มาตรา 34 รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ขณะที่มาตรา 32 คุ้มครองเกียรติยศและชื่อเสียงของบุคคล และมาตรา 29 วรรคสองรับรองหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแสดงว่ากระทำความผิด
ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องพิจารณามาตรา 329 และ 330 ประกอบด้วย และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ก็ต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย ไม่ใช่ทุกข้อความที่ไม่จริงจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรานี้
ตนไม่ได้กล่าวหาว่าทนายอั๋นกระทำผิดกฎหมาย แต่เมื่อใช้พื้นที่สาธารณะตรวจสอบผู้อื่น ก็ต้องพร้อมให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเช่นเดียวกัน ซึ่งตนอยากเห็นการนำเสนอข้อเท็จจริงและผลงานที่ประชาชนตรวจสอบได้ มากกว่าการแข่งขันกันด้วยยอดไลก์ ยอดแชร์ และยอดติดตาม
“สุดท้ายผมขอแซวทนายอั๋นสักหน่อย เห็นขยันทำคอนเทนต์ทุกวัน ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ในอนาคตเตรียมจะไลฟ์สดขายสินค้าหรือเปล่า? ถ้าใช่ก็บอกด้วยนะครับ ผมจะได้เตรียมอุดหนุน! แต่ถ้าจะทำงานการเมือง ผมอยากเห็นผลงานที่ประชาชนจดจำได้มากกว่ายอดเอ็นเกจเมนต์ ผมขอย้ำว่า การร้องเรียนเป็นสิทธิของประชาชน แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการไม่รับคดีไว้สอบสวนเองตามเงื่อนไข กับการปฏิเสธความยุติธรรม เพราะสองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน” นายสามารถ ระบุ
Advertisement