
วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว หลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เพื่อทบทวนมาตรการป้องกันเหตุในภาพรวมว่า
กทม. ได้ปรับปรุงเช็กลิสต์ตรวจสอบสถานประกอบการ โดยนำข้อมูลที่พบจากเหตุไฟไหม้มาปรับใช้ตามอำนาจของ พ.ร.บ.สาธารณสุข ซึ่งครอบคลุมสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงหลายมิติ จากการตรวจสอบในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่ามีสถานประกอบการที่ต้องดูแลทั้งหมด 1,091 แห่ง ในจำนวนนี้มีสถานประกอบการลักษณะคล้ายสถานบริการ แต่ไม่เข้าข่ายเป็นสถานบริการตามกฎหมายที่ตำรวจดูแลรับผิดชอบ อยู่ประมาณ 200 แห่ง
ผลการตรวจสอบพบว่า จากทั้งหมด 824 แห่งที่ตรวจไปแล้ว มีสถานที่ผ่านเกณฑ์ 100% จำนวน 217 แห่ง สถานที่ที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมอีก 551 แห่ง และมีการสั่งปิดให้บริการไปแล้ว 56 แห่ง ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้สถานประกอบการที่ผิดไม่รุนแรงสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ส่วนกรณีที่ผิดรุนแรงจะสั่งปิดให้บริการทันที
นายชัชชาติ ระบุว่า การตรวจสอบต้องดำเนินต่อเนื่องตลอด 2 เดือนนี้ พร้อมมีการตรวจซ้ำเป็นระยะ และบางรายการต้องให้ผู้ประกอบการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง เช่น ระบบสายไฟและวัสดุโฟมที่ใช้ป้องกันเสียง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจไม่สามารถระบุชนิดของโฟมได้ทันทีในที่เกิดเหตุ
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปลัดกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตจตุจักรเข้ามาช่วยราชการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยให้เวลาผู้อำนวยการเขต 4-5 วัน ในการจัดการงานในพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนเข้าช่วยราชการต่อ
ปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว 2 ชุด ชุดแรกดูแลเรื่องเหตุเพลิงไหม้ในภาพรวมทั้งหมด ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ลาดพร้าว ส่วนชุดที่ 2 ตรวจสอบกระบวนการเกี่ยวกับกรณีพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพิ่มเติมในกรณีลู่วิ่งตามข้อเสนอแนะที่เคยได้รับมา เพื่อดำเนินการขยายผลเรื่องที่ค้างอยู่อย่างเคร่งครัด
สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน นายชัชชาติระบุว่ากำหนดไว้ภายใน 30 วัน แต่มีความเป็นไปได้ที่จะขยายเวลาออกไป เนื่องจากข้อมูลยังไม่ครบถ้วน และต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในกระบวนการตรวจสอบ พร้อมย้ำว่าได้เร่งรัดให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างถูกต้องและใช้มาตรการที่เข้มข้นที่สุด ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องพัวพันกับกรณีพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ให้ออกจากราชการไปแล้ว
นายชัชชาติ ย้ำว่า กรณีผู้อำนวยการเขตจตุจักร ไม่ใช่การสั่งย้าย แต่เป็นการให้เข้ามาช่วยราชการชั่วคราว เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
ขณะนี้ยังไม่มีการชี้ว่าผู้อำนวยการเขตมีความผิดแต่อย่างใด การดำเนินการครั้งนี้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และเปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการเขตได้ตั้งหลักทบทวนตนเอง พร้อมให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ท่านอื่นสามารถดำเนินงานในส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
Advertisement