
วันที่ 27 ส.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาติดตามการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา ที่ บริเวณสถานีปั๊มน้ำมันบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งนางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมัน ดังกล่าวได้เข้าร่วมการประชุมด้วย โดยที่ประชุมกรรมาธิการได้เชิญ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ และสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมชี้แจง
โดย น.ส.รักชนก เปิดเผยว่าได้รับทราบจาก ปภ.ศรีสะเกษว่า ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง รองรับเฉพาะ การเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต แต่ความเสียหายในส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดหรือกองทุนภายใต้สำนักนายกฯ ไม่ได้รองรับในส่วนนี้ ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตไปว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับปั๊มน้ำมันดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษจริงๆ จึงอยากให้หน่วยงานได้พิจารณา และก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้สัญญาเอาไว้ว่าจะให้ความช่วยเหลือ จึงอยากให้พิจารณาปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือ เพื่อที่จะทำให้กรณีนี้หรือกรณีอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ได้รับการเยียวยาที่สมน้ำสมเนื้อ
ด้านนางกมลรัตน์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นระเบิดที่มาจากต่างประเทศทำให้ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ประกันภัยของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงปั๊มน้ำมัน จึงได้เพียงประกันภัยมนุษยธรรม 1 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนั้นยังได้ประกันในส่วนของเอกชน แต่ยังไม่ได้รับจากภาครัฐเลย และช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลหน่วยงานภาครัฐได้มาพูดคุย ว่าจะช่วยเรื่องเงินเยียวยา จึงอยากให้ภาครัฐ ช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วยเพราะเราเดือดร้อน ไม่ใช่บอกว่าเราเป็นเอกชน หรือไม่ใช่ประชาชน
“ดิฉันถือบัตรประชาชนคนไทย เป็นประชาชนคนไทยเหมือนกัน ไม่ได้ เป็นคนต่างด้าว และดิฉันก็ไม่ได้เป็นคนนำระเบิดมาลงที่ปั๊มของตัวเอง แต่เป็นความผิดพลาดจากการบริหารงานของรัฐ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ดีขึ้น ดังนั้นไม่ว่าจะรัฐบาลไหนเข้ามาขอให้ทำงานต่อเนื่อง โดยอยากให้ภาครัฐดูแลเรื่องชายแดน อาจเป็นประกันสงคราม ให้ยกกรณีของดิฉัน เป็นตัวอย่างเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และถ้าภาครัฐจะให้หรือไม่ให้ เงินเยียวยา ก็ขอให้ส่งเอกสารมาให้ดิฉัน ดิฉันจะได้ไม่ต้องรออีก“นางกมลรัตน์ กล่าว
Advertisement