Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"รอมฎอน" ชี้งบฯ ดับไฟใต้ปี 70 ล้มเหลว แฉแผนบูรณาการ 10 ปีหายวับ

"รอมฎอน" ชี้งบฯ ดับไฟใต้ปี 70 ล้มเหลว แฉแผนบูรณาการ 10 ปีหายวับ

1 ก.ค. 69
17:50 น.
แชร์

"รอมฎอน" ชี้งบฯ ดับไฟใต้ปี 70 ล้มเหลว แฉแผนบูรณาการ 10 ปีหายวับ กอ.รมน. เกือบ 5 พันล้าน ถ้าไม่มีไฟใต้ กอ.รมน.จะหมดงาน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วันสุดท้าย ที่มีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม โดยนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปราย ว่างบประมาณเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้รอบนี้ขอตั้งหัว ว่า "ความล้มเหลวของการบูรณาการในชายแดนภาคใต้" ยอดงบประมาณโดยสรุปของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เกี่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอยู่ถึง 28,400 กว่าล้านบาท ตลอด 24 ปีงบประมาณอยู่ที่ 6.2 แสนล้านบาท ที่น่าสนใจ คือ แผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ในปีนี้หายไปซึ่งเป็นปีแรกในรอบ 10 ปี แผนงานที่มากที่สุดคือแผนที่สร้างขึ้นมาใหม่ในปี 70 คือยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 8,000 กว่าล้านบาท หน่วยงานที่ได้มากที่สุด คือ กอ.รมน. 4,300 กว่าล้านบาท

" เป้าหมายเดิมของแผนยุทธศาสตร์ชาติวางเอาไว้ว่าปี 70 ความรุนแรงจะต้องยุติลง กลายเป็นว่าในปีที่สำคัญแบบนี้แผนบูรณาการดับไฟใต้ดันหายไป หรือว่านี่ใช่หรือเปล่าต้องเรียนถามท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีทางฝ่ายรัฐบาล ว่าการยกเลิกแผนบูรณาการเท่ากับเป็นการยอมรับ อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ว่าการแก้ไขปัญหาของเราถือว่าล้มเหลว นี่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์หรือเปล่าว่ากรอบคิดที่เราใช้มาตลอด 20 ปีมันผิดพลาดอย่างเป็นระบบ " นายรอมฎอน กล่าว

นายรอมฎอน ยังกล่าวว่า ขอยกตัวอย่างจากสถิติเหตุการณ์ความมั่นคงของกอ.รมน.เอง หากเดินตามตัวชี้วัดมันต้องลดลง และภายในปีหน้าต้องลดเหลือศูนย์ แต่จะกราฟก็บอกเองว่าเหตุการณ์ไม่ได้ลดลง พอล้มเหลวแบบนี้วิธีการประเมินก็เปลี่ยนแผนก็เปลี่ยน แผนใหม่ คือแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มียอดรวมอยู่ที่ 8,464 ล้านบาท หรือราว ๆ 30% ของยอดทั้งหมด ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในแผนงานต่าง ๆ และใน 28,000 กว่าล้านบาท พบว่ากอ.รมน. ของบไป 5,041 ล้านบาทคิดเป็น 88% ของงบกอ.รมน.ทั้งหมด ก็เลยอยากตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมแห่งนี้ว่า งบ กอ.รมน.ถ้าไม่มีไฟใต้และสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ กอ.รมน.จะหมดงาน และก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่าภาวะพึ่งพิงภัยคุกคาม

นายรอมฎอน ยังกล่าวว่า ในสภาฯ และกมธ.กฎหมายฯ เราให้ความสำคัญกับการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เราพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ คือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทผู้ให้บริการมือถือสามเจ้าใหญ่ของประเทศมาให้ข้อมูลและพบว่า ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ 2 ล้านหมายเลขที่บริษัทต้องส่งให้กับทางตำรวจทุกวัน แต่ปัญหาคือปัจจุบันมีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน 18 อำเภอเท่านั้น อาศัยอำนาจแบบนี้สุ่มเสี่ยงในการมาขอใช้สิทธิ์เข้าถึงหรือสืบค้นข้อมูลจากโทรศัพท์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและของบเข้ามา 60 ล้านบาท จะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิ์ของประชาชนและเกรงว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหากสภาอาจารย์อนุมัติงบประมาณส่วนนี้เกรงว่าจะมีปัญหา

อีกหนึ่งคำถามที่คาใจประชาชน ว่ารถยนต์ที่ กอ.รมน. ขอเช่าทุกปี รวมคันที่ใช้ในการลอบยิงนายกมลศักดิ์ด้วยหรือไม่ ปีนี้ขอมาเกือบ 50 ล้านบาท เราสามารถติดตามได้หรือไม่ว่ารถนำไปใช้งานอะไร ขณะที่งบไอโอก็มีงบประมาณที่น่าจับตาคือการประชาสัมพันธ์เชิงบูรณาการ 2,340,900 บาท ซึ่งตนเองตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ประสานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ โดยยืนยันว่า ไม่มีปฏิบัติการข่าวสารแล้ว และอยากถามว่ายังมีงบประมาณดังกล่าว ที่ใช้ในลักษณะของไอโออยู่อีกหรือไม่

ส่วนกำลังพล และการดำเนินงานมีการตั้งงบประมาณไว้ 2,300 กว่าล้าน ซึ่งตั้งไว้น้อยที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งไว้คนทำงานไม่ไปทำงานจริงแล้ว ทำให้คนที่ปฏิบัติงานจริงสูญเสียกำลังใจ โดยผู้บัญชาการทหารบก ก็ให้ไปกำชับ ว่าไม่ให้มีการสวมชื่อ หรือกองหลังผี โดยหากเปรียบเทียบจากปีที่ผ่านมาตั้งงบส่วนที่ลดลงไป 1,052 ล้านบาท จึงตั้งข้อสังเกตว่า ยังมีงบในลักษณะเหล่านี้ที่ซุกซ่อนอยู่ และไม่ได้ใช้งานจริงในส่วนอื่นอีกหรือไม่ ที่ลดงบประมาณไปเป็นเพราะเหตุผลอะไร หรือเป็นเพราะว่ามีการใช้งบประมาณเกินจริง เพื่อให้การทำงานโปร่งใส

นายรอมฎอน ยกตัวอย่างตารางเปรียบเทียบงบประมาณ กับเหตุการณ์ความสงบ ซึ่งคนตั้งแง่สงสัยว่า งบประมาณกับสถานการณ์ความรุนแรงสัมพันธ์กันหรือไม่ ตนเองไม่ทราบ แต่หากดูจากแผนภาพ จะสะท้อนว่า เหตุการณ์สูงขึ้นมักจะตามมาด้วยงบประมาณที่สูงตามมาในปีถัดไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจจะมาจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่เราเห็นได้ชัดเลยคือปี 49 และปี 57 คือการรัฐประหาร งบประมาณก็ดีเพิ่มสูงขึ้น และในระลอกหลังงบขึ้นสูงแต่เหตุการณ์ลดลง ไม่ได้งบประมาณแต่จะการเจรจาสันติภาพในปีห้าหกปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในแต่ละฝ่ายจึงทำให้ลดลง

ในช่วงหลัง ปี 66 จะเริ่มเห็นว่ายอดงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นตามมารอสถานการณ์เพิ่มสูงขึ้น จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่าผ่านมา 24 ปี งบประมาณเพิ่มขึ้นมาก แต่เหตุการณ์ลดลง ในอัตราที่ช้าลงเรื่อยๆ แต่ปี 2562 เป็นต้นมา ซ้ำร้ายเริ่มมีสัญญาณที่เพิ่มขึ้น และยังมีสถานการณ์รายวันที่หวนกลับมาอีกรอบนึง เป็นไปได้หรือไม่ไม่ว่าการแก้ไขปัญหาที่ทำมาตลอดถึงเวลาของมันแล้วเพดานที่มาตรการเดิมๆ มันใช้ไม่ได้แล้ว ซ้ำร้ายยิ่งปล่อยนานไปถ้าเราให้วิธีคิดแบบทหารยังครอบงำทิศทางการแก้แก้ไขปัญหา จนรัฐบาลพลเรือนที่มีความชอบธรรม และมาจากประชาชนค่อยลดบทบาท การนำไป หน่วยงานความมั่นคง ก็อยู่ในภาวะพึ่งพิงภัยคุกคาม เราจะมีทางเลือกในการแก้ไขปัญหาน้อยลง ถ้าเรามีค้อนอยู่ในมือ เราจะเห็นทุกอย่างเป็นตะปู และเราจะหาหนทาง เลือกหนทางการปฏิบัติแบบอื่นไม่ได้ และผลสุดท้ายคนที่รับเคราะห์กรรม คือประชาชน คนธรรมดาไม่ว่าชาติพันธุ์ไหน หรือศาสนาไหนที่อยากได้สันติภาพอยากได้การเปลี่ยนแปลง ก็ต้องรับเคราะห์กรรม และความหวังเติบโตก็จะถูกลดทอน พร้อมฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า อยากให้อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงยกเลิกแผนบูรณาการไป

Advertisement

แชร์
"รอมฎอน" ชี้งบฯ ดับไฟใต้ปี 70 ล้มเหลว แฉแผนบูรณาการ 10 ปีหายวับ