
เกิดกระแสถกเถียงอย่างหนักต่อกรณีข้อตระหนักด้านความมั่นคงและขอบเขตอำนาจบริหารราชการแผ่นดินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อสงสัยว่าวัยรุ่นในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ โดยอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวยู่ภายใต้การประกาศใช้กฎอัยการศึก อำนาจสูงสุดจึงเป็นของแม่ทัพภาคที่ 4
ล่าสุด นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความตอบโต้อย่างดุเดือด โดย ระบุว่า นายกฯ อนุทินอย่าบ่ายเบี่ยงเลี่ยงความรับผิดชอบ!ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ตัวท่านเองมีอำนาจ เร่งตั้ง คกก.ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี ฮ.ยิงวัยรุ่นนราฯ โดยเร็ว แม้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แต่ก็ยังอยู่ในประเทศไทยครับ แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ยังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน และรัฐไทยยังคงมีระบบกฎหมายเดียวกันครับ
กองทัพภาคที่ 4 ไม่ได้แบ่งแยกการปกครองพื้นที่ 3 จังหวัดออกไปนะครับ เรายังอยู่ในประเทศเดียวกัน!! หลังเหตุการณ์ตากใบ แม้ว่าอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก นายกฯ ทักษิณ ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 335/2547 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ขึ้น ลงวันที่ 2 พ.ย. 2547 โดยมีนายพิเชต สุนทรพิพิธ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา เป็นประธาน ใช้เวลาทำงาน 45 วัน ก่อนส่งรายงานให้นายกฯ วันที่ 17 ธ.ค.ปีเดียวกันนั้น
ข้ออ้างที่ว่านายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจ เป็นความเข้าใจผิดขั้นสุดและเป็นการบอกปัดความรับผิดชอบที่ร้ายแรงที่สุดครับ ท่านมีอำนาจที่ชอบธรรม ก็จงใช้อำนาจนั้นครับ การปล่อยให้แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งกลไกตรวจสอบกันเองเช่นนี้ นอกจากจะไม่สามารถฟื้นคืนความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกองทัพ (รวมถึงตัวแม่ทัพเอง) และแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลแล้ว ยังสั่นคลอนความชอบธรรมของรัฐด้วยครับ
Advertisement