
วันที่ 29 ส.ค. 69 นาง ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยถึงเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า ได้กำชับกรมประชาสัมพันธ์ติดตาม และเผยแพร่สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยยึดข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งสถานะเพลิง ความปลอดภัยของโครงสร้าง พื้นที่ห้ามเข้า เส้นทางหลีกเลี่ยง ผลกระทบจากกลุ่มควัน และช่องทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD และทุกช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์รายงานข้อมูลบริการประชาชนที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด กรุงเทพมหานครรายงานว่าเพลิงสงบแล้วเมื่อเวลา 05.32 น. และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ขณะที่ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการนำส่งสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว
น.ส.ศุภมาส ได้รับรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตลอดคืน พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุนรถไฟฟ้าส่องสว่าง รถอัดอากาศ เครื่องจักร อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานคร พร้อมกำชับให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นสำคัญ
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยหน่วยงานของรัฐต้องประสานการทำงานกันทั้งในพื้นที่และด้านการสื่อสาร นายเจเศรษฐ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สนับสนุนการควบคุมสถานการณ์ ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์มีหน้าที่นำข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากหน้างานไปเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้องและทันเวลา
โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจสร้างความตื่นตระหนกและกระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่ กรมประชาสัมพันธ์จึงต้องทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่ประชาชนเชื่อถือได้ รายงานตามข้อเท็จจริง ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล และปรับปรุงข้อมูลทันทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
พร้อมกันนี้ ได้กำชับกรมประชาสัมพันธ์ติดตามข้อมูลคลาดเคลื่อนที่เผยแพร่ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะตัวเลขความเสียหายที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ภาพเหตุการณ์เก่าที่นำมาเผยแพร่ซ้ำ และการนำภาพเหตุการณ์ไปสร้างเพจปลอมหรือบัญชีปลอมเพื่อแอบอ้างรับบริจาค หากพบข้อมูลลักษณะดังกล่าว ให้เร่งประสานหน่วยงานเจ้าของข้อมูลเพื่อตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงทันที
“ขอให้ประชาชนตรวจสอบชื่อบุคคล ชื่อหน่วยงาน ชื่อเจ้าของบัญชีธนาคาร และวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคทุกครั้งก่อนโอนเงิน อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะเห็นภาพเหตุการณ์หรือข้อความที่เร่งรัดให้โอนเงิน หากยังตรวจสอบเจ้าของบัญชีและที่มาของการรับบริจาคไม่ได้ ไม่ควรแชร์ต่อหรือโอนเงิน อย่าให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย” น.ส. ศุภมาส กล่าว
ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงและทุกแพลตฟอร์มรายงานเหตุการณ์ด้วยความระมัดระวัง อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่คาดเดาสาเหตุเพลิงไหม้ก่อนมีผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพที่กระทบสิทธิ ศักดิ์ศรี และความเป็นส่วนตัวของผู้ได้รับบาดเจ็บ
น.ส.ศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า มีความห่วงใยผู้ค้าและผู้ประกอบการในคลองถมเซ็นเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ จึงได้ให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานข้อมูลกับกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลด้านการช่วยเหลือ ทั้งจุดติดต่อ ขั้นตอนการลงทะเบียน เอกสารที่ต้องใช้ และมาตรการเยียวยาที่จะประกาศเพิ่มเติม ผ่าน NBT2HD และช่องทางออนไลน์ของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ค้าเข้าถึงความช่วยเหลือได้โดยเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาตามหาข้อมูลจากหลายแหล่งในช่วงที่กำลังเดือดร้อน
ขณะนี้สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้ตั้งจุดรับลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โทรศัพท์ 0 2282 4902
“ขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องผู้ค้าคลองถมเซ็นเตอร์ทุกท่าน ความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวอาคาร แต่กระทบอาชีพ รายได้ และชีวิตของผู้ค้าจำนวนมากที่ทำมาหากินในพื้นที่นี้มายาวนาน ขอขอบคุณนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อาสาสมัคร กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทุกหน่วยงานที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ตลอดทั้งคืน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทุกท่านหายเป็นปกติโดยเร็ว ดิฉันได้กำชับให้กรมประชาสัมพันธ์รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลความช่วยเหลือทันทีที่หน่วยงานที่รับผิดชอบประกาศ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบรับทราบและเข้าถึงความช่วยเหลือได้เร็วที่สุด” น.ส.ศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย
ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลการช่วยเหลือได้ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD และช่องทางออนไลน์ของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะรายงานข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
Advertisement