
วันที่ 8 ก.ย. 69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เดินทางมายังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเข้าพบแพทย์นิติเวชสำหรับการตรวจร่างกายและขอใบตรวจร่างกาย ประกอบการดำเนินคดีกรณีถูกนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผลักจนล้มลงบริเวณหน้า สน.ทองหล่อ
ในการเดินทางมาครั้งนี้ อ.สมชัย ได้ปั่นจักรยานมาจากบ้านพักเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเดินทางมาถึงและพบกับนักข่าวที่มารอทำข่าว อ.สมชัย ได้เปิดโชว์รอยถลอกบริเวณหัวเข่าข้างขวาให้นักข่าวดู พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจตามที่ สน.ทองหล่อ ต้องการเอกสารยืนยันอาการบาดเจ็บจากแพทย์นิติเวชเพื่อใช้สรุปสำนวนคดีส่งฟ้อง ซึ่งตนเคยเดินทางมาแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แพทย์นิติเวชไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ จึงได้นัดหมายให้มาใหม่ในวันนี้ ซึ่งการเดินทางมาแต่เช้า ก็เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินคดี ไม่ให้กระบวนการของ สน.ทองหล่อ ต้องล่าช้าออกไป
สำหรับอาการบาดเจ็บ อ.สมชัย ระบุว่า โดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลเริ่มแห้ง ตกสะเก็ด และมีอาการคันเล็กน้อย มีเพียงรอยถลอกและเลือดออกเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนจะมีการเอ็กซเรย์หรือตรวจเช็กกระดูกเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
นอกจากนี้ นักข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่คู่กรณีกล่าวอ้างว่า คลิปเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่เป็นการตัดต่อด้วยระบบ AI อ.สมชัย ได้ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ต้องไปสอบถามจากทางสื่อมวลชนหรือผู้สื่อข่าวที่เป็นคนถ่ายภาพและเสนอภาพเอง เพราะภาพมาจากกล้องของสื่อหลายช่องที่อยู่ในเหตุการณ์ ตนไม่ทราบว่ามีการใช้ AI ตัดต่อภาพขณะถ่ายทอดสดได้จริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่คู่กรณีเตรียมจะแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยอ้างว่ามีทีมงานถ่ายบันทึกภาพไว้ทุกมุมนั้น อ.สมชัย ได้เปิดภาพถ่ายภาพจากสื่อมวลชนให้นักข่าวดู พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นทีมงานในภาพว่า จากรูปถ่ายช่วงเกิดเหตุ บุคคลดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่และไม่ได้ยกมือถือขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์แต่อย่างใด ก่อนจะเดินไปกระซิบพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายที่เดินเข้ามา จนตำรวจค่อยๆ เดินเข้ามาแยกคู่กรณีออกไป
อ.สมชัย ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมถึงประเด็นพฤติกรรมของคู่กรณี โดยระบุว่า ตนต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะถูกทำร้ายอีกหรือไม่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมในอดีตของคู่กรณีรายนี้ ว่าจากการตรวจสอบพบล่าสุด เหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ซึ่งมีคลิปข่าวของทาง "ช่องวัน" ได้เคยรายงานไว้ เป็นเหตุการณ์ที่ลูกบ้านของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑล สาย 2 ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่ รปภ. เนื่องจากไม่มีบัตรผ่านเข้าหมู่บ้าน ก่อนจะใช้ถ้อยคำรุนแรงข่มขู่ รปภ. ในทำนองว่า "มึงไม่รู้จักกูเหรอ กูเป็นใคร กูเป็นอัยการ เมียกูเป็นตำรวจ เป็นผู้กองอยู่ในท้องที่นี้" และเมื่อขับรถผ่านเข้าไปได้แล้ว ยังได้ขับรถวกลูกกลับมาชี้หน้าข่มขู่ซ้ำว่า "มึงจำไว้เหอะ กูไม่จบ"
ต่อมาในช่วงกลางคืน บุคคลดังกล่าวได้ย้อนกลับมาพร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก เข้าทำการข่มขู่ จนทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ. คนดังกล่าวเกิดความกลัวในชีวิตและความปลอดภัยจนต้องตัดสินใจยื่นใบลาออกในเวลาต่อมา
อ.สมชัย กล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ทางรองอัยการสูงสุดได้ออกมาระบุแถลงข่าวชัดเจนว่า บุคคลที่กล่าวอ้างนั้น ไม่ใช่อัยการ แต่เป็นอดีตข้าราชการอัยการที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ไปตั้งแต่ช่วงปี 2561 - 2562 เนื่องจากมีพฤติการณ์รับสินบนในคดีเลือกตั้ง และการปลอมแปลงเอกสารเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดนี้ แม้ไม่ได้ระบุชื่อแต่ก็ชัดเจนว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
“พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ชอบใช้อำนาจข่มขู่คุกคามผู้อื่น และมีการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ทำให้ผมเกิดความกังวลและวิตกต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตของตนเองเป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้ทนายความเตรียมทำหนังสือยื่นต่อ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้พิจารณายื่นเรื่องถอนประกันตัวคู่กรณี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทาง สน.ทองหล่อ แต่หากปล่อยไว้แล้วเกิดเหตุมายิงผมบาดเจ็บ สน.ทองหล่อ ก็ต้องรับผิดชอบ" อ.สมชัย กล่าว
เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีที่คู่กรณีกล่าวอ้างเหตุผลการกระทำว่า เกิดจากการถูกจั๊กจี้แล้วไปโดนแฮนด์ อ.สมชัย ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียด โดยระบุเพียงว่า ไม่ขอตอบในประเด็นนี้ ให้สังคมและประชาชนที่ได้ชมคลิปเหตุการณ์เป็นผู้ตัดสินและพิจารณาเองว่าฟังขึ้นหรือไม่
ส่วนกรณีที่คู่กรณีเดินทางไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งสถานีตำรวจหลายแห่ง รวมถึง ผบ.ตร. นั้น อ.สมชัย กล่าวว่า บ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมาย ตนเองก็อยู่ภายใต้กฎหมาย หากตนทำผิดก็ดำเนินการตามกฎหมายได้ การที่คู่กรณีไปยื่นร้องเรียนตามที่ต่างๆ เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ตนไม่ได้ให้ราคาหรือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเกินไป เพราะมองว่ายังมีข่าวสารบ้านเมืองเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า และไม่อยากเสียเวลากับเรื่องนี้ โดยยืนยันจะดำเนินคดีไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างที่สุด ก่อนจะขอตัวเข้าพบแพทย์นิติเวชตามนัดหมาย
Advertisement