
วันที่ 29 ส.ค. 69 รายงานข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์กลุ่มคนร้ายได้นัดแนะก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อช่วงคืนของวันที่ 22 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา รวมแล้วครบ 7 วัน ทั้งลอบวางเพลิง ลอบวางระเบิด ก่อเหตุเผาสถานที่ราชการ ร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจภาคเอกชน ทำลายทรัพย์สินราชการ รวมกว่า 100 จุด ซึ่ง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เกิดเหตุเผา อบต.ช้างเผือก และเหตุนายซอและ วัย 21 ปี ถูกยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักในพื้นที่บ้านไอร์ยือรุส ได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ แต่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยืนยันว่าไม่มีการยิงจาก ฮ.และไม่ได้นำอาวุธขึ้นอากาศยาน ทำให้ข้อเท็จจริง 2 ฝ่ายไม่ตรงกันนั้น
ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.จะแนะ ได้ทำหนังสือถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา ขอให้มีการผ่าตัดนำเศษชิ้นส่วนของกระสุนในร่างกายของนายซอและ ออกมาเพื่อนำส่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ไปตรวจพิสูจน์ เนื่องจากฟิล์มเอกซเรย์จากโรงพยาบาลจะแนะ ที่นายซอและ ได้เข้าไปรักษาครั้งแรกหลังเกิดเหตุ พบว่ามีเศษชิ้นส่วนติดอยู่ในผิวหนังบริเวณรอยแผลด้านหลัง
สำหรับพยานหลักฐานที่มีในคดีของนายซอและ ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายที่ถูกกระทำ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางคดี เจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นผู้เสียหายไปโดยปริยาย ไม่จำเป็นเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ในการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนโดยอันโนมัติ
จากรายงานของ สภ.จะแนะ สามารถเก็บหัวกระสุนปืน M16 ขนาด 5.56 มม.ได้จากรถมอเตอร์ไซค์ของนายอาดัม กะจิ เพื่อนของนายซอ จำนวน 1 หัว และพบรถจักรยานยนต์ถูกกระสุนปืนยิงที่บริเวณฝาครอบโครงรถด้านซ้ายมือ 2 จุด และในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน M16 อีก 3 ปลอก บนโคนต้นยางที่เนินเขา ห่างจากจุดที่นายซอและถูกยิง ประมาณ 10-15 เมตร และหลักฐานใหม่เพิ่มเติม คือ ชิ้นส่วนเศษกระสุนในร่างของนายซอและ ซึ่งมีขนาดไม่เกินครึ่งเซนติเมตร ตามที่ นพ.พรประสิทธิ์ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวไว้ก่อนหน้านี้
รวมทั้งหลักฐานไทม์ไลท์เป็นภาพถ่ายที่นายซอและ และเพื่อนได้ถ่ายไว้ในโทรศัพท์ช่วงไปเที่ยว ออกแคมป์ปิ้งที่หาดยือราปี รอยต่อระหว่าง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กับ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กับกลุ่มเพื่อนกว่า 20 คน ซึ่งมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก ที่บางคนมาพร้อมครอบครัว ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ออกจากแคมป์ปิ้งหาดยือราปี โดยนายซอและขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ช่วง 13.00-15.00 น. มาตามเส้นทาง มีถ่ายภาพตามถนนและแวะปั๊มน้ำมันที่ตลาดดุซงญอ อ.จะแนะ มีภาพระบุเวลา 16.10 น.และในช่วงเวลา 18.00 น.ไปที่ร้านกาแฟชื่อ Relax Cafe พบกับเพื่อน คือ นายอาดัม กะจิ และนายฮ่าซัน โต๊ะมะ ในช่วงมีเหตุเผา อบต.ช้างเผือก โดยมีคลิปกล้องวงจรปิดที่เห็นนายซอและที่ร้านในเวลา 21.17 น. แล้วขี่รถจักรยานยนต์ออกไปในเวลา 21.22 น.
สอดคล้องกับ พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก.สภ.จะแนะ ที่ระบุว่าในคืนวันที่ 22 ส.ค. หลังเกิดเหตุวางเพลิง อบต.ช้างเผือก ในเวลา 19.50 น. ได้ตั้งด่านตรวจสกัดทันที โดยในเวลา 21.39 น.พบนายซอและ และเพื่อนรวม 4 คน ขี่รถมอเตอร์ไซค์มา 3 คัน ผ่านด่านตรวจหน้า สภ.จะแนะ ได้มีการตรวจค้นอย่างละเอียด ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายทั้งยาเสพติดและอาวุธปืน โดยกลุ่มนายซอและและเพื่อน ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นอย่างดี และยังพบว่ามีอุปกรณ์จากการแคมปปิ้งด้วย
หลังจากนั้น ในเวลา 22.07 น.ห่างกัน 28 นาที ได้รับแจ้งจาก รพ.จะแนะว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิง จึงจัดชุดออกไปตรวจสอบที่ รพ.จะแนะ พบว่าเป็นนายซาและที่ถูกยิง ซึ่งเป็นเวลาสอดคล้องกับคำให้การของผู้บาดเจ็บและกลุ่มเพื่อน
สำหรับพยานทั้งนายอาดัม และนายฮาซัน ซึ่งเป็นเพื่อนอยู่ในหมู่บ้านไอร์ยือรุส ยืนยันว่าได้พบกับนายซอและ ที่ร้านรีแล็กซ์คาเฟ่ แล้วได้ชวนขี่รถ จยย.กลับบ้านพร้อมกัน 4 คน 3 คัน โดยนายมุคลิศ นั่งซ้อนท้ายนายซอและ ส่วนนายอาดัมและนายฮาซัน ได้ขี่รถตามไล่หลังกันไป
ทั้ง 4 คน เล่าตรงกันว่าช่วงเกิดเหตุพบเฮลิคอปเตอร์บินตาม หลังจากนั้นมีเฮลิคอปเตอร์บินไปดักข้างหน้า เห็นดังนั้นได้พากันจอด รถจักรยานยนต์ โดยนายซอและได้ยืนมือทั้ง 2 ข้างเหนือศรีษะ และได้ยินเสียงกระสุนตามมาทีละนัดจำนวนหลายนัด และทราบต่อมาว่านายซอและ ถูกยิง นายมุคลิศ จึงได้เปลี่ยนไปขี่รถที่นายซอและ ขับพานายซอและ ในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมเพื่อน 4 คน ไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ที่ อบต.ช้างเผือกที่เกิดเหตุไฟไหม้ ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านนำรถยนต์ไปส่งโรงพยาบาลจะแนะ
นายซอและ ในฐานะผู้เสียหาย ยอมรับว่ากลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการที่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่ได้ยิงจาก ฮ. แต่เมื่อตนเองถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ก็ย่อมมีผู้ก่อเหตุ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่หาตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้
Advertisement