
วันที่ 13 ส.ค. 69 นาย พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกรณีข้อร้องเรียนจากกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 (ตชด.ภาค 1) ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังเผชิญวิกฤตจากการถูกค้างเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายวันละ 240 บาท ตั้งแต่เดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลานานถึง 5 เดือนเต็ม และได้รับคำชี้แจงจากต้นสังกัดว่ารัฐบาลยังไม่อนุมัติงบประมาณนั้นว่า จากคำกล่าวที่ว่า "ยามศึกเรารบ ยามสงบเราถูกลืม" ได้สะท้อนความเป็นจริงในขณะนี้ได้อย่างตรงที่สุด เพราะความล่าช้าดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในกระดาษ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของกำลังพลและครอบครัวโดยตรง
นายพงศกร กล่าวว่า ในฐานปฏิบัติการชายแดน กำลังพลต้องออกค่าใช้จ่ายเองเพื่อนำมาประกอบอาหารในแต่ละวัน ทั้งที่เงินเบี้ยเลี้ยง ควรถูกนำมาสนับสนุน แต่กลับไม่ถูกเบิกจ่ายลงมา อีกทั้งเบี้ยเลี้ยงเดือนละประมาณ 7,200 บาท ถือเป็นเงินหมุนเวียนสำคัญสำหรับค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าเทอมลูก และค่าครองชีพ เมื่อเงินส่วนนี้หายไปต่อเนื่องนานถึง 5 เดือน ย่อมทำให้ครอบครัวผู้ปฏิบัติงานได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
"สิ่งที่กำลังพลและสังคมต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วนจากรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ คือ งบประมาณยังไม่อนุมัติจริงหรือไม่ ติดขัดในขั้นตอนเอกสารของหน่วยงานใด หรือเป็นการบริหารจัดการงบประมาณที่ผิดพลาดตั้งแต่ต้น และจะได้รับการเบิกจ่ายเมื่อไหร่ ขอให้มีกำหนดเวลาหรือไทม์ไลน์ที่ชัดเจนเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของกำลังพล" นายพงศกร กล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า การแสดงความเคารพต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง ไม่ควรรอให้เกิดกระแส หรือวิกฤตแล้วค่อยลงพื้นที่สร้างภาพลักษณ์ แต่ต้องเริ่มจากการประกันสวัสดิการพื้นฐานของพวกเขาให้ตรงเวลา เงินเบี้ยเลี้ยงวันละ 240 บาท อาจดูเป็นตัวเลขเล็กน้อยในงบประมาณแผ่นดิน แต่มันคือลมหายใจของกำลังพลแนวหน้าและครอบครัว รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้คำว่า "เสียสละ" กลายเป็นข้ออ้างในการละเลยสวัสดิการ และอย่าให้เกิดวาทกรรม "เสร็จศึกทิ้งขุนพล" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะหากคนอยู่แนวหน้ายังต้องควักเนื้อจ่ายค่าข้าวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลจะหวังให้ใครมาทุ่มเทปกป้องประเทศในยามวิกฤต
Advertisement