
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.50 น.ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง มีลูกชายคุ้มคลั่งอาละวาดทำร้ายพ่อ เหตุเกิดที่ร้านอาหารตามสั่ง หมู่ 8 บ้านหนองใหญ่ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงนำกำลังสายตรวจ 191 รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบปูนชั้นเดียว เปิดเป็นอาหารตามสั่ง พบนายศักดิ์ชัย อายุ 76 ปี เจ้าของร้านและผู้บาดเจ็บ อยู่ภายในร้าน ที่พื้นพบแก้วใส่พริกป่นตกพื้นแตกกระจาย โดยผู้บาดเจ็บระบุว่า โดนนายวันชัย หรือเป็ด อายุ 52 ปี ลูกชายซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาบ้า เข้ามาอาละอาดที่ร้าน ปัดแก้วใส่พริกป่นแตกกระจาย และใช้เก้าอี้พลาสติกทุบหัว แต่โชคคดีที่ใช้แขนยกขึ้นกันศีรษะเอาไว้ได้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่แขน หลังก่อเหตุนายเป็ดได้หลบหนีไป
นายศักดิ์ชัย เล่าว่า ตนมีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง คนเล็กคือนายเป็ด ตนกับภรรยาและลูกสาวคนโต จะเปิดร้านอาหารตามสั่ง ส่วนนายเป็ดไม่ทำงานอะไร เพราะชอบเสพยาบ้าและไปนอนอยู่ที่กระท่อมนาเพื่อเฝ้าวัว 10 ตัว นายเป็ดเสพยาบ้ามานาน เมื่อปีที่แล้วได้นำนายเป็ดไปเข้าโครงการเพื่อตัวไปบำบัดรักษาต้องการให้เลิกเสพยา แต่ก็กลับมาเสพเหมือนเดิม และเสพหนักกว่าเดิม เสพแล้วมีอาการคุ้มคลั่ง ชอบมาอาละวาดพ่อแม่ที่บ้าน แต่ก็ไม่ถึงกับลงมือทำร้าย วันนี้ก็มาอาละวาด หาว่าไม่มีใครเอาข้าวไปให้กิน และคว้าเก้าอี้มาทุบหัวพ่อ ดีที่ลูกค้าที่เข้ามากินข้าวช่วยกันจับเอาไว้ หลงก่อเหตุนายเป็ดก็หลบหนีไป ตนจึงแจ้งตำรวจให้มาจับลูกทรพีไปดำเนินคดี
โดยตำรวจไปจับกุมนายเป็ดได้ที่กระท่อมนา ซึ่งอยู่บ้านโนนทัน เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งอยู่ห่างจากร้านอาหารตามสั่งประมาณ 1 กม. นายเป็ดกำลังนอนอยู่ในกระท่อม ตรวจค้นพบยาบ้า 1 เม็ด เมื่อโดนตำรวจจับนายเป็ด ก็โวยวายว่า รับว่าไปอาละวาดที่บ้านจริงแต่ไม่ได้ทำร้ายพ่อ สาเหตุที่ตนอาละวาดเพราะว่า ตนมานอนเฝ้าวัว 10 ตัวที่ทุ่งนา ตนไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เย็นเมื่อวานนี้ รอให้พ่อแม่และพี่สาวเอาข้าวมาส่ง ก็ไม่มีใครมา เช้าวันนี้ตนจึงกลับไปบ้าน และอาละวาดด่ากันกับพ่อ แต่ไม่ได้ทำร้ายพ่อ ตนไม่ได้ใช้เก้าอี้ตีหัวพ่อ ตนยกเก้าอี้ขึ้นเฉยๆ มีแต่พ่อเอาขวดซอสพริกตีหัวตน ซึ่งตนก็ยอมให้ตี “พ่อหาว่าผมไม่ทำงาน ผมก็มานอนเฝ้าวัวให้พ่อไง บางครั้งก็ไปทำงานก่อสร้างหาเงินมาใช้จ่าย พ่อโกรธที่ผมเสพยาบ้า พ่อหาว่าผมเป็นบ้า ผมยอมรับว่าเสพยาบ้าจริง แต่สติไม่สั้นไม่ได้บ้า โดยฝากวัยรุ่นไปซื้อยาบ้าในหมู่บ้าน 2 เม็ดๆ ละ 50 บาท นำมาเสพไปแล้ว 1 เม็ด เหลือ 1 เม็ด เสพยาบ้าเสร็จแล้วก็ไปหาพ่อ อยากถามว่าทำไมไม่เอาข้าวมาส่งผม เพราะผมหิวข้าว พ่อก็ดุด่า โวยวายขึ้นใส่ผม ผมอยากให้พ่อฟังผมบ้าง ผมไม่ได้โมโหแต่รู้สึกน้อยใจเท่านั้น แต่ผมก็รู้สึกสำนึกผิดที่ไปอาละวาดพ่อ” นายเป็ดกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความน้อยใจ จากนั้นได้ก้มลงกราบเท้าพ่อ
แต่นายศักดิ์ชัยไม่ใจอ่อนให้อภัย ยืนยันดำเนินคดีลูกชายตามกฎหมาย ตำรวจจึงตรวจหาสารเสพติด พบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้น “ มีและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” ส่วนข้อหา “ทำร้ายร่างกายบุพการี” ให้พนักงานสอบสวนแจ้งเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement