Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"กัณวีร์" ชี้ไฟใต้ลุกฮือการเมืองใหญ่อ่อนแอ จี้รบ.ดันสันติภาพเป็นนโยบาย

"กัณวีร์" ชี้ไฟใต้ลุกฮือการเมืองใหญ่อ่อนแอ จี้รบ.ดันสันติภาพเป็นนโยบาย

23 ส.ค. 69
12:12 น.
แชร์

"กัณวีร์" ชี้ไฟใต้ลุกฮือเหตุ “การเมืองอ่อนแอ” ซัด 51 เหตุการณ์ป่วน ชี้ต้องแก้ปัญหาที่รากโครงสร้าง ยกระดับสันติภาพเป็นนโยบายรัฐบาล

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงกว่า 50 จุดภายในคืนเดียว โดยระบุว่า ว่า “การเมืองที่อ่อนแอ คือ เชื้อเพลิงที่ทรงพลังในการโหมไฟใต้ให้ลุกฮือ !!

กว่า 50 เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นแค่เพียง 1 คืน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุนแรง รวดเร็ว และเป็นขบวนการ หลายคำถามเกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายมุ่งไปสู่คำถามว่า “จะหยุดมันอย่างไร” ??

ผมจะไม่ยกประเด็นแล้วครับว่าทำไมมันมาเกิดช่วงปลายปีงบประมาณ เพราะมันทำให้เบี่ยงประเด็น และพูดจริงๆ ถามกันมาทุกปี !! คำถามนี้ถามกันทุกครั้ง และผมเชื่อว่ายังถามกันอยู่ เพราะมันได้ประเด็นแรงดี และแบ่งแยกชัดเจนระหว่างฝั่งรัฐและฝ่ายผู้มีความเห็นต่าง ตรงประเด็น “สถานการณ์สงบ งบฯ ไม่มา” !!

ผมคิดว่า หากยิ่งถามคำถามนี้ มันจะยิ่งเป็นปมในพื้นที่ ให้ผู้ไม่หวังดีหยิบมาใช้สร้างสถานการณ์อยู่ทุกปี และคนที่ไม่รู้ก็คล้อยตาม จนนำไปสู่กระแสความเกลียดชังระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ !!

ตัดไป คำถามนี้ไร้ความสร้างสรรค์และสร้างความทับถมแห่งปัญหา เพราะไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่ 22 ปีที่ผ่านมา ทุกคนที่มองเรื่องการแก้ไขปัญหาต้องเอามันออกจากหัวให้ได้ และก้าวข้ามผ่านไปสู่คำถามเดียวว่า “จะหยุดมันอย่างไร” ??

51 เหตุการณ์ในคืนเดียว ใน 3 จังหวัด มันคือการวางแผน เตรียมการ และทำให้สาธารณะ “คิด” ว่าใครคือตัวการ !! การมีภาพกลุ่มคนที่ก่อการที่ดูไม่เหมือนคนถูกฝึกมา หรือเสมือน “การจ้าง” มาก่อการ มันสะท้อนอะไร ??

ผมถามจริงๆ การหาภาพผู้ก่อการมันง่ายขนาดนี้ไหม ?? เหตุการณ์ที่ตากใบ ทั้งลอบยิง สส. ทั้งการก่อเหตุกับพี่น้องทหารพราน มันไม่ง่ายนะครับกว่าจะได้ภาพ !! แต่ครั้งนี้ หน้าร้านสะดวกซื้อ ก่อการเสร็จออกทันที ลักษณะไม่เหมือนผู้ถูกฝึก เหมือนถูกว่าจ้างมาก่อเหตุ แล้วโพสต์แจกจ่ายคลิปซะ !!

51 เหตุการณ์ครั้งนี้เหมาะเจาะกับเวลา สร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนการวิเคราะห์ปัญหา พร้อมต้อนรับรัฐบาลนายอนุทินฯ ที่เผชิญกับวิกฤตรอบด้าน ทุกคนชี้นิ้วไปทุกทิศทาง แต่ผมขอชี้นิ้วไปทิศเดียว คือ “การเมืองใหญ่ที่อ่อนแอ” !!

หลังจากผลการเลือกตั้งปี 69 ออกมา น้ำเงินและเขียวเข้ามาโลดแล่นในพื้นที่ จชต. โดยน้ำเงินได้ไป 5 ครอง 4 เขตจาก 5 เขตในปัตตานี หลากสีอย่างประชาชาติได้ 4 โดยยึดจังหวัดยะลาที่มีฐานเสียงหนักของอาจารย์วันนอร์ และอีกเขตที่นราฯ ของแบแว สส.กมลศักดิ์ฯ ที่ตากใบ และเป็นคนที่โดนลอบสังหารหลังผลการเลือกตั้ง ส่วนเขียวเข้ามา 4 เขต โดย 3 จาก 5 เขตของนราฯ เป็นของเขียว และได้อีก 1 เขตที่ปัตตานีของแชมป์เก่าที่ย้ายค่ายอย่างยูนัยดี วาบา !!

คือดูให้ดีนะครับ นักการเมืองก็หน้าเก่าๆ เกือบทั้งหมด เปลี่ยนแค่สีเสื้อที่สังกัด รู้จักกันหมดครับว่าใครเป็นใคร มันยังเป็นการเมืองที่เหมือนเดิม คงที่เหมือนหลายทศวรรษที่ผ่านมา แล้วมันจะเดินหน้ากันอย่างไร ?!?

ผมไม่ได้บอกว่านักการเมืองที่เป็น สส. และที่ยังลงสนามแข่งขันในพื้นที่ จชต. ไม่ดี หรือทำให้ปัญหามันคงที่ต่างๆ นานา นะครับ แต่พื้นที่ จชต. ต้องการการเมืองที่นำโดยคนในพื้นที่มากกว่านี้ พื้นที่ที่เปราะบาง ถูกกดทับมาหลายทศวรรษ หาทางออกไม่ได้ จนสมการการแก้ไขปัญหาที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ 22 ปีที่แล้ว กลับกลายเป็นตัวเร่งให้ปัญหามันแย่หนักกว่าเดิมเสียอีก นั่นก็คือโครงสร้างระบบราชการที่เทอะทะ บวกกับการเมืองที่อ่อนแอ และไม่มุ่งเข็มทิศไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน !!

สส. ทุกคนก็เป็นคนในพื้นที่แหละครับ แต่ผมมองอย่างนี้ครับ พื้นที่ จชต. นี้เป็นพื้นที่พิเศษ ต้องการการเปลี่ยนแปลงยกระบบใหม่ทั้งโครงสร้าง พอการเมืองใหญ่เปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่ง ก็มีความหวังครั้งหนึ่ง แต่พอการเมืองใหญ่เปลี่ยน ขณะที่คนนำรัฐบาลและองคาพยพต่างๆ ยังทำให้ทุกคนสามารถวิเคราะห์ได้ว่าสถานการณ์ยังคงขมุกขมัวอย่างเดิม การเมืองใหญ่นี่แหละที่จะเป็นเชื้อเพลิงให้สถานการณ์ใต้มันยิ่งโหมไปกันใหญ่ !!

ดูจากตอนนี้ ฝ่ายนำในรัฐบาลเองก็ยังมี factions ภายในที่ยังเบ่งพลังกันไม่หยุดหย่อน มีการดึงกลุ่มใหม่จากพรรคอื่นเข้ามาคานอำนาจกัน การวางตัว สส. ในการดูแลพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้มีอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการระดับผู้ว่าฯ ได้ นี่แค่เล็กน้อยนะครับ ยังไม่รวมถึงข้าราชการฝ่ายความมั่นคงที่ยังคงมีปัญหาภายในจากการข้ามกองทัพภาค เอาคนนอกพื้นที่มาลงตำแหน่ง ข้ามห้วยมาเป็นแม่ทัพฯ

ยังไม่รวมถึงพวกธุรกิจผิดกฎหมายทั้งหลายแหล่ที่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วใครจะสามารถปฏิเสธได้ว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ผมถามจริง !!

การเมืองระดับชาติที่อ่อนแอทั้งนั้น !!

เพราะฉะนั้น ทางออกวันนี้ไม่ใช่การเพิ่มด่าน เพิ่มกำลัง หรือเพิ่มงบประมาณเพื่อ “กด” สถานการณ์ให้สงบลงชั่วคราวครับ แต่ต้องทำให้การเมืองกลับมาแข็งแรง และนำการแก้ไขปัญหาให้ได้จริง !!

รัฐบาลต้องมีเจ้าภาพทางการเมืองที่มีอำนาจ มีความรับผิดชอบ และมีเข็มทิศเดียวกันในการแก้ปัญหา จชต. ไม่ใช่ปล่อยให้หน่วยงานความมั่นคง ระบบราชการ กลุ่มการเมืองท้องถิ่น และผลประโยชน์ต่างๆ เดินกันคนละทิศคนละทาง ต้องกล้ายกระบบการบริหารพื้นที่ใหม่ ลดโครงสร้างที่ซ้ำซ้อน กระจายอำนาจให้คนในพื้นที่มีสิทธิกำหนดอนาคตของตัวเองมากขึ้น เปิดพื้นที่การเมืองให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วม และทำให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพเป็น “นโยบายของรัฐบาล” ที่มีเป้าหมาย มีกรอบเวลา และมีความต่อเนื่อง ไม่ใช่โครงการของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่เปลี่ยนคนเมื่อไรก็เริ่มนับหนึ่งใหม่เมื่อนั้น !!

สุดท้ายครับ ถ้าจะหยุด 51 เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ เราอาจใช้กำลังเจ้าหน้าที่ได้ แต่ถ้าจะหยุดเหตุการณ์ที่ 52, 53 และอีกเป็นร้อยเป็นพันเหตุการณ์ในอนาคต เราต้องแก้ที่ “รากของการเมือง” !!

ทำให้ประชาชนเชื่อว่าคะแนนเสียงของเขาสามารถเปลี่ยนชีวิตเขาได้ เชื่อว่า สส. ที่เลือกเข้าไปสามารถกำหนดนโยบายของรัฐบาลได้จริง เชื่อว่าความยุติธรรมไม่เลือกข้าง เชื่อว่ารัฐรับฟังอัตลักษณ์ ภาษา วัฒนธรรม และความต้องการของคนในพื้นที่ และเชื่อว่าพวกเขาสามารถมีอนาคตอยู่ในประเทศไทยได้อย่างมีศักดิ์ศรี เพราะตราบใดที่การเมืองใหญ่ยังอ่อนแอ แตกเป็นฝักเป็นฝ่าย แย่งอำนาจ แบ่งผลประโยชน์ และปล่อยให้ระบบความมั่นคงนำการเมืองอยู่เช่นนี้ ต่อให้ดับไฟได้กี่ครั้ง เชื้อเพลิงก็ยังถูกเติมอยู่ทุกวันครับ !!”

มีอยู่ จุดหนึ่งที่ผมแนะนำให้ระวังเป็นพิเศษ ก่อนโพสต์ คือประโยคเรื่อง “เหมือนถูกว่าจ้างมาก่อเหตุ” เพราะเป็นข้อสันนิษฐานที่ค่อนข้างแรง ถ้ายังไม่มีหลักฐานรองรับ ผมแนะนำให้เปลี่ยนเป็น “ทำให้เกิดคำถามว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้ปฏิบัติการที่ผ่านการฝึกมาโดยตรงหรือไม่ หรือมีรูปแบบการจัดคนเข้ามาก่อเหตุในลักษณะอื่น” จะยังตั้งคำถามได้แรง แต่ลดความเสี่ยงที่จะถูกตีความว่าเป็นการกล่าวหาข้อเท็จจริงครับ

Advertisement

แชร์
"กัณวีร์" ชี้ไฟใต้ลุกฮือการเมืองใหญ่อ่อนแอ จี้รบ.ดันสันติภาพเป็นนโยบาย