Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“ศุภจี” หนุน กขค. ปฏิรูปการแข่งขัน ดัน SMEs ไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต

“ศุภจี” หนุน กขค. ปฏิรูปการแข่งขัน ดัน SMEs ไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต

8 ก.ย. 69
09:37 น.
แชร์

“ศุภจี” เปิดงานใหญ่ TCCT 2026 หนุน กขค. ปฏิรูปกติกาแข่งขันทางการค้า รัฐ-เอกชนยกระดับธุรกิจไทย รื้อกฎดัน SMEs 3.3 ล้านรายก้าวทันตลาดโลกดิจิทัล 

สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) จัดการประชุมระหว่างประเทศ “TCCT Competition Day 2026” ณ โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ “Transforming Thailand: Competition Landscape Reform for a Future-Ready Economy” หรือ “เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย: ปฏิรูปการแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต” โดยได้รับเกียรติจาก นาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปฏิรูปการแข่งขัน พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต” 

นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกันในหลายมิติ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ที่กำลังเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก เทคโนโลยีดิจิทัล AI นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงสร้างประชากรที่มีอัตราการเกิดลดลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เชื่อมโยงและส่งผลพร้อมกัน จนกำลังเปลี่ยนกติกาทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การประกอบธุรกิจรูปแบบเดิมที่เน้นต้นทุนต่ำที่สุด ต้องปรับไปสู่ความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือ จากการแข่งขันด้วยขนาด ไปสู่การแข่งขันด้วยความเร็วในการเรียนรู้และปรับตัว และจากการขายเพียงสินค้าและราคา ไปสู่การแข่งขันด้วยคุณค่า นวัตกรรม มาตรฐาน และความไว้วางใจ 

เมื่อโลกและกติกาเปลี่ยน เราจึงไม่สามารถทำธุรกิจในแบบเดิมทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้เร็ว ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ประสิทธิภาพและนวัตกรรมเติบโตได้อย่างเต็มที่ จุดเริ่มต้นอยู่ที่ตลาดภายในประเทศของเราเอง เพราะตลาดภายในประเทศที่เข้มแข็ง คือรากฐานของธุรกิจไทยที่แข่งขันได้ในตลาดโลก โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 3.3 ล้านราย คิดเป็น99.5% ของธุรกิจทั้งหมด และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 34.8% ของ GDP หาก SMEs ที่มีศักยภาพได้รับโอกาสให้สามารถแข่งขันได้ก็จะสามารถเติบโตและก้าวขึ้นเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ นโยบายการแข่งขันจึงต้องเป็น National Strategic Pillar หรือหนึ่งในเสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ 

การเปลี่ยนผ่านประการแรกจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้วไปสู่การออกแบบการแข่งขันตั้งแต่ต้น โดยใช้ “แว่นการแข่งขัน” ลดกฎรัฐเป็นอุปสรรคตลาด เพื่อทบทวนว่ากฎระเบียบหรือมาตรการของรัฐมีส่วนเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันหรือการเข้าสู่ตลาดหรือไม่ พร้อมชื่นชม กขค. ที่ปรับบทบาทจาก  การบังคับใช้กฎหมายเชิงรับสู่ “ผู้กำกับดูแลเชิงรุก” หรือ Proactive Regulator โดยมุ่งป้องกันปัญหา เชิงโครงสร้างและพฤติกรรมที่อาจกระทบการแข่งขันก่อนปัญหาจะเกิด และต่อยอดไปสู่การทำให้หลักการแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐทั้งระบบ 

การเปลี่ยนผ่านประการที่ 2 จากการคุ้มครองผู้ประกอบการไปสู่การคุ้มครองโอกาสในการแข่งขัน การทำให้สนามแข่งขันเป็นธรรมจึงไม่ใช่เพียงการช่วยธุรกิจรายเล็กให้อยู่รอด แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถเติบโต สร้างนวัตกรรม และเป็นกำลังใหม่ของเศรษฐกิจไทย 

การเปลี่ยนผ่านประการที่ 3 จากการกำกับดูแลแบบแยกส่วนไปสู่ความร่วมมือทั้งระบบ โดยเชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจ วิชาการ และภาคประชาชน รวมทั้งขยายความร่วมมือกับ ASEAN, OECD, World Bank เพื่อสร้างระบบนิเวศการแข่งขัน หรือ Competitive Ecosystem ที่ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถเข้าถึงโอกาสและเติบโตได้ 

นางศุภจี ย้ำว่า 3 ทิศทางสำคัญที่เป็นโจทย์ในการแลกเปลี่ยนร่วมกันคือ 1. กติกาต้องทันกับตลาด โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 2. กติกาต้องเปิดโอกาส ให้ผู้ประกอบการรายใหม่และ SMEs เข้าสู่ตลาดและเชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม โดยหนึ่งในมาตรการที่ กขค. ได้ดำเนินการไปแล้วคือการกำหนดเรื่องเครดิตเทอมเพื่อช่วยสร้างการแข่งขันและการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และ SMEs นอกจากนี้ กขค. ยังได้มีมาตรการต่อผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล  บางรายให้ระงับการขึ้นราคาค่าธรรมเนียม (GP) เป็นเวลา 6 เดือน และจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA และ กขค. ในการพิจารณาเกี่ยวกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรม ถูกต้อง โปร่งใส  

ทั้งนี้การดำเนินการในเรื่องเหล่านี้อาจไม่รวดเร็วดังที่หลายฝ่ายคาดหวัง เนื่องจากต้องโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วนและต้องดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างรอบคอบ และ 3. การแข่งขันต้องเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกมาตรการของรัฐสนับสนุนการเติบโตและขยายโอกาสของประเทศ หากเราขับเคลื่อนทั้ง 3 เรื่องนี้ได้ การปฏิรูปการแข่งขันจะไม่ใช่เพียงการปรับปรุงกฎหมาย แต่จะเป็นการปฏิรูปโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย “เพราะการแข่งขันที่เป็นธรรม คือพลังของการเติบโต เพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยที่เปิดกว้าง เป็นธรรม แข่งขันได้ และพร้อมสำหรับอนาคต”

Advertisement

แชร์
“ศุภจี” หนุน กขค. ปฏิรูปการแข่งขัน ดัน SMEs ไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต